8-9 ม.ค. 48 จ. สุราษฎร์ธานี เวทีนโยบายสาธารณะภาคประชาชนภาคใต้ “ ฝึกฟื้นใจเมือง ” Spirit of the South ) SOS ครั้งนี้เกิดจากความร่วมแรง ร่วมใจของพี่น้องภาคประชาสังคมที่มีจิตใจอยากเห็นสังคมดี บนฐานแนวคิดการมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของตัวเอง…
๓.เป็นการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้และเปิดพื้นที่ใหม่สำหรับการเมืองของภาคประชาชนที่ให้ความสำคัญกับคุณค่า วัฒนธรรม ความดีและความงาม สามารถขยายผลสู่ระดับชาติ คาดหวังว่า การประชุมครั้งนี้จะสามารถสร้างรูปธรรมที่เป็นแนวการขับเคลื่อนสังคมภาคใต้ โดยคนใต้ที่สามารถกำหนดอนาคตได้อย่างมีศักดิ์ศรี |
||||||||||||
เปาะจิ๊ (ดือราแม ดาราแม ) ปราชญ์ชาวบ้านจากลุ่มน้ำสายบุรี อาจารย์นุกูล รัตนดากุล นักวิชาการสิ่งแวดล้อมจากมอ.ปัตตานี และนพ.บัญชา พงษ์พานิช ผอ.โครงการพัฒนาชุมชนเป็นสุขที่ภาคใต้ |
||||||||||||
ท่านต้องเอาชนะให้ได้ – ปัญหาที่ท่านเอาชนะนี้ มันมีความหมาย และสำคัญต่อท่านอย่างไรบ้าง คำถามช่วงที่ ๒ – ปัญหาสำคัญ ๆ ที่เราอยากเอาชนะ ร่วมกัน และเชื่อมโยงว่าปัญหาไหนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับปัญหาไหนและมีภารกิจอะไรที่ต้องร่วมกัน มีจุดคานงัดอะไรบ้าง คำถามช่วงที่ ๓ – ยุทธศาสตร์หรือวาระของภาคใต้ ที่อยาก ทำให้เป็นจริง ภายในระยะเวลา ๒ ปี
|
||||||||||||
ภาพรวมของความเห็นที่ได้จากเวที ในเรื่องจุดแข็ง คือ คนใต้ยึดมั่นในหลักศาสนา มีจิตใจที่รักคุณธรรม รักความถูกต้อง รักพวกพ้อง ตลอดจนถึงรักผู้อื่น พร้อมจะช่วยเหลือกันในยามวิกฤต เป็นนักสู้ เป็นตัวของตัวเอง มีสภากาแฟเป็นพื้นที่สาธารณะโดยธรรมชาติในเรื่องต้นทุนที่มีอยู่ คือ มีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ มีฐานอาชีพที่เพียงพอ และมีการรวมตัวเป็นองค์กรเครือข่ายจนเป็นที่ยอมรับทั่วไป ตลอดจนมีภูมิปัญญาและมีการถ่ายทอดสืบเนื่องเรื่อยมา อย่างไรก็ตามแม้ว่าเราจะมีจุดแข็งและต้นทุนอยู่มาก แต่เราก็ยังมีปัญหาอยู่มากเช่นกัน ไม่ว่าในเรื่องของความแตกต่างระหว่างความรวยกับความจน ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ
|
||||||||||||
หลังจากได้เห็นพลังร่วมกันแล้ว ก็มาร่วมกันกำหนด “อนาคตที่เราอยากจะเห็นร่วมกัน” และดูสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี ๔๘ – ๔๙ เพื่อปรับความปรารถนาให้เป็นรูปธรรม และนำสู่นโยบาย ซึ่งผลจากการร่วมคิด ร่วมคุย ผ่านการทบทวนกลั่นกรอง ทำให้เห็นร่องรอยความคิดของกลุ่มคนใต้ที่ขันอาสาตัวเองเข้ามาร่วมกำหนดอนาคต กำหนดยุทธศาสตร์หรือวาระของคนภาคใต้ ที่อยากทำให้เป็นจริงภายในระยะเวลา ๒ ปี มีสาระว่า |
||||||||||||
๑ ใช้การเมืองภาคพลเมือง ผลักดันประเด็นตามพื้นที่ เช่น เรื่องการบริหารจัดการองค์กรภาคประชาชน การพึ่งตนเองของเกษตรกรรม ที่ดินทำกิน |
||||||||||||
๒ พัฒนาสื่อภาคประชาชน เช่น สื่อวิทยุสมัครเล่น เสียงตามสาย สื่อสิ่งพิมพ์ ฯลฯ และ เสริมพลังสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลงทุกพื้นที่ ๓ พัฒนากลไกการสร้างความสมานฉันท์ ระหว่างรัฐ ชุมชน ชุมชนกับชุมชน ๔ สร้างจิตสาธารณะ ในกลุ่มเครือข่ายภาคใต้ ใช้วิกฤติเป็นพลังทางบวก และเกิดการใช้คุณค่าศาสนาในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ๕ พัฒนาศักยภาพของเยาวชน เพื่อลดช่องว่างระหว่างกลุ่มบุคคลต่างๆ สู่เครือข่ายสภาเยาวชนจังหวัด ๖ จัดการทรัพยากรโดยชุมชน ในโครงการต่างๆ ของรัฐที่ลงมากระทบกับคนใต้ และ ปกป้องฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๗ สร้างสรรค์สันติสุขภาคใต้ ๘ สร้างเครือข่ายและเชื่อมโยงเต็มพื้นที่ ๙ เกิดสถาบันการเมืองภาคพลเมืองใต้ และ กองทุนพลเมืองจังหวัด
ก่อนการปิดประชุม อาจารย์ชัยวัฒน์ ได้ สรุปและให้ข้อคิดว่า “ ในการประชุมทุกครั้ง เราต้องมีสติ เพราะการมีสติจะทำให้การประชุมนั้นจะเป็นไปด้วยดี แก่นของเราคือ การเมืองภาคประชาชน ไม่ใช่เรื่องของการแย่งชิงอำนาจ เเต่เป็นเรื่องของสันติ สื่อภาคประชาชนเป็นส่วนสำคัญของ การดำเนินการการเมืองภาคประชาชน และควรมีการทบทวนการเมืองภาคประชาชนในการเสนอข่าว ข้อมูลที่มีความเป็นจริงมากขึ้น เวทีวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๔๘ ที่จังหวัดพังงา ประชาชนใน ๖ จังหวัดชายฝั่งอันดามันจะได้ มีส่วนร่วมในการจัดการ ปกป้อง ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ขอให้พวกเราเริ่มในการดำเนินการกับสิ่งต่างๆ ที่พวกเราได้เริ่มทำกันมา เพราะเราคือผู้นำความเปลี่ยนแปลง การนำภาคประชาชน เปรียบเสมือน การบินของฝูงนก ซึ่งจะเริ่มจากผู้นำฝูง นำบินก่อน คนก็เหมือนกัน ผู้ที่รู้ข้อมูลก่อน รู้สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงจะเป็นผู้นำ และผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงก่อนเสมอ”
|
||||||||||||
คือโหมเรา …ภาคพลเมือง…… |
||||||||||||
งานฝึกฟื้นใจเมืองครั้งนี้ เป็นกิจกรรมภาคพลเมืองของประชาคมภาคใต้ ที่มีชาวภาคพลเมืองเข้าร่วมกว่า ๒๕๐ คน แม้การเตรียมการจะค่อนข้างกระชั้นชิด แต่ด้วยความมุ่งมั่นของพวกเราก็สามารถประสานจัดการจนเกิดขึ้นแล้ววันนี้ ระดมพลกันมาหลายจังหวัดครบครัน [ ทวีวัฒน์จากชุมพรพร้อมพรรคพวกมาตั้งแต่เย็นวันที่ ๗ ไฟแรงจริง ๆ นะครับ [ สุราษฎร์เมืองคนดี ที่ขันอาสาเป็นเจ้าภาพ มากันกว่า ๓๕ คน ทั้งคณะทำงาน อ.ปรีชา พี่ทวีศักดิ์ อ.สมชาย ครูอู๊ด อ.สอรัฐ พี่นัท และน้องจุ๊ น้องปู น้องหนุ่ย ครูจิ๊บ และที่มาเข้าร่วม รวมทั้ง น้าชาญ เครือข่ายที่ดิน นำโดยพี่สมาร์ทเครืออ่าวบ้านดอน และอีกหลายท่าน [ มืองคอนก็มากันหลาย เช่น ผู้ใหญ่ลอ อ.บุญธรรมและกลุ่มเพื่อนศิลปินพื้นบ้าน พี่สุรพลจาก สช. [ พี่น้องจากระนองที่เพิ่งบอบช้ำจากคลื่นยักษ์ก็มากันหลายท่านที่เห็นก็มีโกแบ็ค คุณพี่กานดา [ พัทลุงก็มากันไม่น้อย ๒๑ คน ที่เห็นมี อ.กาจ ทะเลน้อย หมอโกศล พี่สมนึก และพี่น้องจากโคกม่วง เขาชัยสน แพรกหา [ งขลา กำนันสัมพันธ์ และ น้าแสงจาก ระโนด แม้จะมาน้อยแต่กำนันบอกว่าสงขลามีกำนันมาก็พอแล้ว [ จาก ๓ จังหวัดชายแดนใต้ก็มากันไม่น้อย จากปัตตานีมากัน ๒๐ คน เจ๊ะปอ ละม้าย และน้องๆ คนรุ่นใหม่จากชุมชน มาด้วยใจจิงจิงนะ [ ยะลาก็มากันหลายท่านโดยเฉพาะ น้อง ๆ เยาวชนหลายคน [ นราธิวาส ไกลสุด มากันน้อยหน่อย ๓ คน นำโดยมีคุณพิศิษฐ์และสมาชิก [ สตูล อ. ประโมทย์ จากควนกาหลง ละงู และเมืองสตูล มาร่วมกัน ๑๕ คน [ พังงา –กระบี่มากัน ๑๗ ชีวิต อ.ยุพิน ถ้ำน้ำผุด ตะกั่วทุ่ง เกาะยาวน้อย และพี่น้องจากท้ายเหมืองแม้จะเสียหายจากคลื่นยักษ์ก็ยังมีสปิริตมาร่วมด้วย [ กระบี่ก็มีพี่น้องจากเกาะลันตามาเข้าร่วม .............
|
||||||||||||
จับเข่าคุย……ประสาน้องพี่ |
||||||||||||
ยะห์
ยะห์ : การทำงานตรงนี้เราได้ให้เพื่อนบ้าน เราทำเราเหนื่อย เราไม่มีค่าตอบแทน เรามีใจ แต่เราก็มีความสุข ประโยชน์ได้ทั้งอำเภอไม้แก่น ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่
........... : เวทีลักษณะนี้ทำให้ได้ความคิดหลากหลาย ได้เติมเต็มจากหลาย ๆ ท่าน เป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ นึกไม่ถึงว่า การมาจากหลากที่หลายเหตุการณ์ที่สามารถรวมตัวกันเป็นหนึ่งได้ ยะห์อยากให้มีแบบนี้บ่อย ๆ จากเหตุการณ์ไม่สงบในภาคใต้ พี่น้องจากภาคเหนือ อีสาน ยังให้กำลังใจมาถึง การมีน้ำใจจากทุกภาคเป็นเรื่องที่ยาก เห็นความทุกข์ร่วมกันแต่ลักษณะของปัญหาต่างกัน |
||||||||||||
|
Be the first to comment on "ฝึกฟื้นใจเมือง"