ตอนที่ 39 : “วาทกรรมสกัดซักฟอก”

          เรื่องร้อนทางการเมืองในรอบสัปดาห์คงหนีไม่พ้น “การแถลงผลงาน 6 เดือนของรัฐบาล” และการอภิปรายของ สนช. เพราะสื่อมวลชนและสังคมกำลังจับตาดูว่าสมาชิก สนช. ที่มีการรวมกลุ่มกันประกาศเข้าชื่อขับไล่นายกสุรยุทธ์นั้นจะมีไม้เด็ดถล่มรัฐบาลประการใด และรัฐบาลจะเอาตัวรอดได้หรือไม่

แต่แล้วจู่ ๆ ก็มีบทสัมภาษณ์ รมช. พม. ลงมติชนฉบับเช้าวันจันทร์  หน้าการเมืองเต็มหน้า ขึ้นหัวข้อว่า “วาทกรรมพลเดช ปิ่นประทีป..ปอกเปลือกคนเซลล์เดียวกัน” ซึ่งแสดงทัศนวิพากษ์ คมช. สนช. ครม. คตส.และ สสร. ในมุมมองที่ไม่มีใครกล้าพูดกัน จนกลายเป็นเรื่องที่ฮือฮากันทั่วศูนย์กลางอำนาจรัฐ และวงการสื่อมวลชน ซึ่งส่งผลสะเทือนต่อบรรยากาศการแถลงผลงานและอภิปรายรัฐบาลใน สนช.ดังกล่าว เมื่อประกอบกับกระแสรับสั่งที่มีต่อกลุ่มตุลาการสูงสุดในตอนทุ่มเศษตามเวลาข่าวในพระราชสำนักในวันถัดมา  ในที่สุดทำให้รัฐบาลรอดปากเหยี่ยวปากกามาได้อย่างสบาย ๆ

          21 พ.ค.

          ออกจากบ้านแต่เช้าตามปกติ แวะไปเยี่ยมคุณย่าที่โรงพยาบาลจุฬาจนลืมนัดปลัด พม. ที่ต้องพบกันทุกเช้าวันจันทร์ก่อนทำงาน เจ้าหน้าที่จึงจัดการเลื่อนนัดหมายเป็น 17.00 น. แทน
          มาถึงกระทรวงเกือบ 9.00 น. ขณะกำลังนั่งเซ็นต์หนังสืออยู่ มีโทรศัพท์จากนักข่าวมติชนฝากผู้ติดตาม รมต. มาบอกว่าบทสัมภาษณ์รัฐมนตรีเขาลงมติชนแล้ววันนี้ ได้เห็นหรือยัง และเขาอยากฟังเสียงสะท้อนด้วยว่า ดี/ไม่ดีประการใด สักพักเลขานุการเอาหนังสือพิมพ์มติชนมาให้ดู ไอหย่า! ลงเต็มหน้าเลยพาดหัวว่า “วาทกรรมพลเดช ปิ่นประทีป ปอกเปลือกคนเซลล์เดียวกัน” ผมรีบอ่านอย่างรวดเร็ว  เกิดกังวลใจขึ้นมาในพลัน เพราะเนื้อหาหลัก ๆ ในบทสัมภาษณ์เป็นดังนี้
                    1) บทเกริ่นนำบอกว่า รมช.พม. คนนี้เป็น รมต.ใหม่ แต่เป็นขวัญใจสื่อมวลชนและเป็นข่าวทุกครั้งหลังประชุม ครม.
                    2)  หมอพลเดชให้ทัศนะว่ารัฐบาลมีคนเก่งและดี แต่สื่อสารไม่เป็นเต็มไปหมด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะต่างเป็นปลัดกระทรวงเก่าและเป็นคนดี ไม่จำเป็นต้องสื่อสารกับสังคมเหมือนนักการเมืองจึงกลัวสื่อมวลชน
                    3) ครม., คมช., คตส., สนช. และ สสร. ต่างมาจากเซลเดียวกัน คือ คณะรัฐประหาร (คปค.) แต่ไม่สามารถสร้างอุดมการณ์ร่วมได้ว่าจะต้องมีภารกิจในการประคับประคองประเทศในระยะเปลี่ยนผ่าน นอกจากนั้นยังทะเลาะกัน ขัดกัน และโทษกันไปมา
                    4) การปรับวิธีทำงานสำคัญกว่าการปรับ ครม. และการเปลี่ยนนายก!
                    5) ตัว รมช. พม.ทำใจได้ หากว่าภาพโดยรวมรัฐบาลไม่ประสบความสำเร็จในสายตาประชาชน ไม่รู้สึก hurt แต่ประการใด และมั่นใจว่างานใน พม. ทำได้ตามเป้าหมาย
          11.00 น. ทีมช่อง 9 อสมท. เข้าพบเพื่อเสนอความก้าวหน้าของงานยุทธศาสตร์สื่อสารกระทรวง (Rebranding) พม.
          13.00 น. ทีมแกนนำเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านภาคตะวันตกมาเข้าพบปรึกษาหารือ, เสนอให้ตั้งกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานของ ผอ.สทบ. ซึ่งดูแลกองทุนหมู่บ้านทั่วประเทศ และเอาข้าวหลามมาฝากมัดเบ่อเร่อ
          13.30 น. ทีมแกนเครือข่ายชุมชนสตรีศรีสองแคว มาพบ ขอให้ลงนามประกาศนียบัตรผู้เข้ารับการอบรม ผู้นำสตรี อบต. พิษณุโลก
          14.00 น. ไปประชุมร่วมกับ ศธ. (รมช. วรากร), ตัวแทนเครือข่ายรองอธิบการบดี 90 แห่ง ที่จะรณรงค์มหาวิทยาลัยสีขาว, zoning  แหล่งปลอดอบายมุข รอบ มหาวิทยาลัย ซึ่งมีความก้าวหน้าเป็นรูปธรรมมาก ที่ประชุมสนใจประเด็นการขายเหล้า, หอพักนักศึกษา, การแต่งกายยั่วยุล่อแหลม และการรับน้องโหด ซึ่งคาดว่าเร็ว ๆ จะได้มีพิธีลงนาม MOU ร่วมกันครั้งใหญ่!
          17.00 น. ปลัด พม. มาพบเพื่อปรึกษางานตามนัด ได้สั่งการไป 4 เรื่อง 1) เรื่องแฟลตดินแดง – ให้ทำรายงานเข้า ครม. 2) เรื่องโครงการบ้านเอื้ออาทรให้ติดตามผลประเมินของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ 3) เรื่องงบประมาณต้องเร่งรัดการใช้จ่าย 4) ประเด็น ศพส. (ศูนย์พัฒนาสังคม) ขอให้ใจเย็น ๆ ไว้ก่อน (เพราะผมทราบว่ามี conflict ระหว่าง อธิบดี พส. – ปลัด พม.)
          18.00 น. นัดทีมที่ปรึกษากิจการ จชต. และ นายทหารจากทีมที่ปรึกษาของท่านนายกฯ มาหารือแบบ Dinner Meeting ที่ภัตรคารอาหารจีน โรงแรมปริ๊นซ์พาเลซ ได้พบกับ พล.ท.นันทเดช (ทปษ.นรม.) และ พล.ต.อักษรา เกิดผล    (เจ้ากรมยุทธการ ทบ.)   ฝ่ายเรามี   พล.ต.ดร.พีรพงษ์ มานะกิจ,  รองปลัด ยธ.  ชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ, วรรณชัย   ไตรแก้ว, รมช. และ ลข.รมช. การพูดคุยออกรสชาดมาก เพราะทุกคนมีทุนความรู้ ความคิดและประสบการณ์ด้วยกันทั้งนั้น พี่นันทเดชเป็นคนโผงผาง ท่านให้ข้อมูลที่ไม่เคยรู้มาก่อนมาก อาทิ :  1) ครูหลายคนที่ถูกยิงใน จชต. เป็นสายข่าวทหาร 2) กรณียิ่งถล่มรถตู้โดยสาร 8 ศพ เป็นฝีมือโจรแขกที่ตำรวจจ้าง โดยมีเป้าหมายปรามฝ่ายทหารและรัฐบาลไม่ให้รุบคืบเรื่องคดีทนายสมชาย ไปมากกว่านี้   3) ระเบิดกรุงล่าสุดในวันที่ 5 พ.ค. (ฉัตรมงคล) ใกล้สวนจิตร น่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มพันธมิตรฯ (สนธิ ลิ้มทองกุล) ที่มุ่งสร้างสถานการณ์ แบบเดียวกันช่วงไล่ทักษิณ 4) การค้นบ้านหลานแกนนำพันธมิตร พบ power gel  เป็นเรื่องจริง ฯลฯ
          กลับมาถึงบ้าน ดร.วณี (ภรรยา) คอยรายงานสถานการณ์ว่า วันนี้ทั้งวันรับแต่โทรศัพท์จากทั่วประเทศ แฟนคลับหมอพลเดชโทรมาเชียร์ การให้สัมภาษณ์ของ รมช. พม. ที่กระทรวงก็มีคนโทรเข้ามาที่หน้าห้อง “เชียร์” ทำเอาผมอดกังวลใจมิได้ว่า “เพื่อน รมต.ใน ครม. ขิงแก่คงจะหมั่นไส้กันน่าดู!” พรุ่งนี้เช้าในที่ ประชุม ครม. จะทำตัววางสีหน้าแบบไหนดี?
          วรรณชัย ไตรแก้ว ทปษ.จชต. ซึ่งเป็นลูกน้องเก่าหมอมิ้งอยู่พรรคไทยรักไทยบอกว่า “บทสัมภาษณ์ของพี่หมอ แสบจริง ๆ! โชคดีว่าข่าว รมต. ประสิทธิ์ลาออกน่าจะช่วยดึงความสนใจไปได้มาก”
          22 พ.ค.
ก่อนไปประชุม ครม. คุณศรัณย์ หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี (หน.สร.) เข้ามาประมวลสถานการณ์ด้านข่าว หลังการสัมภาษณ์สะท้านวงการของผม แกยืนยันว่า “รมต. มาถูกทางแล้ว”ทำได้ดีมาก และ smart ที่สุดใน ครม. ชุดนี้แล้ว”  ไม่ว่าแกจะมีอะไรในใจหรือไม่สิ่งที่พูดนี้นับเป็นการให้กำลังใจที่ดีเยี่ยม
          ทีมผู้ปกครองนิคมฯ และอธิบดี พส./ผอ.ศพส. ประมาณ 30 คน เข้ามาดักพบที่กระทรวงก่อนเดินทางไปทำเนียบ    นำเสนอผลการระดมความคิดที่เมืองจันทร์ พวกเขายืนยันเจตนารมณ์ที่จะให้มีศูนย์พัฒนาสังคม ศพส.ต่อไป ผมรับปากจะดูให้ โดยจะทำให้ดีและชัดเจนก่อนพ้นภารกิจ พม. ใน 3-4 เดือนแน่นอน
          ที่ ครม. ผมตั้งใจที่จะทำตัวให้นิ่งและยิ้มทักทาย เพื่อน รมต. ทุกคนเสมือนปกติ   แต่สังเกตว่าไม่ค่อยมีใครมาสุงสิงกับผมนัก   ผมอาจคิดไปเองหรือเขาเกรงว่าจะถูกมองมิรู้ได้ ผมเชื่อว่า รมต. ทุกคนได้อ่านหนังสือพิมพ์กันแล้ว   ก่อนประชุมเดินเข้าไปคุยกับรอง นรม.ไพบูลย์   ท่านเตือนว่า “ทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัยฯ   ระมัดระวังหน่อยนะ”   ซึ่งผมกล่าวขอโทษ รมว. ที่สัมภาษณ์ตรงมากไปหน่อย!
          นายกและประธาน คมช. เดินเข้าห้องประชุม ผมยกมือไหว้และยิ้มให้ ทั้ง 2 ท่านยิ้มตอบโดยมิได้พูดอะไร การประชุมนอกรอบวันนี้หารือกันเรื่อง จชต. และการอภิปรายใน สนช. ที่จะมาถึง รองฯ ไพบูลย์ถามว่าควรระบุว่าใคร (รมต.) จะต้องตอบสภาฯ เรื่องอะไรจะได้รู้ตัว   นายกฯบอกว่า ลธน. (เลขาธิการนายกรัฐมนตรี) จะเป็นผู้ monitor และประสานแจ้งให้ทราบ   และพูดส่งท้ายว่า รมต. ทุกท่านคงไม่มีอะไรต้องหนักใจ เพราะ “ผมคือเป้าหนึ่งเดียวของพวกเขา!?”
          ประชุม ครม. วันนี้มีวาระเพื่อพิจารณาและพิจารณาจร รวม 39 วาระและวาระเพื่อทราบ และทราบจร อีก 40 วาระ
          วาระเรื่องงบประมาณ 2551 สำนักงบประมาณรายงานที่ประชุมว่า ได้ตั้งงบประมาณปี 2551 ไว้ แบบขาดดุลย์รวม 1.2 แสนล้าน แต่ที่ประชุม รมต.ทุกกระทรวง, รวม นายกฯ/รองนายกฯ เห็นว่ายังกระเบียดกระเสียรเกินไป ผมถือโอกาสฟ้อง ครม. เลยว่า “สำนักงบฯ ตัดงบยุทธศาสตร์สวัสดิการสังคมที่ ครม.มอบหมาย พม. ทำในกรอบ 3,000 ล้าน/ปี ลงเหลือแค่ 100 ล้านเท่านั้น ซึ่งทำไม่ได้!!” ที่ประชุมเลยฮือฮา, รมว.ศธ.กล่าวสำทับซ้ำลงไปอีก   สุดท้ายนายกฯสรุปว่าให้ตั้ง งบประมาณเพิ่ม โดยทุกกระทรวงไปทบทวนส่งภายในศุกร์ที่ 25 ไม่เกินจันทร์ 28 พ.ค.
          14.00 น. รีบมาประชุมคณะกรรมการมูลนิธิชุมชนท้องถิ่นพัฒนา LDF, ศ.นพ.ประเวศ วะสี และ ศ.เสน่ห์ จามริก 2 อาวุโสมาถึงก่อนหน้าแล้ว เป็นการประชุมคณะกรรมการประจำปี เพื่อทำงานทางด้านกฎหมายของมูลนิธิ, ใบลาออกจากกรรมการ LDF ของผมอยู่ในมือประธาน (ประเวศ) แต่ท่านบอกว่าไม่ต้องออกก็ได้นะ ซึ่งผมเรียนว่าต้องทำป้องกันเอาไว้ก่อน ประเดี๋ยว “ปุระชัย” จะหาเรื่องกวนอารมณ์อีก
          23 พ.ค.
          ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรอง ตามปกติ   วาระงานผ่านไปได้แบบไหลรื่น งานออกเร็วขึ้นเยอะ โดยเฉพาะเรื่องกฎหมาย   สามารถผ่านจากเวทีนี้เข้าสู่ ครม.ได้เร็วขึ้น คอขวดเปราะนี้เริ่มจัดการได้แล้ว แต่อีกเปราะหนึ่งที่คณะกรรมการกฤษฏีกายังเหมือนเดิม!
          เรื่องกฎหมายของ พม. 3 ฉบับ ผ่านที่ประชุมทั้งหมด 1) หอพัก 2) ประชาสังคม 3) ทุนการศึกษาเด็กยากจน กฎหมายของ สธ. ถอนกลับไป 1 คือ พ.ร.บ.สถาบันประเมินคุณภาพโรงพยาบาล (HA), รมช. สธ. (นพ.มรกต กรเกษม) ขอนำกลับไปทบทวนภายใน 2 สัปดาห์
          หลังประชุมเดินทางไปจังหวัดแพร่ด้วยเครื่องบิน C130 ของทหาร   เป็นเครื่องบินใหญ่ บรรทุกรถยนต์ได้หลายคัน รองนายกฯ ไพบูลย์ชวนไปดูงานด้านเตรียมรับภัยน้ำท่วม-โคลนถล่ม, ลงสนามบินที่แพร่ ตรงเข้าศาลากลางจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัด 8 จังหวัดมารับการตรวจเยี่ยม ของรองนายกฯ ด้วย ประเด็นตรวจเยี่ยมคือ การติดตามว่าจังหวัดในพื้นที่เตรียมแผนรับมือภัยพิบัติอย่างไร? โดยขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่นำเสนอและจังหวัดอื่นเสริม หลังประชุมทีม PR ของ สสส. ทำหน้าที่เตรียมข้อมูลให้รองนายกฯ ไพบูลย์แถลงข่าว 1 ครั้ง จากนั้นจึงเดินทางไปหมู่บ้านที่ อ.วังชิ้น จุดที่ถูกน้ำท่วมหนักเมื่อต้นฤดูฝนนี้ ข้อมูลและสภาพการณ์จริงที่เห็นทำให้ทราบว่าจะต้องทำ bypass อย่างไรจึงจะแก้ได้  รองนายกฯ พบปะชาวบ้านกว่า 300 คน, แจกข้าวสารอาหารแห้งด้วย และกล่าวปราศรัยรวมทั้งแถลงข่าว –ให้สัมภาษณ์สื่อตามที่ทีม PR เตรียมไว้
          ผมเห็นวิธีทำงานของรองนายกฯ ไพบูลย์ แล้วอึดอัดแทน ดูคล้ายกับว่าท่านต้องเดินตามแผน PR ไปทุกอย่าง ทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ และไม่ได้เนื้องานที่จะสร้างสรรค์หรือรุกทางยุทธศาสตร์เท่าที่ควร   กลับถึงบ้านปรารภกับภรรยาว่า “ดูคล้ายกับว่าทีม PR จะพยายามให้มีข่าวทางหนังสือพิมพ์มากจนเกินไป” ซึ่งปรากฏว่ามีสื่อมวลชนจำนวนหนึ่งรู้สึกเช่นนี้เหมือนกัน   วันรุ่งขึ้นจึงมีข้อความสื่อกระแหนะกระแหนลงในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ว่า “ช่างพยายามเป็นข่าวเสียจริง รองนายกฯ คนโปรดของคุณสุรยุทธ์ท่านนี้!!”  ผมเองไม่มีความรู้ว่านักการเมืองอเมริกันที่เขาบอกกันว่าใช้บริการทีมครีเอทีพนั้นเขาทำกันอย่างไร
          วณี ไปร่วม lunch meeting ในหมู่ภริยารัฐมนตรี มีท่านผู้หญิงจิตราวดี จุลานนท์ เป็นหัวหน้าคณะกลับมาเล่าให้ฟังว่าที่ชุมนุมของคณะภริยารัฐมนตรีพูดแต่เรื่องการเมืองและการอภิปรายของ สนช.ที่จะมีในวันพรุ่งนี้   เรื่องที่พูดกันมากคือ “บทสัมภาษณ์ รมช. พม.” ว่าถูกใจกันมาก ข่าวนี้ทำให้ผมรู้ว่าอย่างน้อย Rating ของผมในกลุ่มนี้อยู่ในระดับดีถึงดีมาก คุณหญิงชฎา (ภริยารองฯ ไพบูลย์) บอกผ่านวณีว่า “อ.ไพบูลย์ชื่นชมคุณหมอมาก ช่วยงานท่านได้เยอะ!!”
          24 พ.ค.
          ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติวันนี้ ครม.ทั้งชุดเข้านั่งประจำบนบัลลังก์ทั้ง 2 ข้างของประธาน/รองประธาน สนช. ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ผมมีประสบการณ์เช่นนี้ เพราะทุกครั้งที่มาชี้แจง-ตอบ กระทู้ในสภา สนช. มักจะนั่งอยู่คนเดียวหัวโด่ รมต. คนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องก็ไม่มีใครมาอยู่แล้ว
          เริ่มต้นนายกฯ อ่านคำแถลงผลงานรวดเดียว ประมาณชั่วโมงครึ่ง เสร็จแล้วประธาน (นายมีชัย   ฤชุพันธ์) หารือ สมาชิก สนช.ว่าจะอภิปรายกันอย่างไร เพราะมีเวลาเพียงแค่วันเดียว   แต่มีผู้ยื่นรายชื่ออภิปราย 68 คน ในที่สุดตกลงกันได้ว่า ให้อภิปรายคนละ 10 นาที และต่อได้ไม่เกิน 5 นาที โดยดุลยพินิจของประธาน ในช่วงนี้ผมได้มีโอกาสเห็น tactic ของประธานและสมาชิกที่ชิงไหวชิงพริบกันในสภาฯ
1) ฝ่ายต้านรัฐบาลจะขอเวลาให้มากที่สุดเพื่อเปิดโปง/วิจารณ์/ถล่มรัฐบาล, ฝ่ายรัฐบาลเองก็ระดมสมาชิก สนช. ที่สนับสนุนตนยื่นขออภิปรายให้มากเข้าไว้ เพื่อในที่สุดแล้วต้องหารเฉลี่ยทำให้เวลาอภิปรายของแต่ละคนเหลือคนละนิดเดียว
2) ฝ่ายต้านรัฐบาลพยายามจะขอสละเวลาในส่วนของตนไปให้เพื่อนผู้มีฝีปากดี แต่ฝ่ายรัฐบาลพยายามขัดขวางโดยใช้แง่กฎหมาย จนทำให้ฝ่ายค้านเสียเวลาไปเฉย ๆ คงเสียอารมณ์ไปพอสมควร
บรรยากาศการอภิปรายเริ่มจาก นต.ประสงค์ สุ่นศิริ โจมตีรัฐบาลและนายกฯ ตรง ๆ ว่าเป็นรัฐบาลฝึกหัดงาน   และระวังจะลงเวทีแบบถูกประชาชนขับไล่   แต่อย่างไรก็ตามมีคำหนึ่งของ นต.ประสงค์ที่พูดออกมาคือ “เรามาจากแหล่งเดียวกัน!” ผมนึกในใจว่าบทสัมภาษณ์หมอพลเดชเริ่มแสดงอิทธิฤทธิ์แล้วกระมัง? ซึ่งต่อมาก็เป็นจริงอย่างคิด เพราะ สนช. ที่อภิปรายถัดมาอีกไม่ต่ำกว่า 5-6 คน ต่างเอาสำนวนคำพูดของผมในบทสัมภาษณ์มาใช้ในการอภิปราย!!
          นอกจาก นต.ประสงค์แล้ว  มีผู้อภิปรายที่ดุเด็ดเผ็ดมันอีกหลายคน  อาทิ  :  คำนูญ  สิทธิสมาน  อรรคพล สรสุชาต, พล.อ.ปานเทพ, ประพันธ์ คูณมี, สำราญ รอดเพชร, ไพศาล พืชมงคล
 
          ผู้ที่อภิปรายสร้างสรรค์หน่อยได้แก่ กัญจนา ศิลปอาชา, สุริชัย หวั่นแก้ว, จุรี วิจิตรวาทการ, โคทม อารียา
          ประธานได้แบ่งเวลาช่วงหนึ่งให้ รมต.ชี้แจง มีเวลาคนละประมาณ 15 นาที ฝ่ายรัฐบาลที่ลุกขึ้นตอบ คือ รมว. คมนาคม,คลัง, มหาดไทยและศึกษาธิการ
          เวลาประมาณ 19.00 น. ข่าวในพระราชสำนักได้เผยแพร่เทปของพระเจ้าอยู่หัว ตรัสกับคณะตุลาการสูงสุด เตือนสติถึงการตัดสินคดียุบพรรคและสถานการณ์วิกฤตการเมืองของประเทศ   รมต.ทุกคนได้ฟัง สมาชิก สนช. ก็ได้ฟังในช่วงออกไปรับประทานอาหารค่ำ ส่วนผมไม่ได้ออกไปในช่วงนั้น จึงไม่ได้ฟัง แต่ทราบว่าท่านตรัสทำนองไหน   จากนั้นการอภิปรายหลัง 2 ทุ่ม โทนเสียงของ สนช.เปลี่ยนไปในทางสมานฉันท์ทันที แต่ในที่สุดก็อภิปรายกันจนครบทุกคน แม้ว่าจะกร่อยลงไปเยอะก็ตาม รวมความแล้วอภิปรายจนถึง 24.00 น. เป็นเวลา 14 ชั่วโมงเศษ พวกเรากลับบ้านหมดแรงตาม ๆ กัน แต่ก็ happy ที่ผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อย
          25 พ.ค.
          9.00 น.ไปเป็นประธานเปิดการประชุมและแสดงปาฐกถาในงานการขับเคลื่อนแผนพัฒนาสตรีในช่วงแผน 10 ซึ่งเป็นแผนที่ ครม. อนุมัติไปแล้วสำนักงาน สค.เป็นหน่วยรับผิดชอบ มีโอกาสได้พบท่านผู้หญิงสุมาลี   จาติกาวนิชย์, ดร.ศุภชัย เยาวประภาส, ดร.สุจีรา ทอมป์สัน และคุณศิริบูรณ์ ณัฐพันธ์ (พิธีกร ผู้ประกาศข่าวสตรีชื่อดัง)
          10.00 น. ไปเป็นประธานเปิดงาน ปาฐกถาพิเศษและมอบทุนสนับสนุนโครงการของ “สภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติในพระราชูปถัมภ์ฯ” ซึ่งตั้งมาได้ 22 ปีแล้ว สามารถมองเห็นความแข็งแรงของเครือข่ายได้เป็นอย่างดี มีคุณณัฐิกา วัฒนะเวคิน อังอุบลกุล เป็นประธาน, มีนักธุรกิจกลุ่ม The Mall สนับสนุนด้วย ได้พบ อาจารย์.นพ.ศรีทะวงษ์ ชลวิจารณ์ มาร่วมงานด้วย ท่านบอกว่าท่านเป็นเพื่อน ศิริราชรุ่น 60 รุ่นเดียวกับ อ.หมอประเวศ วะสี
          13.00 น. ทีมหมอนวดแพทย์แผนไทย 3 คนมาบริการนวดให้ผมที่ห้องรัฐมนตรีเป็นครั้งที่ 2 รักษาอาการปวดไหล่และชาแขนที่เป็นเรื้อรังมาระยะหนึ่ง วันนี้มีอบเกลือประคับบำบัดด้วย
          16.30 น. คณะทำงาน CSR นำโดยคุณพิพัฒน์ ยอดพฤฒิการ, คุณสุวัฒน์ ทองธนากุล, ร่วมปรึกษาเตรียมงาน Round Table Workshop ที่จะเริ่มกระบวนการในช่วงเดือน พ.ค.- มิ.ย. รวม 6 ครั้ง ก่อนการประกาศขับเคลื่อน CSR ในเวทีใหญ่ระดับชาติต่อไป
          26 พ.ค.
          วันเสาร์ นึกว่าจะได้พักผ่อน กลับต้องไปพบปะกลุ่มน้องๆ มหิดล เดือนตุลา ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เด็กนักเรียนชาวเขาที่มาเรียน โรงเรียนพาณิชยการธนบุรีมาด้วยทั้ง 20 คน พวกเขาต้องการมาขอบคุณ “ลุงหมอพลเดช”
          พวกเราพูดคุยสถานการณ์บ้านเมืองเป็นหลัก ส่วนใหญ่จะฟังและเข้าใจคล้าย ๆ กันจะมีก็แต่ สันติสุข (เพื่อน) และรสนา (ภรรยาสันติสุข) ที่ค่อนข้างจะสุดโต่ง   รัฐบาลและราชการ เลวร้ายไปหมด หมอพรรณวงค์ (เกี๋ยง) มองว่ารัฐบาลเป็นชนชั้นปกครองที่ไว้ใจไม่ได้
          27 พ.ค.
          ไปพิษณุโลก พาคุณแม่กลับบ้านด้วย
          9.00 น. ไปเป็นประธานเปิดงานค่ายเยาวชนอาชีวะ – อาสาพัฒนาประชาธิปไตย คุณธรรมนำความรู้คู่เศรษฐกิจพอเพียง ที่ค่ายบรมไตรโลกนาถ เขาสมอแครง
          10.30 น. ไปเป็นประธาน บรรยาย มอบประกาศนียบัตรผู้รับการอบรมหลักสูตรสตรีผู้นำท้องถิ่น ชมรมสตรีสองแควจัดขึ้นได้งบประมาณอุดหนุนจาก พม. (สำนักงาน สค.) รองอธิบดีกิ่งแก้ว อินหว่าง ไปร่วมด้วย
          ขากลับ รถตู้ พมจ. พิษณุโลกมาส่งถึงบ้านที่ กทม. 17.30 น.
          สัปดาห์หน้าเป็นสัปดาห์วิกฤต สัปดาห์ “ล้างตา” เพราะศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินคดียุบพรรค มี 2 พรรคใหญ่กับ 3 พรรคไม้ประดับ เป็นเป้าหมายการเมืองจึงร้อนระอุ พระราชกระแสเมื่อ 24 ม.ค.จะช่วยผ่อนคลายอย่างไรหรือไม่ น่าติดตาม
          กลางคืนมีข่าวด่วน “บึ้มหาดใหญ่ 7 จุด!!”  ยังไม่รู้ว่านี่เป็นการโหมโรงวิกฤตการเมืองระดับชาติ หรือว่าเป็นการลุกลามของไฟใต้กันแน่??
นพ.พลเดช ปิ่นประทีป
27 พฤษภาคม 2550

Be the first to comment on "ตอนที่ 39 : “วาทกรรมสกัดซักฟอก”"

Leave a comment

Your email address will not be published.