“หนูไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้ จะได้สัญชาติไทย”

ครอบครัวของน้องเกตุได้ยื่นคำร้องขอลงรายการสัญชาติไว้ต่ออำเภอเมืองเชียงราย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2543 โดยได้รับความช่วยเหลือจากมูลนิธิกระจกเงา เชียงราย แต่เนื่องจากในขณะนั้นน้องเกตุยังเป็นเด็กอายุเพียง 8 ขวบ จึงไม่ได้ยื่นคำร้องร่วมกับคนในครอบครัว

ขียนโดย…..  เอกพิชัย  วุทธนู 

อารยา  อามอ หรือน้องเกตุ เด็กสาวที่เติบโตมากับความด้อยสิทธิเนื่องจากการไร้สัญชาติกล่าวด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม น้องเกตุเป็นบุตรคนที่สามของครอบครัวโดยมีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 3 คน และมีน้องชาย ต่างบิดาอีก 1 คน บ้านเดิมของน้องเกตุอยู่ที่ตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เพราะความยากจนทำให้ครอบครัวของน้องเกตุต้องอพยพมา อยู่ที่อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย

       ครอบครัวของน้องเกตุได้ยื่นคำร้องขอลงรายการสัญชาติไว้ต่ออำเภอเมืองเชียงราย ตั้งแต่ปี พ..2543 โดยได้รับความช่วยเหลือจากมูลนิธิกระจกเงา เชียงราย แต่เนื่องจากในขณะนั้นน้องเกตุยังเป็นเด็กอายุเพียง 8 ขวบ จึงไม่ได้ยื่นคำร้องร่วมกับคนในครอบครัวต้องกลายเป็นตกหล่น ประกอบกับการที่น้องเกตุไม่มีสูติบัตรหรือหลักฐานอื่นใด ทำให้ในขณะนั้นน้องเกตุจึงต้องกลายเป็นบุคคลที่ไร้ตัวตนในทางกฎหมาย ทั้งๆที่ยังมีชีวิตอยู่ การไร้สัญชาติอาจไม่มีความสำคัญมากมายนักหากคนๆนั้นเป็นเพียงคนจริตวิกลที่ใช้ชีวิตไปวันๆโดยไร้จุดหมาย แต่สำหรับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่มีความฝันจะเป็นนักกฎหมายแล้ว สัญชาติไทยคือใบเบิกทางที่สำคัญที่สุด ที่จะช่วยให้เธอเดินบนเส้นทางนี้ได้อย่างราบเรียบ  

 

น้องเกตุเป็นคนนิสัยร่าเริง แต่พอถามว่าตอนไม่มีสัญชาติไทยรู้สึกยังไงบ้างด้วยความเป็นเด็กเธอตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่ร่าเริงอย่างที่เคย น้อยใจที่ตนเองไม่เหมือนคนอื่น ไม่มีสัญชาติทั้งๆที่เพื่อนคนอื่นมีสัญชาติไทยกันทุกคนแต่เราไม่มี เคยร้องไห้โดยไม่รู้สาเหตุเมื่อนึกถึงเรื่องตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองไม่เหมือนคนอื่น รู้สึกว่ามีปมด้อย มีอยู่ครั้งหนึ่งทางโรงเรียนจัดกิจกรรมทัศนศึกษาแต่เธอไม่ได้ไป เพราะไม่สามารถเดินทางออกนอกพื้นที่ได้  เธอเสียใจมาก

 

ตอนนี้เด็กหญิงอาริยา  อามอ ได้รับการเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านของมารดาเรียบร้อยแล้ว และมีสัญชาติไทย มีสถานะเป็นคนไทยอย่างเต็มตัว โดยได้รับการเพิ่มชื่อในปีที่ผ่านมา หนูดีใจมาก วันที่รู้ว่าตัวเองได้สัญชาติไทย หนูไปที่อำเภอกับแม่ และโทร.บอกพี่สาวทุกคน หนูไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้ จะได้สัญชาติไทย ”

 

ตลอดเวลาแห่งความไร้สัญชาติ ด.ญ.อารยา  อามอ เป็นเด็กที่ไม่เคยได้รับสิทธิใดๆ ที่เด็กไทยควรจะได้รับเหมือนกับเพื่อนๆ เลย  บิดา มารดา ก็ยากจนเนื่องจากความไร้สัญชาติไม่สามารถไปหางานทำไกลจากภูมิลำเนาได้ ทั้งๆ ที่เด็กสาวคนนี้เป็นเด็กเรียนดี ตลอดช่วงประถมศึกษา มีผลการเรียน 4.00 ทุกเทอม พอเข้าเรียนมัธยมศึกษาปี่ที่ 1  ก็ได้เกรดเฉลี่ย 3.72 ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 แต่เนื่องจากครอบครัวยากจนน้องเกตุจึงต้องเข้ามาพักอยู่ที่หอพักของศูนย์พัฒนาเด็กและเยาวชนอาข่า นานๆ ครั้งจึงจะได้กลับบ้าน ทั้งๆที่อยู่ห่างกันแค่ 10 นาที เนื่องจากไม่มีเงินแค่  20 บาท เป็นค่ารถไปกลับ

จากคำบอกเล่าของน้องเกตุ การไร้สัญชาติทำให้ตัวเธอเองไม่ได้รับทุนการศึกษาที่เธอควรจะมีสิทธิได้รับอีกทั้งจะเดินทางไปไหนก็ไม่ได้ แม้แต่สิทธิที่จะใช้ชีวิตอยู่อย่างปกติสุขเหมือนกับเพื่อนๆ ก็แทบจะไม่มีเพียงเพราะว่าเธอไม่มีสัญชาติไทย

 

เธอได้รับความช่วยเหลือจากมูลนิธิกระจกเงาในการตรวจพิสูจน์ ดี เอ็น เอ และประสานงานเพื่อยื่นคำร้องขอเพิ่มชื่อเธอเข้าไปอยู่ในทะเบียนบ้านของแม่ โดยใช้ผลการตรวจพิสูจน์ ดี เอ็น เอ  ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ตามสิทธิของเธอเองที่มีอยู่และได้ดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมายเรื่อยมา แม้นในหลายต่อหลายครั้งจะมีอุปสรรคหรือความยากลำบากบ้างในการเดินทางมายังที่ว่าการอำเภอ เพราะจำเป็นต้องนำพยานบุคคล หรือพยานหลักฐานอื่นมาประกอบการยื่นคำร้องก็ตาม  แต่ด้วยหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ต่อความยากนั้นทำให้เธอได้รับอนุญาตให้เพิ่มชื่อเข้าในทะเบียนบ้านในที่สุด

 

อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านั้นได้กลายเป็นอดีตสำหรับเธอ อดีตที่ทำให้เด็กคนนี้ซาบซึ้งและเข้าใจถึงสัจธรรม ความโหดร้ายต้นเหตุจากความไร้สัญชาติ มาบัดนี้มันได้ผ่านพ้นตัวเธอไปแล้ว ผ่านพ้นไปแบบไม่มีวันเยื้องกรายเข้ามาหาเธออย่างแน่นอน แต่เธอเองยังพึงระลึกถึงคนอื่น ๆ ที่ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกับเธออยู่เสมอไม่มีวันลืมเลือน และเธอเองก็อยากเป็นผู้หนึ่งที่จะช่วยแบกรับความทุกข์ ความลำบากของคนเหล่านั้น เพื่อให้เขามีกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ในโลกนี้และต่อสู้เพื่อให้เขาได้สิทธิของเขาที่เสียไปคืนมา

 

 

ที่มา : http://www.bannok.com/

Be the first to comment on "“หนูไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้ จะได้สัญชาติไทย”"

Leave a comment

Your email address will not be published.