สังคมไทยท่ามกลางกระแสทุนนิยมและยุคโลกาภิวัตน์ที่คนในสังคมต่างดำเนินชีวิตกันด้วยความรีบเร่งแข่งกับเวลาที่เดินหน้าโดยไม่เคยคอยใคร ผู้คนต่างพยายามเอาตัวเองให้รอดพ้นจากความยากลำบากและมีจุดหมายของชีวิตที่ความสุข
ทรรศนะ นวลสมศรี |
|||||
|
|||||
|
|||||
ความผูกพันธ์กันระหว่างเธอกับคนในครอบครัวยังคงแน่นแฟ้นเหมือนเดิม แต่ในด้านสถานะและสิทธิต่างๆนั้นแล้วมันต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งที่เธออยู่อาศัยบ้านเดียวกันกับแม่และพี่ชาย แต่เธอกลับไม่ได้มีชื่ออยู่ในบ้านด้วย |
|||||
สาเหตุที่ทำให้น้องอำพรยังคงเป็นบุคคลไร้สัญชาติอยู่จนถึงทุกวันนี้ ทั้งที่เธอได้พยายามดำเนินการมาแล้วหลายครั้งนั้นมาจากการที่เธอนั้นไม่มีหลักฐานใดๆทางราชการเลย เธอบอกว่าเธอมีแค่ใบบันทึกวัน เดือน ปี ที่เกิด ที่ได้จากสถานีอนามัยที่ทำคลอดเธอเท่านั้นที่ติดตัวมา ซึ่งหลักฐานแค่นั้นไม่เพียงพอที่จะทำให้ทางราชการอนุญาตให้เธอได้รับสัญชาติไทย นอกจากนี้เธอยังพูดตัดพ้อว่าเธอไม่ค่อยได้รับการใส่ใจและให้ความสำคัญกับปัญหาของเธอเท่าที่ควรจากทางราชการที่เธอดำเนินเรื่องด้วย เพราะทุกครั้งที่เธอไปติดตามผลการขอสัญชาติซึ่งก็ไม่เคยได้ แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือ ทางเจ้าหน้าที่เองไม่ได้ให้คำปรึกษาว่าเรื่องของเธอไม่ได้รับการดำเนินการต่อนั้น เนื่องมาจากสาเหตุอะไร และจะต้องแก้ไขอย่างไรบ้าง และหลังจากที่เธอพยายามดำเนินการเรื่องขอสัญชาติมาแล้วหลายครั้งดังที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น เธอก็เพิ่งรู้เรื่องของการตรวจ DNA จากผู้หวังดีที่อยากช่วยเหลือเธอ เพื่อนำผลการตรวจพิสูจน์นั้นมาเป็นหลักฐานอีกชิ้นหนึ่งที่สำคัญที่อาจจะช่วยทำให้เธอได้รับสัญชาติก็เป็นได้ โดยน้องอัมพรได้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ DNA จากโรงพยาบาลมหาราชเชียงใหม่ ผู้เขียนรู้สึกตกใจเมื่อได้รู้ค่าใช้จ่ายในการตรวจครั้งนี้ เพราะต้องใช้เงินถึง 4,000 บาท แต่เธอบอกว่าถึงแม้จะต้องใช้เงินมากมายถึงเพียงนี้ เธอและครอบครัวก็ยอมที่จะจ่ายไปหากมันพอจะทำให้เธอมีโอกาสได้รับการยอมรับในฐานะคนไทยที่มีสิทธิและสถานะที่ถูกต้องตามกฎหมายคนหนึ่ง | |||||
ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นว่าคนไทยทั่วไปส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าการไร้ซึ่งสัญชาติของชนชาวไทยภูเขาหรือชนกลุ่มน้อยกลุ่มอื่นๆนั้นมันได้ส่งผลกระทบต่อพวกเขาอย่างไรบ้าง ในเรื่องนี้ น้องอำพรได้บอกกล่าวด้วยสีหน้าที่รับรู้ได้ว่าเธอกำลังมีความทุกข์ที่กำลังรอคอยการปลดปล่อยอยู่ด้วยความหวังที่เต็มเปี่ยมว่า การที่เธอไม่มีสัญชาตินั้น ทำให้เธอขาดโอกาสในด้านต่างๆที่ควรจะได้รับเช่นคนอื่นๆไป เธอบอกเล่าต่อไปว่า เธอไม่ได้รับทุนการศึกษาใดๆเลยทั้งๆที่เธอมีความต้องการที่จะรับความอนุเคราะห์นั้นเหลือเกินด้วยความยินดี รวมถึงเธอตั้งใจไว้ว่าอยากจะเรียนต่อเมื่อจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา แต่ถ้าหากว่าเมื่อถึงเวลานั้นแล้ว เธอยังคงเป็นบุคคลที่ไร้ซึ่งสัญชาติ ไร้รัฐแล้วล่ะก็ ความใฝ่ฝันของเธอก็คงจะไม่ได้รับการสานต่อเป็นแน่ นอกจากนี้ ในด้านสวัสดิภาพ เช่น ค่ารักษาพยาบาลที่น้องอำพรเองไม่สามารถใช้สิทธิต่างๆได้เหมือนที่คนอื่นมีด้วยเช่นเดียวกัน |
|||||
แต่ด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่ที่จะพยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อให้ได้มาซึ่งสัญชาติไทยที่ถูกต้องตามกฎหมาย น้องอำพรบอกว่าแม้เธอจะรู้สึกแย่ ท้อแท้กับสิ่งที่เธอพยายามต่อสู้มาตั้งแต่ตัวเธอยังเล็กๆจนถึงตอนนี้เธอโตเป็นสาวแล้ว แต่เธอก็จะไม่ยอมแพ้ต่อชะตาชีวิตของตัวเองอย่างแน่นอน เพื่อนๆของเธอหลายคนที่ยังไม่มีสัญชาติเหมือนกับเธอ เคยร้องห่มร้องไห้กับเรื่องนี้มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง แต่สำหรับน้องอำพรแล้วเธอคงจะไม่ยอมเสียน้ำตาให้กับปัญหาที่ถือว่าหนักหนาสาหัสนี้แน่นอน เธอยังฝากบอกกับผู้ที่ยังคงไร้สัญชาติคนอื่นๆด้วยว่า ไม่อยากให้ผู้ที่ยังไม่ได้รับสัญชาติไทยเช่นเดียวกับตัวเธอนั้นยอมแพ้ต่อเรื่องนี้ไปง่ายๆ ขอให้พวกเขามีกำลังใจที่จะดำเนินการต่อไปและรอคอยความหวังนี้ด้วยความอดทน เธอเชื่อเหลือเกินว่าวันที่เธอและเพื่อนผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกันนี้รอคอยที่จะได้รับการยอมรับว่าเป็นคนไทยคนหนึ่งที่มีสิทธิ์มีเสียงในสถานะภาพของตนเองนั้นจะมาถึงสักวันหนึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ |
|||||
อย่างไรก็ตาม แม้การได้รับสัญชาติไทย การมีบัตรแสดงตัวว่าไม่ได้เป็นคนไร้รัฐอีกต่อไปนั้นจะเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่บางทีก็อาจจะไม่สำคัญเท่ากับการที่ชนชาวไทยภูเขาหรือชนกลุ่มน้อยชาติพันธุ์อื่นๆเหล่านั้นได้รับการเหลียวมองและเอาใจใส่จากผู้คนทั่วไปในสังคมมากขึ้นกว่าเก่า อันจะทำให้พวกเขารู้สึกว่าพวกเขาเองก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของสังคมนี้ที่ไม่มีใครจะมาแบ่งแยกความแตกต่างระหว่างเชื้อชาติ ภาษา ศาสนา และวัฒนธรรม ออกจากความเป็นหนึ่งหน่วยเดียวกันของสังคมไทยไปได้ สิ่งนี้น่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า…. |
|||||
ที่มา : http://www.tobethai.org |
Be the first to comment on "คนไร้สัญชาติ:ผลิตผลของความเป็นชายขอบที่ไม่ตั้งใจ"