การเจริญเติบโตและการขยายตัวของเมืองร้อยเอ็ด ประชาชนในเมืองเพิ่มมากขึ้นผู้คนอพยพย้ายเข้ามาประกอบอาชีพรับจ้างอาศัยอยู่ตามชุมชนแออัด การหลั่งไหลของผู้คนจากชุมชนชานเมือง…..ได้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเมืองร้อยเอ็ด
กรณีศึกษาสภาพการณ์และการจัดการเมืองร้อยเอ็ด |
||||||||
ข้อมูลทั่วไปจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ดตั้งอยู่บนส่วนกลางของภาคอีสาน มีพื้นที่ 8,299.46 ตร.กม. มีประชากร 1.2 ล้านคนเศษ เขตชนบทมี 192 ตำบล 2,412หมู่บ้าน การปกครองส่วนท้องถิ่นมี 1 เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด 16 เทศบาลตำบล 186 อบต. สำหรับเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดมีพื้นที่ 11 ตร.กม. มีประชากร 37,000คนเศษ แบ่งเขตพื้นที่เป็น 16 ชุมชน |
||||||||
ประวัติเก่า “สาเกตนคร” |
||||||||
|
|
|||||||
เมืองร้อยเอ็ดหรือเมืองสาเกตนคร ตามตำนานอุรังคธาตุ นับเป็นเมืองเก่าแก่ ปรากฏตังแต่สมัยพุทธกาล มีหัวเมืองขึ้น 11 หัวเมือง อ่านว่า สิบเอ็ด ทางเข้า 11 ประตู เขียนว่า 10 กับ 1 =101 จึงเรียกว่าเมืองร้อยเอ็ดในปัจจุบัน จากหลักฐานทางโบราณคดี พบวัฒนธรรมของชุมชนทวาราวดี เกี่ยวกับการตั้งถิ่นฐาน ซึ่งมีลักษณะที่สำคัญคือ มีคูน้ำคันดินล้อมรอบชุมชนในเขตจังหวัดร้อยเอ็ดและบริเวณที่เป็นหัวเมืองขึ้นอีก 11 เมือง สำหรับในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด บางแห่งมีสภาพเดิมเห็นได้ชัดเจน คือบริเวณทิศตะวันออกริมคลองเมืองร้อยเอ็ด | ||||||||
สภาพในปัจจุบัน ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ประกาศเป็นเขตโบราณสถาน ประกอบด้วยพื้นที่ริมรอบคลองคูเมืองร้อยเอ็ดหรือ เขตกำแพงเมืองเก่า จำนวน 6 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนสระบัว บูรพา 1 บูรพา 2 พิพิธภัณฑ์ แตรชวลิตและชุมชนสระแก้ว มีประชากรตั้งบ้านเรือนจำนวนเกือบ 1,000ครัวเรือน และตั้งถิ่นฐานอยู่เขตโบราณสถานอีก 400 ครัวเรือนมีสำเนาทะเบียนบ้าน 285 ครัวเรือน และไม่มีสำเนาทะเบียนบ้าน 115 ครัวเรือน |
||||||||
|
|
|
|
|||||
สถานการณ์ปัญหาชุมชนในร้อยเอ็ดเป็นอย่างไร สภาพปัญหาหลักที่พบในชุมชนที่ตั้งอยู่บนเขตโบราณสถานคูเมืองเก่า จำนวน 400 ครัวเรือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่ทางรัฐไม่รับรองการตั้งถิ่นฐาน ไม่ได้รับบริการสาธารณูปโภคจากภาครัฐ ไม่มีไฟฟ้า ต้องใช้มิเตอร์ของบ้านที่มีสำเนาทะเบียนบ้าน ไม่มีน้ำประปาใช้ในการอุปโภค บริโภค ต้องใช้น้ำจากคลองคูเมืองอาบ ซักผ้า ตลอดจนใช้ประกอบอาหาร ส่วนใหญ่มีอาชีพกรรมกร รับจ้างแบกหามในตลาด ฐานะยากจน สำหรับเด็กและเยาวชนเรียนจบ ป.6แล้ว ไปประกอบอาชีพรับจ้าง บางคนไม่มีอาชีพ มีปัญหาในการลักขโมยของในชุมชนของตนเองและใกล้เคียง เล่นการพนัน ติดยาเสพติด ปัญหาโสเภณีเด็ก การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ขาดการวางแผนครอบครัว เป็นต้น ปัญหาเชิงสังคมอีกประการหนึ่ง คือผู้มีอิทธิพลในชุมชนปล่อยเงินกู้นอกระบบ เก็บดอกเบี้ยเป็นรายวันในอัตราที่สูง สร้างบ้านในที่สาธาณะให้คนยากจนในชุมชนและคนเร่ร่อนที่เข้ามาทำมาหากินในเมืองเช่าอาศัย ในกรณีของชุมชนตั้งบ้านเรือนในเขตโบราณสถาน ได้กลายมาเป็นประเด็นทางการเมือง ใช้โอกาสต่อรองหาเสียงของนักการเมืองท้องถิ่น ก่อให้เกิดความไม่มั่นคงและปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชาวชุมชนเป็นอย่างมาก ถึงแม้จะมีปัญหาหลากหลายมิติซับซ้อนอยู่ แต่ชุมชนเองก็พยายามรวมกลุ่มคนชุมชนคลองคูเมืองในการระดมทุนเพื่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์ และให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาชุมชนของตน |
ภาครัฐมีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร
|
|||
จากสภาพดังกล่าวที่เกิดขึ้นหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องและตัวแทนคนในชุมชนได้หาแนวทางร่วมกันในการแก้ปัญหาโดยการศึกษาความเป็นไปได้ในการย้ายชุมชนออกจากเขตโบราณสถาน เริ่มจากการคัดเลือกผู้นำชุมชนที่ไม่เป็นทางการขึ้นมาเป็นตัวแทนจัดเวทีประชาคม หาข้อตกลงร่วมกันระหว่างผู้ที่อาศัยในชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศึกษาดูงานตัวอย่างของ จ. สกลนครและจ. อยุธยา ทั้งนี้ เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด สำนักผังเมืองจังหวัด การเคหะแห่งชาติ ได้จัดหาพื้นที่รองรับใหม่สำหรับการย้ายที่อยู่อาศัยซึ่งอยู่สุดเขตเทศบาลห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออก 5 กม. โดยมีเครือข่ายชุมชนสาเกตนคร และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ประสานแหล่งทุน เกิดโครงการบ้านมั่นคงพัฒนา ของคนชุมชนคลองคูเมืองขึ้นจำนวน 250 ยูนิต โดยเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดมีแผนการจัดสวัสดิการสำหรับผู้ย้ายถิ่น อาทิ การจัดตั้งศูนย์บริการสาธารณสุข ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก มีที่บำบัดน้ำเสีย การอบรมฝึกให้มีอาชีพไว้รองรับ เป็นต้น สำหรับการย้ายถิ่นฐานไปชุมชนใหม่นี้เป็นเรื่องใหญ่ เนื่องจากชาวชุมชนมีทั้งความหวังว่าจะพ้นจากชุมชนเดิม สู่การสร้างชุมชนใหม่ที่จะส่งผลให้คุณภาพชีวิตของชาวชุมชนดีขึ้น แต่ยังไม่ทราบว่าจะประสบชะตากรรมอย่างไร อนาคตยังไม่แน่นอน รวมทั้งการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องแบกภาระหนี้ผูกพัน ตลอดจนความแตกต่างทางความคิดของคนในชุมชนเองด้วย นับเป็นการเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในชีวิตของคนทั้งครอบครัวและทั้งชุมชนเลยทีเดียว |
|||
![]() |
สภาพการขยายตัวของเมืองร้อยเอ็ดส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาใด จากสภาพการเจริญเติบโตและการขยายตัวของเมืองร้อยเอ็ด ประชาชนในเมืองเพิ่มมากขึ้นผู้คนอพยพย้ายเข้ามาประกอบอาชีพรับจ้าง อาศัยอยู่ตามชุมชนแออัด รวมถึงการหลั่งไหลของผู้คนจากชุมชนชานเมืองและชุมชนใกล้เคียงเข้ามาประกอบอาชีพในตัวเมืองล้วนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเมือง ซึ่งจะเห็นได้จากปริมาณขยะมีจำนวนถึง 40 ตันต่อวัน สำหรับผู้คนที่สัญจรผ่านถนนสายร้อยเอ็ดกาฬสินธุ์ไปด้านทิศเหนือของเมือง จะเจอกับกองขยะมหึมา และมีควันลอยอยู่เหนือกองขยะขนาดใหญ่รวมทั้งกลิ่นที่กระจายอยู่ทั่วบริเวณ ปัญหาดังกล่าวเกิดจากการทิ้งขยะไม่เป็นที่ ทิ้งขยะตามสถานที่สาธารณะ การนำขยะจากบ้านหรือชุมชนรอบนอกเข้ามาทิ้งในเมือง และปัญหาพื้นที่บริเวณรอยต่อระหว่างเขตเทศบาลกับอบต.เป็นต้น
|
||
![]() |
หน่วยงานภาครัฐโดยเฉพาะเทศบาลพยายามที่จะแก้ไขปัญหาด้วยการศึกษาวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น เกี่ยวกับการกำจัดขยะและหาพื้นที่ในการกำจัดขยะ โดยการซื้อที่ทิ้งขยะ จำนวน 112 ไร่ ในพื้นที่รอยต่อของอบต.อุ่มเม่า ห่างจากตัวเมือง 15 กม. แต่ถูกชาวบ้านในชุมชนต่อต้าน ปัญหาขยะท่วมเมืองจึงยังเป็นปัญหาที่สร้างความหนักใจของชาวเมืองร้อยเอ็ดต่อไป |
||
การจัดระบบจราจรและการคมนาคมในจังหวัดร้อยเอ็ดมีมาตรการอย่างไร การคมนาคมเป็นปัญหาหนึ่งของเมืองร้อยเอ็ด ในขณะที่ปริมาณรถเพิ่มมากขึ้นทุกวัน แต่ถนนภายในตัวเมืองยังคับแคบ สภาพผิวจราจรขรุขระ ระบบสัญญาณไฟขัดข้อง ป้ายจราจรไม่ชัดเจน ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย จะเห็นได้จากช่วงเทศกาลปีใหม่2547ที่ผ่านมา ร้อยเอ็ดมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุมากเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศ |
|||
อีกทั้งปัจจุบัน รถยนต์สามล้อเครื่องส่วนบุคคลหรือรถสกายแลป ใช้รับส่งผู้โดยสารทั้งในตัวเมืองและชานเมืองซึ่งรถดังกล่าวไม่มีทะเบียนเพราะเป็นรถดัดแปลงไม่ถูกกฎหมาย มีสภาพเก่า และผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ ขาดความรู้เรื่องกฎจราจรและระเบียบวินัยในการขับขี่ เช่นขับขี่ในขณะมึนเมา การถูกเอาเปรียบจากผู้มีอิทธิพลที่คุมคิว ตลอดจนไม่มีมาตรฐานด้านราคา จากการสำรวจยังพบว่า 87%ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ 43% ขับขี่รถยนต์สามล้อเครื่องขณะเมาสุรา 27% ประสบอุบัติเหตุจากการขับขี่สามล้อเครื่อง จากการสำรวจความต้องการของผู้ขับขี่พบว่า ส่วนใหญ่ต้องการใบอนุญาตขับขี่รถยนต์สามล้อเครื่อง ประกันภัย พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัย เครื่องแต่งกายหรือสัญลักษณ์ที่ชัดเจนและจัดตั้งกลุ่มชมรมสามล้อเครื่องเมืองสาเกตนคร |
|
Be the first to comment on "การจัดการเมืองร้อยเอ็ด"