แดดเช้าที่อบอุ่น ทอทาบไปบนผิวน้ำทะเล อาบอิ่มเป็นสีครามสวยสดใสตัดกับเมฆฟ้าสีขาวนวล ช่างเป็นบรรยากาศที่อิ่มเอิบงดงามยิ่งของเช้าตรู่วันที่ 26 ธันวาคม 2547 ช่วงเทศกาลปีใหม่ เทศกาลแห่งรอยยิ้มและความสุขของผู้คน….
ธีรทัต ศรีไตรรัตน์ ที่ปรึกษาภาคใต้ |
||
แดดเช้าที่อบอุ่น ทอทาบไปบนผิวน้ำทะเล อาบอิ่มเป็นสีครามสวยสดใสตัดกับเมฆฟ้าสีขาวนวล ช่างเป็นบรรยากาศที่อิ่มเอิบงดงามยิ่งของเช้าตรู่วันที่ 26 ธันวาคม 2547 ช่วงเทศกาลปีใหม่ เทศกาลแห่งรอยยิ้มและความสุขของผู้คน เสียงหัวร่อต่อกระซิก ของหนุ่มสาว และบรรยากาศของความอบอุ่นในหมู่มวลมิตร ครอบครัว ที่หลั่งไหลกันมาเพื่อพักผ่อน ทั้งชาวไทยและชาว ต่างประเทศ พบเห็นได้ ตลอดแนวชายฝั่งอันดามัน และเกาะแก่งต่างๆ ตั้งแต่ระนองจนถึงสตูล |
||
คนตายเจ็บ และสูญหาย นับหมื่น หมู่บ้านหลายแห่งพังพินาศ หลายครอบครัวล่มสลาย ไร้ที่อยู่อาศัยสิ้นเนื้อประดาตัว โรคจิตซึมเศร้าและความท้อแท้คือภาพที่เกิดขึ้นแทนที่ |
||
วันนี้ แม้คนอันดามันจะคลายทุกข์ลงบ้างด้วยสายธารน้ำใจของพี่น้องคนไทยที่หลั่งไหลอย่างมโหฬารเพื่อซับทุกข์ ซับน้ำตา และความหม่นเศร้า ทว่าการช่วยเหลือก็ย่อมมีห้วงเวลาที่เลิกรา เมื่อทุกอย่างเงียบสงบกลับสู่ภาวะปกติ ไร้ซึ่งกระแสข่าวใดใดจากพื้นที่ ตัวตนของอันดามันก็จะปรากฏ ความเหงา เศร้า และท้อแท้จะพลันบังเกิดขึ้นอีกครั้ง เหมือนเช่นเหตุการณ์จากภัยพิบัติหลายๆครั้งที่เคยเกิดขึ้นในแผ่นดินภาคใต้เพียงแต่ครั้งนี้ดูจะใหญ่กว่ากันมากนัก ทั้งจำนวนผู้ประสบชะตากรรมและพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย หากมองถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่ประสบชะตากรรมสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ได้รับผลกระทบเพียงสภาพจิตใจ แล้ววันหนึ่งก็จะคลี่คลายลงเมื่อได้รับการฟื้นฟู กลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่สำหรับกับชาวบ้านย่านฝั่งอันดามันทั้ง 6 จังหวัดมิเพียงได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจเท่านั้น แต่สภาพวิถีชีวิตก็จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง และ จะยังคงอยู่กับสภาพความปวดร้าวที่เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ที่สำคัญ ต่อการเกิดคลื่นสึนามิที่มาจากแผ่นดินไหวและทรุดตัวในท้องทะเลอันดามัน แม้นักวิชาการจะออกมายืนยันว่าสภาพท้องทะเลสามารถปรับตัวเองได้และเข้าสู่ภาวะปกติในระยะเวลาไม่เกินสองปี แต่ผู้เฒ่าทะเลย่านอันดามันหลายท่านที่ยังคงชีวิตรอดและคร่ำหวอดอยู่กับท้องทะเลทั้งชีวิตกลับเห็นว่า สภาพระบบนิเวศอันดามันที่เคยอุดมสมบูรณ์ จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว และวิถีชีวิตคนอันดามันที่นี่จะเปลี่ยนแปลง “ แผ่นดินในทะเลทรุดขนาดนี้ ระบบความสมบูรณ์ของท้องทะเลจะกลับมาเหมือนเดิมได้อย่างไร? คงไม่เหมือนเดิมอีกหรือต้องใช้เวลานานนับเป็นสิบๆปีหรือนานกว่านั้นหรืออาจไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้ เมื่อท้องทะเลเปลี่ยน การทำมาหากินและการดำรงชีวิตของพวกลูกหลานในวันข้างหน้าก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย ” นั่นคือคำบอกเล่าที่มาจากประสบการณ์และจากหัวใจความห่วงใยของผู้เฒ่าท้องทะเลอันดามัน สภาพความจริง และความทุกข์ ที่เกิดขึ้นบนแผ่นดินอันดามันวันนี้ แม้ว่าหน่วยงานภาครัฐจะเริ่มมีการเตรียมแผนงานเพื่อการฟื้นฟูทั้งในระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาวบ้างแล้ว แต่จากข่าวที่ออกมาและการให้สัมภาษณ์ของผู้หลักผู้ใหญ่ในประเทศนี้ น่าเชื่อได้ว่าโดยส่วนใหญ่จะเป็นไปเพื่อการฟื้นฟูสู่การเป็นแหล่งธุรกิจท่องเที่ยวที่สำคัญอีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน ซึ่งนั่นก็หมายความว่า กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวคือกลุ่มเป้าหมายหลักแรกๆที่จะได้รับการฟื้นฟูดูแลในเบื้องต้น แต่สำหรับชาวบ้านอันดามันที่มีวิถีชีวิตประมงชายฝั่งหรือประมงพื้นบ้านขนาดเล็กๆกระจัดกระจายอยู่ตลอดแนวอันดามัน และถือได้ว่าคือผู้หล่อเลี้ยงอันดามัน คือจิตวิญญาณของอันดามัน ดูจะไม่ค่อยได้รับการพูดถึงมากนักทั้งในแง่ของสื่อ และหน่วยงานรัฐ ทั้งที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นสึนามิอย่างหนัก เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ต่อความจริงอันปวดร้าว และ”ทุกข์ร่วม”ที่เกิดขึ้นในแผ่นดินอันดามันวันนี้ ไม่ว่าผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว พี่น้องประมงพื้นบ้านหรือประชาชนโดยทั่วไป ประชาสังคมและเครือข่ายพลเมืองภาคใต้ฝั่งอันดามันมิอาจเพิกเฉยต่อชะตากรรมของพี่น้องร่วมแผ่นดินเกิดตนเองได้ จึงผนึกกำลัง ร่วมแรงใจ เพื่อร่วมฟื้นชีวิตแม่อันดามัน ที่หล่อเลี้ยงลูกหลานตั้งแต่บรรพกาล จนเกิดการสั่งสมไว้ซึ่งคุณค่าอเนกอนันต์ เป็นวิถีที่งดงามมีชีวิตและเลือดเนื้อ ให้กลับคืนมา แม้ดูค่อนข้างเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญ ปานใดก็ตาม วันที่ 17 มกราคม 2548 เวที “ ฟื้นขวัญ อันดามัน ” จึงถือเป็นวันที่สำคัญยิ่งของประชาสังคมและเครือข่ายพลเมืองภาคใต้ รวมทั้งพี่น้องประชาชนชาวอันดามัน ที่จะมาร่วมแรง ร่วมใจ เอาชนะปัญหาและความทุกข์ยากที่กำลังเผชิญอยู่ รวมทั้งร่วมแปรความทุกข์ให้เป็นพลังไปสู่การสร้างอนาคตด้วยสองมือตนเองในอีก 1-3 ปีข้างหน้า อย่างผู้ที่ไม่ยอมแพ้ และอย่างผู้ที่ไม่สิ้นหวัง. |
||
..ความทรงจำที่มิรู้ลืมของพวกเรา....เพื่อนอันดามัน..
|
||
ทรงยศ มงคลบุตร พังงา “วันที่ 26 ธันวาคม 2547 เวลา 10.30 น. ครอบครัวตระกูล มงคลบุตร ทุกสารทิศอยู่ในหลาย ๆ จังหวัดในภาคใต้เดินทางมาร่วมงานทอดผ้าป่าที่จังหวัดระนอง มีญาติ ๆ จากภูเก็ตโทรศัพท์มาแจ้งเหตุว่าคลื่นยักษ์ถล่มเกาะภูเก็ตและได้แจ้งให้ทุกคนทราบเมื่อ ทอดผ้าป่าเสร็จผมและญาติๆเดินทางกลับมาจังหวัดพังงาผ่านจังหวัดระนองได้เห็นเหตุการณ์ที่มีคนหามคนเจ็บคนตาย จำนวนมากนำมาวางไว้ริมถนน ตลอดเส้นทางจนถึงจังหวัดพังงา และเมื่อเดินทางมาถึงอำเภอ คุระบุรีได้มีโอกาสดูทีวีเห็นความเสียหายที่เกิดขึ้นในครั้งนี้สุดที่จะบรรยายประเมินค่าความเสียหายหลายหมื่นล้าน คงต้องใช้เวลาทำใจต่อการฟื้นฟูกลับมาดังเดิม” “หลังจากนั้น เวลาประมาณบ่ายผมได้รับโทรศัพท์จากเพื่อน ๆ สมาชิกให้ช่วยดูผู้บาดเจ็บ สูญหายจากภัยครั้งนี้จนผมเครียดกับเหตุการณ์ในครั้งนี้อย่างมาก และต้องขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัว ดร.ปริชาติ(โฉ) สถาปิตานนท์ ที่สูญเสียครอบครัว ผมกับทีมงานพังงาได้ระดมกำลังช่วยเหลือ 7 วันเต็ม ก็ยังไม่พบเลยขณะนี้” |
||
คณิต จำนงภักดี อ.ส.ม.จังหวัดภูเก็ต “สึนามิครั้งนี้แรงมาก ไม่เคยมีใครรู้จักมาก่อน คนเจ็บ คนตายมหาศาล ตอนนี้สภาพจิตใจมีแต่ความเศร้าและความเสียใจ ฝากบอก พี่น้องที่เสียหายว่าอย่าทำให้ใจหายตามไปด้วย ให้รีบทำใจ ปรับฟื้น ฟูเพื่อคนที่ยังอยู่แม้จะอยู่ในความทุกข์ แต่ที่รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมาก ก็คือวันนี้ผมเห็นมนุษยธรรมไม่ว่าจะเป็นคนชาติไหน ต่างหลั่งไหลมาช่วยพี่น้องอันดามมันเราเป็นอย่างมาก โดยส่วนตัวผม ขออุทิศตัวทำทุกอย่างเพื่อให้ความสุขได้กลับคืนมาเหมือนก่อนวันที่ 26” |
||
สุพจน์ สงวนพันธุ์ ประธาน ชีวิตสาธารณะภูเก็ต “ สึนามิสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นในประเทศไทย คำว่าสึนามิ ผมเคยได้ยินจากข่าวต่างประเทศเท่านั้น แต่บัดนี้มันได้เกิดขึ้นในฝั่งอันดามันบ้านเราโดยที่ไม่มีสัญญานเตือนภัยใดใดบอกให้รู้ล่วงหน้าความเสียหายครั้งนี้เกิดขึ้นเหลือคณานับ ภาพที่เห็นจากใจเหตุการณ์เป็นภาพที่กระแทก อยู่นิ่งเฉยไม่ได้ ต้องเข้าช่วยเหลือและออกช่วยเหลืออย่างรวดเร็วกระเทือนความรู้สึก อย่างไม่เคยคิดมาก่อน ผมรู้สึกว่ามันสลด หดหู่ เศร้าใจมาก ทำให้พวกเราภาพที่พวกผมเห็นนั้นบางคนไม่มีอะไรเหลือ เหลืออยู่แต่ผ้าชุดเดียวทั้งชีวิตบางคนเที่ยววิ่งตามหาญาติที่หายไปอย่างไร้จุดหมาย บางคนเหม่อลอยไม่พูดกับใครเนื่องจากช๊อกกับเหตุการณ์ บ้านพัก ร้านค้าพังพินาศ เรือรถ โดนคลื่นซัดไปกองรวมกันอยู่ในที่ที่ไม่น่าอยู่ เช่นสวนยาง สวนมะพร้าว ทางระบายน้ำ เป็นภาพที่น่าสะเทือนใจเหมือนฝันร้าย จากภาพสิ่งเลวร้ายต่างๆที่เกิดขึ้นในอันดามันบ้านเรา ทำให้สะท้อนกลับมาสู่ความสามัคคี ความรัก ความเห็นใจกันอย่างมากในช่วงเวลานี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นว่ามันจำเป็นอย่างมากในวันนี้คือ การที่จะต้องเร่งฟื้นฟูจิตใจคนในฝั่งอันดามันก่อน เพราะไม่เพียงแต่ผู้เสียหายเท่านั้น คนที่ไม่ได้รับผลกระทบ ก็ยังเกิดความรู้สึกไปด้วย |
||
สุชีพ พัฒน์ทอง ระนอง
ดุสิต ดวงมณี พังงา
ว่าที่ร.ต.บัญญัติ จริยะเลอพงษ์ ด้วยเริ่มช่วยตั้งแต่จุดที่ใกล้คือเขตอำเภอถลาง ไปจนถึงอ.กระทู้และกมลา เมื่อหน่วยกู้ภัย ย้ายไปจังหวัดพังงาได้เข้าไปดูสถานที่เกิดเหตุการณ์ผมถึงกับตะลึงเนื่องจากสภาพที่เห็นนั้น นึกไม่ถึงว่ามันจะพินาศขนาดนี้ เห็นรอยขยะ เสาไฟฟ้าแรงสูง อาคารบ้านเรือน ดูแล้วคนหมดสิทธิ์หนี ยิ่งช่วงคลื่นลง กลับทะเลจะกระแทกไหลกลับรุนแรงมาก ใช้คำว่าฉิบหายยังน้อยไป เครื่องนอน ค้างอยู่บนต้นไม้สูง 5-10 เมตร ผมได้เห็นพลังจากธรรมชาติครั้งนี้ว่ามันมีพลังมหาศาลมาก แต่ที่รู้สึกตะลึงอีกอย่างคือ ศาลพระภูมิ หลาพ่อตา หลายแห่งซึ่งมีเสาเล็กนิดเดียว หลายแห่งไม่โดนอย่างน่าเหลือเชื่อ คิดถึงความเชื่อของคนโบราณที่เขาเคารพเจ้าที่เจ้าทาง แต่ภัยพิบัติครั้งนี้คิดว่า พระภูมิเจ้าที่คงไม่มีใครบูชาเคารพ เลยเกิดเหตุเช่นนี้ และอีกอย่าง คนที่มาตายคราวนี้น่าจะเรียกว่าถึงคราวเคราะห์ก็ได้ เพราะบางคนมันมีเหตุให้ต้องไปที่นั่น เรียกว่าถึงฆาต บางคนไม่ถึงฆาต ก็มีเหตุบังเอิญเช่นกันที่ทำให้ต้องออกไปจากพื้นที่จนปลอดภัย พวกที่รอดมาก็เหมือนเกิดใหม่ ผมพูดกับทุกคนว่า เราไม่เดือดร้อน อย่างชาวบ้านแขนงที่มาช่วยงานกันครั้งนี้ เกือบ 50 คนอยู่ในเหตุการณ์แต่ไม่เป็นไรแสดงว่าเป็นคนมีบุญ แต่หากมีการตายเกิดขึ้น เราก็คงไม่มีกำลังไปช่วยคนที่เดือดร้อนที่อื่ๆได้อย่างเต็มที่
ธนู แนบเนียน |
Be the first to comment on "ฟื้นขวัญ อันดามัน วิญญาณอิสระและลมหายใจ ของคนที่ยังมีชีวิต"