เราคือใคร? พวกเราเป็นกลุ่มพลเมืองไท ที่ประกอบด้วย นักวิชาการ นักกิจกรรมทางสังคม แพทย์ ครูอาจารย์ ข้าราชการ นักธุรกิจ ศิลปิน ผู้นำชุมชน นักเรียนนักศึกษา และผู้คนหลากหลายอาชีพ มารวมตัวกันเป็นกลุ่มเพื่อ…
คำแถลงฉบับที่ ๑ กลุ่มการะเกด ๒๕๔๙ ; การก่อเกิดครั้งใหม่ ในบริบทการต่อสู้กับทุนข้ามชาติสิงคโปร์ ที่ครอบงำสังคมไทย |
|||||
|
|||||
เราคือใคร ? พวกเราเป็นกลุ่มพลเมืองไท ที่ประกอบด้วย นักวิชาการ นักกิจกรรมทางสังคม แพทย์ ครูอาจารย์ ข้าราชการ นักธุรกิจ ศิลปิน ผู้นำชุมชน นักเรียนนักศึกษา และผู้คนหลากหลายอาชีพ มารวมตัวกันเป็นกลุ่ม เพื่อต่อสู้กับภัยที่คุกคามประเทศ อันเกิดจากทุนข้ามชาติสิงคโปร์และกลุ่มธนกิจการเมืองที่ยึดกุมประเทศ สมคบคิดกัน โดยใช้ชื่อว่า “กลุ่มการะเกด” “การะเกด” เป็นตำนานของการต่อสู้แข็งขืนของชาวบ้านซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของจิตใจที่กล้าหาญ ของผู้รักชาติที่ไม่ยอมจำนนต่อการกดขี่ข่มเหงของผู้ปกครองที่สมคบกับชาวต่างชาติ และพร้อมต่อสู้อย่างองอาจ ดังปรากฏในเพลงโบราณที่คุ้นหูว่า… “เจ้าการะเกดเอย…เจ้าขี่ม้าเทศจะไปท้ายวัง…ชักกริชออกมาแกว่ง ว่าจะแทงฝรั่ง…ใครห้ามก็ไม่ฟัง…เจ้าการะเกดเอย…” ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา พวกเราส่วนหนึ่งได้สืบทอดจิตวิญญาณในตำนานอย่างมุ่งมั่น รวมตัวขึ้นเป็น “กลุ่มการะเกด” เข้าร่วมแสดงบทบาทในการเคลื่อนไหวทางสังคมเรียกร้องกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 โดยการใช้สัญลักษณ์ธงเขียว |
|||||
เราคิดอย่างไร ?
ในวันนี้เราเห็นความจำเป็นในการฝ่าวิกฤตทางการเมือง อันเกิดจากการเสื่อมถอยทางจริยธรรม และ ศีลธรรมอย่างรุนแรงของ นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รวมทั้งผู้นำในองค์กรอิสระ และนักธุรกิจชั้นนำ จำนวนหนึ่ง เราทั้งหมดตระหนักดีว่าการพลิกวิกฤตเป็นโอกาสให้สำเร็จได้นั้น ต้องรวบรวมพลังความภาคภูมิใจของผู้คนจำนวนมากร่วมกัน ผลักดันให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องลาออกจากตำแหน่งและเว้นวรรคทางการเมือง อย่างไม่มีเงื่อนไข แต่สถานการณ์วันนี้ยังไม่มีความคืบหน้า ดังที่เราปรารถนานัก เนื่องจาก นายกรัฐมนตรี ได้ใช้เล่ห์กล และชั้นเชิง เช่น การยุบสภา การให้สัญญาประชาคมแบบลมๆ แล้งๆ ในการปฏิรูปการเมือง เพียงเพื่อรักษาสถานภาพ พิทักษ์อำนาจ และผลประโยชน์ของตนเองเท่านั้น โดยไม่ได้ตอบคำถามในเรื่องจริยธรรม คุณธรรม และศีลธรรมที่ผู้คนสงสัยทั้งบ้านทั้งเมืองแต่อย่างใด เรามีความเชื่อมั่นว่าจะต้องมีการระดมพลังอย่างยิ่งใหญ่และหลากหลายมากกว่าวันนี้ ทั้งเพื่อการเอาชนะในการต่อสู้กับระบอบทักษิณและเพื่อการฟื้นฟู เชิดชูคุณธรรม และจริยธรรมของสังคมไทยให้เป็นจริง ให้เติบโต งอกงาม อย่างมั่นคง วันนี้เราชาวไทยทั้งมวล คงได้เห็นแล้วว่า เมล็ดพันธุ์แห่งความดี ความงาม ได้ปรากฏตัวขึ้นมาในกลุ่มที่แตกต่างหลากหลาย ทุกอาชีพ เพศ วัย แม้กระทั่งนักเรียนซึ่งไม่เคยมีใครคาดคิดว่า จะหาญกล้าออกมาประกาศการต่อสู้ และ เราก็ได้เห็นกลุ่มผู้อาวุโส ที่เคลื่อนไหวด้วยหัวใจให้แผ่นดินไทยได้มีการปกครองโดยธรรม เหล่านี้ล้วนเป็นสายธารหลายสายที่ไหลมาบรรจบกัน ในการกวาดล้างความชั่วเพื่อแผ่นดินไทยใสสะอาด เรามีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า ถ้าเราคนไทยทั้งมวลช่วยกันรดน้ำพรวนดิน ให้เมล็ดพันธุ์แห่งธรรม เติบโตเป็นต้นกล้าแล้วเป็นไม้ใหญ่อย่างแข็งแรงมั่นคง สังคมใหญ่ของเราก็จะยืนหยัดท้าทายลมแรงแห่งโลกาภิวัตน์ได้อย่างสง่างามและมีศักดิ์ศรี กลุ่ม “การะเกด ๒๕๔๙” จึงก่อตัวขึ้นมาอีกครั้งเพื่อหนุนเสริมพลังผู้รักชาติ รักประชาธิปไตย ร่วมกันกวาดล้างระบอบทักษิณ และสร้างสรรค์ระบอบประชาธิปไตยเชิงจริยธรรมขึ้นแทน |
|||||
จุดยืนของเรา
กลุ่ม “การะเกด” มีจุดยืนที่ชัดเจนว่า เราจะยืนเคียงข้างพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอย่างมั่นคง ในการต่อสู้กับระบอบทักษิณและการครอบงำของทุนข้ามชาติสิงคโปร์ เราถือว่าความดีไม่สามารถปรองดองได้กับความชั่ว เรายึดมั่นว่าธรรมะไม่สามารถรอมชอมได้กับอธรรม และธรรมะต้องชนะอธรรมในที่สุด ดังนั้นเราจึงไม่ลังเลที่ประกาศตนว่ายืนอยู่ข้างความดี และจริยธรรม อย่างเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ เราเห็นว่ายังมีพี่น้องชาวไทยจำนวนมาก ทั้งที่เป็น นักวิชาการ อาจารย์ นิสิต นักศึกษา นักเรียน ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ นักธุรกิจระดับชาติ ภูมิภาค และท้องถิ่น ผู้ประกอบการรายย่อย ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และเกษตรกร ทั้งในเมืองและชนบท ซึ่งรู้เช่นเห็นชาติ ในความเสื่อมทรามด้านจริยธรรม และศีลธรรมของวงศ์วานว่านเครือ พวกพ้อง บริวารของผู้นำปัจจุบัน เราเชื่อว่ายังมีผู้คนในสังคมอีกจำนวนมากมหาศาลที่ไม่เห็นด้วยกับระบอบทักษิณ แม้นไม่ได้ก้าวลงสู่ท้องถนน ดั้งด้นสู่ท้องสนามหลวงก็ตาม แต่เราก็เชื่อมั่นในความสำนึกแห่งความเป็นพลเมืองที่ต้องร่วมแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง ซึ่งเป็นเรื่องของเราทุกคน เราจึงอยากสื่อสารถึงพลังอิสระและพลังทางสังคมทั้งหลาย ขอได้โปรดอย่านิ่งดูดาย โปรดแสดงตนและแสดงการแข็งขืนแบบอารยะ (Civil Disobedience) ตามหนทางที่ท่านเห็นสมควร แสดงออก ในวิถีที่สอดคล้องกับตัวท่าน ครอบครัวท่าน ชุมชนท่าน องค์กรหรือหน่วยงานของท่าน |
|||||
แนวทางของเรา
เรายึดมั่นในแนวทางสันติวิธี เราอยากเห็นการเปลี่ยนผ่านอย่างสันติโดยมิต้องพึ่งอำนาจนอกระบบและเราไม่อยากเห็นการแตกหักใดๆ ก่อนการเลือกตั้ง 2 เมษายน ที่กำลังจะมีขึ้น การให้ได้มาซึ่งพลังและชัยชนะอันยิ่งใหญ่นี้ เราขอยึดแนวปฏิบัติ “ธรรมะแห่งพลัง ๔ ประการ” ของท่านพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุต ปยุตโต) อันได้แก่ ๑. ปัญญาพละ คือ พลังแห่งปัญญา มีความเข้าใจ อันได้มาจากการศึกษา มีความรู้ความเข้าใจ ที่ถูกต้อง ชัดเจนในเรื่อง และกิจการที่เราทำอยู่ ๒. วิริยะพละ คือ พลังแห่งความบากบั่น พากเพียรไม่ท้อถอย เพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จอันดีงาม ๓. อนวัชชพละ คือ พลังแห่งความประพฤติและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตใจ ๔. สังคหพละ คือ พลังที่อุทิศตนให้เป็นประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์และสังคมมากกว่านึกถึงประโยชน์ของตนเอง ในการแปลงเจตนารมณ์อันแรงกล้าของเราให้เป็นจริง พวกเราทุกคนจะต้องยืนหยัดมั่นคง ส่งเสริมและสนับสนุนการเคลื่อนไหวของพี่น้องพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ระดมพลังพี่น้องภาคี เครือข่ายเข้าร่วมในการเคลื่อนไหวใหญ่ในวันที่ ๑๓-๑๔ มีนาคมนี้ ตามวัน เวลา และสถานที่ที่เครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้นัดหมาย พร้อมๆ กับการเปิดประเด็น เปิดพื้นที่สาธารณะสำหรับพลเมืองที่แข็งขัน ได้มีส่วนร่วมแสดงตัวตน แสดงออกในการแข็งขืนอำนาจรัฐที่ไม่เป็นธรรม ไร้จริยธรรม ในวิถีทางที่ตนเห็นสมควร เพื่อต่อสู้กับระบอบทักษิณ ต่อต้านวิธีคิดแบบทักษิณของเหล่าทักษิณเล็ก ทักษิณน้อย ที่รอคอยการก้าวขึ้นสู่อำนาจเป็นตัวตายตัวแทนเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถูกโค่นล้มลง |
|||||
อารยะแข็งขืน 10 ประการ
กลุ่มการะเกด ๒๕๔๙ ขอเชิญชวนประชาชนพลเมือง ผู้ตื่นรู้ทั้งประเทศ ให้ช่วยกันแสดงจุดยืนและปฏิบัติการ “อารยะแข็งขืน 10 ประการ” ดังนี้:- คว่ำบาตรสินค้าและบริการของกลุ่มชินวัตรและพันธมิตร
แข็งขืนแบบอารยะต่อรัฐบาลที่ไม่ชอบธรรม
สำแดงพลังพลเมืองไท…หนุนประชาธิปไตยเชิงจริยธรรม
|
|||||
|
Be the first to comment on "คำแถลงฉบับที่ ๑ กลุ่มการะเกด ๒๕๔๙ ; การก่อเกิดครั้งใหม่"