จับตา!!! เลือกตั้ง 49

ดร.เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ โฆษกศูนย์จับตาการเลือกตั้ง 49 กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงการปิดหีบเลือกตั้งในเวลา 15.00น. ได้มีประชาชนแจ้งกรณีการเลือกตั้งที่ไม่ชอบธรรมเข้ามายังศูนย์จับตาการเลือกตั้งทั้งสิ้น 296 ราย แบ่งเป็น…

จับตาเลือกตั้ง 2 เมษายน 2549

สันสกฤต มุนีโมไนย รายงาน

วันที่ 2 เมษายน 2549 ดร.เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ โฆษกศูนย์จับตาการเลือกตั้ง 49 จัดแถลงข่าวเรื่องการตรวจสอบและเฝ้าระวังการทุจริตเลือกตั้ง ณ ศูนย์จับตาการเลือกตั้ง 49( www.seree.org)

ดร.เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ โฆษกศูนย์จับตาการเลือกตั้ง 49 กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงการปิดหีบเลือกตั้งในเวลา 15.00น. ได้มีประชาชนแจ้งกรณีการเลือกตั้งที่ไม่ชอบธรรมเข้ามายังศูนย์จับตาการเลือกตั้งทั้งสิ้น 296 ราย แบ่งเป็น

1. กรณีการจัดคูหาไม่เหมาะสม 133 ราย ซึ่งได้รับแจ้งจากหน่วยเลือกตั้งหลายจุดทั่วประเทศ

2. กรณีการกระทำผิดกฏหมายเลือกตั้ง เช่น การติดรูปผู้สมัครในเขตเลือกตั้ง และการประกาศเชิญชวนให้ประชาชนเลือกผู้สมัครในบริเวณเขตเลือกตั้ง หีบเลือกตั้งไม่ปิดผนึกด้วยแถบตะกั่ว จำนวน 61ราย

3. กรณีที่หน่วยเลือกตั้งไม่มีปากกาให้กับประชาชน ห้ามใช้ปากกาที่ประชาชนนำไปเองในการลงคะแนน รวมทั้งให้ประชาชนใช้ทั้งปากกาและตรายางในการลงคะแนนช่องเดียวกันจำนวน 43ราย เช่น อ.เมือง จ.ชลบุรี จ.ราชบุรี จ.นราธิวาช เขตสายไหม เขตสะพานใหม่ เขต บางซื่อ กรุงเทพฯ

4. กรณีอื่นๆ เช่น มีผู้ก่อกวนประชาชนผู้มาใช้สิทธิ โดยคอยบอกให้กากบาทเบอร์ต่างๆ รวมทั้งคอยจดชื่อผู้ใช้สิทธิเอาไว้ จำนวน 27 ราย

5. หน่วยเลือกตั้งใช้บัตรเลือกตั้งที่มีสีเดียวกัน 21 ราย เช่นหน่วยเลือกตั้ง 17 จ.อยุธยา หน่วยเลือกตั้ง7 จ.ลพบุรี 6.กรณีประชาชนถูกลักลอบใช้สิทธิลงคะแนน 11ราย เช่น อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เขตทุ่งครุ เขตพระนคร กรุงเทพฯ

นอกจากนี้จากการตรวจสอบการเสนอข่าวของสื่อโทรทัศน์ช่องต่างๆ พบว่า เน้นไปที่การนำเสนอข่าวบุคคลสำคัญที่เดินทางไปลงคะแนน ขณะที่ข่าวเรื่องการทุจริตเลือกตั้งมีการนำเสนอน้อยมากจนเรียกได้ว่าไม่มีเลย ที่น่าสังเกตก็คือมีสื่อบางช่อง ได้มีการโชว์อักษรวิ่งด้านล่างจอที่ละเมิดสิทธิของประชาชน เช่น การเชิญชวนให้ประชาชนไปลงคะแนน และระบุว่าหากไม่ไปลงคะแนนก็จะทำให้เสียสิทธิในโครงการ 30บาท รักษาทุกโรค

นายศาสตรา โตอ่อน อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะที่ปรึกษากฏหมาย ศูนย์จับตาการเลือกตั้ง 49 กล่าวว่า จากการประมวลคำร้องเรียนที่ประชาชนได้แจ้งเข้ามายังศูนย์ พบว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีปัญหาเกิดขึ้น 3ประการ ได้แก่

1.เป็นการเลือกตั้งที่ไร้ประสิทธิภาพ ตั้งแต่การใช้หีบกระดาษแทนหีบเหล็ก การใช้บัตรสีเหมือนกันในบางเขตเลือกตั้ง ชื่อผู้ใช้สิทธิคลาดเคลื่อนเช่น เสียชีวิตแล้ว แต่ยังมีชื่ออยู่ในรายชื่อผู้มีสิทธิ

2.เป็นการเลือกตั้งที่กระทำผิดกฏหมายมากมายมหาศาล โดยประเด็นที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือการที่เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งจัดคูหาเลือกตั้งโดยหันคูหาด้านปิดเข้าหากำแพง และหันคูหาด้านเปิดออกมาด้านนอกที่ทำให้ผู้อื่นสามารถสังเกตเห็นการทำเครื่องหมายลงในบัตรเลือกตั้งได้ รวมทั้งทำให้ผู้ใช้สิทธิรู้สึกว่าการลงคะแนนไม่เป็นส่วนตัว ถือว่าผิดรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่าการเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยลับ

นอกจากนี้ยังมีกรณีต่างที่ต้องพิสูจน์ทางกฎหมายต่อไป เช่น การติดป้ายโฆษณาใกล้จุดลงคะแนน การลักลอบใช้สิทธิ ฉีกบัตรเลือกตั้ง ซื้อเสียงซึ่งมีตั้งแต่การใช้เงินไปถึงการนำไอศกรีมมาแจกให้ประชาชนที่กำลังจะเดินทางไปใช้สิทธิ ซึ่งหากพิสูจน์แล้วว่าผิดกฎหมายเลือกตั้งจริง ก็จะมีโทษปรับตั้งแต่ 20,000-200,000บาท จำคุกตั้งแต่1-10ปี และอาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา10ปี

3.ใช้อำนาจเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้อง เช่น การห้ามไม่ให้ประชาชนใช้ปากกาที่นำไปเองในการลงคะแนนหรือการที่เจ้าหน้าที่ไม่เตรียมปากกาเอาไว้ให้กับประชาชนนั้น ต้องถือว่าขัดต่อคำสั่งของศาลปกครองที่ระบุว่าให้มีสิทธิใช้ได้ทั้งปากกาหรือตรายางอย่างใดอย่างหนึ่งในการลงคะแนน รวมทั้งกรณีที่เจ้าหน้าที่ยึดบัตรประชาชนของผู้ใช้สิทธิเอาไว้และให้ประชาชนเข้าไปใช้สิทธิก่อนแล้วค่อยมารับบัตรคืน นอกจากนี้ยังมีกรณีการแจ้งข้อมูลตามแบบ สส.28ของเจ้าหน้าที่หน่วยเลือกตั้งที่ต้องแจ้งจำนวนบัตรที่รับมา บัตรเหลือและจำนวนผู้แสดงตนหลังปิดหีบ แต่เจ้าหน้าที่มีการแจ้งเพียงจำนวนบัตรที่รับมาเท่านั้น

สังเกตได้ว่ากรณีต่างๆที่เกิดขึ้นในการเลือกถือว่ามีความผิดและมีโทษหนักทั้งสิ้น ฉะนั้นจึงต้องการฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประชาชนเข้ามาแจ้งความเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดี ทั้งนี้ทางศูนย์จับตาการเลือกตั้งพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือและให้ปรึกษาแก่ประชาชนที่ต้องการแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ในหน่วยเลือกตั้งหรือผู้สมัครจากพรรคการเมืองต่างๆ โดยอาจประสานงานร่วมกับทนายความจากเครือข่ายสภาทนายความเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป” อย่างไรก็ตามหาก กกต. ไม่ดำเนินการตามกฎหมายเลือกตั้ง ศูนย์จับตาการเลือกตั้งจะพิจารณาเพื่อเข้ายื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครองให้ดำเนินการไต่สวนต่อไป

Be the first to comment on "จับตา!!! เลือกตั้ง 49"

Leave a comment

Your email address will not be published.