ตอนที่ 40 : “พิพากษาประวัติศาสตร์”

           สัปดาห์นี้เรื่องร้องแรงที่คนไทยทั้งสังคมต่างจ้องมองด้วยความระทึกใจ คือการอ่านคำพิพากษาตัดสินคดียุบ 2 พรรคการเมืองใหญ่ “ประชาธิปัตย์” และ “ไทยรักไทย” กับอีก 3 พรรคการเมืองไม้ประดับ ซึ่งมีขึ้นในวันที่ 30 พ.ค. 50 ณ ศาลรัฐธรรมนูญ กรุงเทพฯ วันนั้นมีการถ่ายทอดสดตลอดรายการ   ทุกสถานีโทรทัศน์   การอ่านคำพิพากษาใช้เวลารวม 10 ชั่วโมง (13.30-23.30 น.)  

หลังการพิพากษา ปชป. รอดเพียงพรรคเดียว ทรท. และอีก 3 พรรคไม้ประดับมีความผิด ถูกยุบพรรค และลงโทษกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด 111 คน ทุกคนถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี พรรค ทรท.อยู่ในภาวะซึมเศร้าและกราดเกรี้ยวสลับกัน   ฝ่ายความมั่นคงคุมสถานการณ์อย่างเข้มข้น ม็อบ PTV และกลุ่มต่อต้าน คมช. ยังคงเดินหน้าแต่รวมพลได้ไม่มากอย่างที่ประกาศไว้
ปลายสัปดาห์เริ่มมี idea ใหม่จากสังคมเพื่อคลี่คลายความทุกข์ของฝ่ายต่าง ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการยกเลิกประกาศ คปค. ฉบับที่ 15,27 รวมถึงกรณีที่ประธาน คมช. เสนอจะนิรโทษกรรมแก่กรรมการพรรค ทรท.  ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง รมช.พม. มองเห็นโอกาสในวิกฤตินี้อยู่ จึงนัดผู้สื่อข่าวมาแถลงท่าทีจุดยืนและทัศนะ ส่วนตัวโดยชี้ให้เห็นว่า “หน้าต่างแห่งโอกาส” เปิดอีกครั้งหนึ่งแล้ว ที่จะนำไปสู่ การเมืองคุณภาพ-คุณธรรม ขึ้นอยู่กับว่าคนไทย, สังคมไทยมองเห็นมันหรือไม่? และจะรู้จักใช้หรือจะใช้ได้ทันเวลาหรือเปล่า!
          28 พ.ค.
          สถานการณ์ จชต.มีความรุนแรงต่อเนื่อง จากระเบิด 7 จุดที่หาดใหญ่แล้ว ยังมีระเบิดที่อำเภอสะบ้าย้อย อีกในวันต่อมา ตลอดทั้งสัปดาห์มีเหตุการณ์ระเบิดและซุ่มโจมตีทหาร-ทหารพรานต่อเนื่อง ตาย-เจ็บหลายสิบคน
          นายกรัฐมนตรีมีภารกิจเดินทางไปประเทศจีน มีเจรจาสำคัญกับผู้นำจีนและประเทศ ASEAN แต่ลดกำหนดการลงจากเดิม 4 วัน เหลือเพียง 2 วัน เพราะต้องรีบกลับมาให้ทันวันที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดียุบพรรค ตามที่หลายฝ่ายเป็นห่วงว่าอาจเกิดเหตุการณ์ไม่สงบขึ้น
          บ่าย  ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมกิจการกองทุนซะกาต รองนายกฯ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ รมช.พม.เป็นประธาน มี รศ.ดร.อิสราเป็นเลขานุการ    ที่ประชุมได้หารือเรื่องการขับเคลื่อน พ.ร.บ.ซะกาต   ก่อนประชุมได้รับข่าวทาง website ว่ามีเสียงคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จากกลุ่มมุสลิมบางสายซึ่งเป็นผลจากการทำเวทีประชาพิจารณ์ครั้งที่ 1 ที่คลอง 9 ของคณะทำงานชุดนี้
          ที่ประชุมได้ประเมินว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องดี และไม่น่ากังวลใจอะไร เพราะจากเวทีนั้น คณะทำงานได้มาปรับสาระของร่างกฎหมายรองรับไว้หมดแล้ว   ผมยืนยันต่อที่ประชุมว่าเรากำลังทำเรื่องที่ดี ต้องมั่นใจ ต้องหนักแน่นและต้องอดทนชี้แจง ต้องมีวุฒิภาวะ   ถ้ากลุ่มพี่น้องมุสลิมสามารถจัดการกันเองให้มีเอกภาพได้ ผมมั่นใจว่ากฎหมายนี้จะสามารถออกได้ภายในสมัยรัฐบาลชุดนี้
          ค่ำ  มี Dinner  Meeting กับกลุ่มนักธุรกิจ CSR มีผู้นำจาก กลต. , หอการค้า  (สุรินทร์  โตทับเที่ยง) สภาอุตสาหกรรม, CSR Institunte , SVN (สุทธิชัย), TEI (ดร.จำเนียร), Exim Bank (ศิริชัย) และสถาบันไทยพัฒน์ (พิพัฒน์ ยอดพฤติการณ์) ฯลฯ
          ที่ประชุมอยากให้มีการก่อตัวเป็นเครือข่าย CSR และมีเวทีสถาปนาเครือข่ายอย่างเป็นกิจลักษณะและมีพลังแรงพอ โดยให้รัฐบาลประกาศเป็นวาระแห่งชาติ ผมรับปากว่า “อยู่ในวิสัยที่ทำได้” โดยควรวางแผนเตรียมภายใน 2 เดือน!
          29 พ.ค.
          การประชุม ครม. วันนี้ ไม่มีนายกฯ และ รมต./ประธาน คมช. เข้าร่วม การประชุมเริ่มเร็ว รองนายกฯ โฆษิตเป็นประธาน การประชุมกระชับและรวดเร็วมาก  พิจารณา 39 วาระ และเพื่อทราบ 40 วาระ สามารถจบการประชุมได้ก่อนเที่ยง พวกเราได้กินข้าวก่อนเที่ยงเป็นครั้งแรก รมต. วธ. คุณหญิงไมตรี   กระซิบท่านรองนายกฯ โฆษิตว่า ดีมาก! ขอให้ทำหน้าที่ประธานการประชุมอีก ท่านรองฯ โฆษิตร้องจ๊าก!! “อย่าเลย คุณหญิง ผมต้องขอขัดใจคุณหญิง เรื่องอื่นพอได้แต่เรื่องนี้ ไม่เด็ดขาด
          เรื่องน่าสนใจใน ครม.วันนี้ มี พ.ร.บ.ส่งเสริมสหกรณ์ฯ , การตั้งองค์กรแบบ SDU ขึ้นมาดูแล TITV และการเพิ่มงบประมาณให้ จชต.
          13.30 น. มีพิธีขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การให้และการอาสาช่วยเหลือสังคม” ที่มี พม.เป็นกระทรวงแกนนำ จัดที่ทำเนียบรัฐบาล
                   1) รมช.พม.กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมเป็น อพม.,พมจ., องค์กรสาธารณประโยชน์, กลุ่มจิตอาสา, กระทรวงต่างๆ, CSR จากทั่วประเทศประมาณ 500 คน
                   2) อภิปรายเรื่องการให้/อาสาช่วยเหลือสังคมโดยวิทยากรกลุ่ม 6 คน
                   3) ปลัด พม. กล่าวรายงานการจัดงาน, 5 ล้านความดี 8 พันโครงการ
                   4) รองนายกฯ ไพบูลย์ กล่าวเปิดงาน
                   5) พิธีลงนามความร่วมมือระหว่างกระทรวงและหน่วยงานต่าง ๆ 10 หน่วย
                   6) เปิดตัว www.konjaidee.com
                   7) เปิดกระปุก “ทำบุญวันละบาท” ของชมรมธารน้ำใจของพม. มีสมาชิก 4,000 คน เงินทำบุญรวม 460,000 บาท ซึ่งมอบให้วัดพระบาทน้ำพุสำหรับดูแลผู้ป่วยเอดส์
          หลังงานเปิดขบวน “การให้และการอาสาช่วยเหลือสังคม” มี idea ใหม่ จึงสั่ง ลข. (ปกรณ์) ไปดำเนินการ อาทิ : ศูนย์รับบริจาคของ พม. อยู่ที่บ้านราชวิถีควรนำไปขยายผล ทำในจังหวัดที่พร้อม โดยเชื่อมโยงกิจกรรมกับเครือข่ายองค์กรสาธารณประโยชน์จังหวัดนั้น ๆ , งาน CSR และศูนย์อาสาช่วยเหลือสังคมจังหวัด โดยอยากเริ่มให้ได้ก่อนสัก 10-15 จังหวัดก็พอ !!
          30 พ.ค.
          ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองชุดที่ 2 มีเรื่องพิจารณา 13 เรื่อง ผ่านไปด้วยดี มีเรื่องแผนภูมิปัญญา (ของ สธ.)  เรื่องนโยบาย/แผนงานด้านคุณธรรม (ศธ.,พม.วธ.) และเรื่องขึ้นเงินเดือนทหารพราน ฯลฯ
          การอ่านคำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญเริ่ม 13.30 น. ทุกสถานีโทรทัศน์ ถ่ายทอดสด เริ่มดูกันที่ห้องทำงาน แรก ๆ  คิดว่าคดีละ 2 ชั่วโมงน่าจะจบ ฟังคดีแรกเริ่มไปได้ชั่วโมงเศษ ก็ต้องเดินทางไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระบรมโอสาธิราช ในพิธีวันวิสาขบูชา ที่โบสถ์วัดพระแก้วมรกต ระหว่างพิธีได้พูดคุยกับ รมว.คลัง, รมว.กลาโหม และรองนายกฯ โฆษิตว่ากว่าจะเสร็จพิธีคงรู้ผลแล้ว พิธีใช้เวลานานพอสมควรเพราะพระองค์ท่านถวาย    พัดยศแด่ภิกษุสงฆ์เกือบ 500 รูป ยืนกันจนเมื่อยแล้วเมื่อยอีกกว่าจะจบ จบพิธีเดินออกมาขึ้นรถเปิดวิทยุฟัง อ้าว! ยังอยู่ในช่วงข้อแก้ต่างของผู้ถูกกล่าวหา (ปชป.) ศาลอ่านอย่างละเอียดเพื่อปิดประเด็นสงสัยทุกประเด็นไว้หมดจด กระทั่ง 17.30 น. จึงถึงเวลาอ่านคำตัดสินว่าปรากฎว่า ปชป. พ้นข้อกล่าวหาทั้งหมด ส่วนพรรคไทยรักไทยและพรรคไม้ประดับถูกลงโทษยุบพรรค
          กลับบ้านแต่วัน ได้วิ่งออกกำลังกาย  4-5 กม. เสร็จแล้วมาฟังการอ่านคำพิจารณาโทษพรรค ทรท. และ 2 พรรคประกอบ คิดว่าจะสั้นลงกว่าเดิม ที่ไหนได้ใช้เวลาอีก 5 ชั่วโมงครึ่ง  กว่าจะถึงตอนอ่านคำพิพากษา เล่นเอาเกือบได้เวลาเข้านอน
          ผลการพิพากษาเป็นไปมากกว่าที่ผมคิด ผมคิดว่าน่าจะยุบทั้ง 2 พรรคใหญ่และพรรคประกอบ เพราะเป็นทางเลือกที่จะเกิดความปั่นป่วนน้อยที่สุด   แต่เมื่อดูหลักฐานต่าง ๆ  คิดว่า ทรท. น่าจะถูกลงโทษแต่เพียงยุบพรรคโดยลงโทษผู้บริหารพรรคเฉพาะรายบุคคล ที่ไหนได้ศาลท่านกลับลงโทษ กรรมการพรรคยกคณะทั้ง 111 คน จึงนึกเป็นห่วงว่า Mob จะก่อตัวรุนแรงขึ้นมา  แต่แล้วคืนนั้นก็จบลงด้วยดี
          31 พ.ค.
          พักอยู่กับบ้าน วันวิสาขบูชา วันนี้เป็นวันเกิดของพ่อเสม  (ศ.นพ.เสม  พริ้งพวงแก้ว)   ปูชนียบุคคลของสาธารณสุขไทย ครบรอบ 96 ปี (8 รอบ) ที่บ้านพ่อเสมซึ่งอยู่ซอยสุขุมวิท 93 ท่านมีที่ดิน 3 ไร่ พ่อเสมบอกว่าซื้อมาในราคาตารางวาละ 9 บาท บริเวณบ้านร่มรื่นมาก มีลูกหลานปลูกบ้านอยู่ในบริเวณเดียวกัน 4-5 ครอบครัว
          ได้พบ อ.หมออารีย์ วัลยเสวี, อ.หมอไพโรจน์ นิงสานนท์, อ.หมอจุรี นิงสานนท์, อ.สำลี ใจดี, ดร.สุธี ประศาสน์เศรษฐ์, สันติสุข โสภณศิริ, รสนา โตสิตระกูล,  อาจารย์หมอประเวศ วะสี, ดร.โคทม อารียา, ศ.พญ.สาคร, นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ, หมอช้าง ฯลฯ
          พ่อเสมมีความสุขมากที่ลูกศิษย์ลูกหามาเยี่ยม สุขภาพแข็งแรงดี เดินเหินได้เอง ความจำยังดีเยี่ยม ผมมีโอกาสคุยกับอาจารย์ผู้ใหญ่หลายท่านในวันนั้น ท่านบอกว่า “รมช.พลเดชให้สัมภาษณ์ได้ดี ทั้งเนื้อหา น้ำเสียง จังหวะจะโคน และท่วงทำนองดีหมด ไม่มีให้ร้ายใครเลย” ผมถามย้อนท่านว่า “ตกลงผมพอจะสอบผ่านหรือไม่ครับ?” ทั้ง 3 ท่านบอกว่า “ผ่านได้คะแนนดีมาก!!” ผมจึงได้แต่ยกมือไหว้ พ่อเสมบอกว่า “พ่อคอยติดตามลูก ๆ ทำงานอยู่ตลอดเวลา พ่อภูมิใจลูกทุกคน!”
          ขากลับแวะซื้อต้นไม้ “ประตูกิ่งอ่อน” 2 ต้น ราคา 1,500 บาท เขาส่งคนมาปลูกให้เสร็จ เป็นไม้ล้อมที่ต้นโตทันที อยากเอาไว้บังร่มให้รถยนต์ที่จอดนอกบ้าน
          ตอนเย็น ฝนตก จึงไม่ได้วิ่งออกกำลังกาย
          1 มิ.ย.
          มีกระแสข่าว จชต. แรงกระหน่ำ เกิดระเบิดหลายจุด คนร้ายซุ่มโจมตีทหาร และเกิด mob ขึ้นบริเวณหน้าศูนย์กลางอิสลามปัตตานี ในนามเครือข่ายนักศึกษา-ประชาชน ผู้ประท้วงจะให้ถอนทหารออกพื้นที่ ยกเลิกเคอร์พิว ฯลฯ แสดงให้เห็นงานแนวร่วมของขบวนการเริ่มออกโรง สถานการณ์น่าเป็นห่วงมาก
          ไฟกรุงก็ยังไม่หยุด หลังยุบพรรค ทรท. และตัดสิทธิกรรมการ 111 คน ส่งผลกระทบต่อ กลุ่มการเมืองใน ทรท. เดิมมีแผนจะแยกไปตั้งพรรคใหม่หลายพรรค เมื่อถูกตัดสิทธิ์แบบนี้ การตั้งพรรคทำไม่ได้ตามแผนเดิม จาตุรนต์ ฉายแสง ออกมาประกาศว่า “จะรวมตัวเป็นกลุ่มการเมืองไทยรักไทย” ไปก่อน โดยจะสู้ทางสันติวิธี จะตั้งพรรคชื่อไทยรักไทยตามเดิม โดยมีคนอื่นทำหน้าที่บริหาร   สมศักดิ์ เทพสุทิน บอกว่า “สถานการณ์บีบให้เราต้องกลับมารวมตัวเป็น ทรท. ตามเดิม”
          หน้าข่าว นสพ. และการสัมภาษณ์ทางวิทยุโทรทัศน์ เริ่ม Focus ไปที่นักการเมืองลายคราม อย่างเช่น  เสนาะ เทียนทอง, เฉลิม   อยู่บำรุง ทีมที่ปรึกษาของผมชี้ว่า “การเมืองวนกลับเข้าสู่วังวนเดิมอีกแล้ว, ถึงเวลา รมช.พม. ต้องชี้นำสังคมแล้ว รัฐบาลสุรยุทธ์ไม่มีใครทันปัญหา!!”
          9.00 น.พบเครือข่ายผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ได้ทราบว่า เครือข่ายแตกออกเป็น 4-5 กลุ่ม ต่างกลุ่มต่างเสนอโครงการต่อ สลน. สำหรับกลุ่มนี้เป็นกลุ่มดั้งเดิม ปรับลดงบประมาณจากเดิม 544 ล้านเหลือ 228 ล้าน โดยจะทำใน 22 จังหวัด 225 ตำบลๆ ละ 100 ครอบครัว
          11.30 สัมภาษณ์รายการวิทยุ “หน้าต่างสังคม” เรื่องวาระการให้ฯ และสถานการณ์การเมืองหลังยุบพรรค ทรท. ซึ่งผมเสนอให้มุ่งหน้าสู่ “การเมืองมิติใหม่-ประชาธิปไตยคุณภาพและคุณธรรม”
          14.00 ไปร่วมประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน (กทบ.) ผมเตรียม (ร่าง) แก้ไข พ.ร.บ.กองทุนฯ โดยมีความคิดจะให้ย้ายจากการอยู่ภายใต้สำนักปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี (สลน.) มาอยู่ภายใต้กำกับของกระทรวง พม.   เอาร่างติดตัวไปด้วยแต่ยังไม่แจก   เพราะตั้งใจจะมอบให้เลขาธิการนายกรัฐมนตรี (ลธน.) โดยตรง
          วาระประชุมมีเรื่องตั้งคณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานของ ผอ.สทบ.ด้วย   เรื่องรายงานผลการดำนินงาน สทบ. มีจุดอ่อนมาก ที่ประชุมชี้ประเด็นปัญหาจน ผอ.สันติ เสียหน้ามาก ต้องถอยกลับไปให้คณะทำงานกลุ่มหนึ่งมาช่วยดูให้สมบูรณ์ก่อนนำเสนออีกครั้ง
          17.30 น. นัดน้อง ๆ นักข่าวประจำกระทรวง พม. มาแถลงเรื่อง ทิศทางบ้านเมืองในมุมมอง รมช.พม. ประเด็นสำคัญที่พูด คือ :
                   1) ภายหลังคำตัดสินจึงมองเห็น “หน้าต่างแห่งโอกาสของสังคมไทย เปิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว” วิกฤติการเมืองมีโอกาสที่จะไขไปสู่การพัฒนาการเมืองที่มีคุณภาพและคุณธรรมได้
                   2) ตามธรรมชาติหน้าต่างโอกาสมักจะเปิดไม่นาน เวลาที่ผ่านไปแต่ละวันทำให้สถานการณ์ และเงื่อนไขเปลี่ยนไปได้ตลอดเวลา หากสังคมไทยไม่ทันเห็น หรือเห็นแต่ไม่ทันใช้ประโยชน์  หรือใช้ประโยชน์แบบไม่ถูกทาง ล้วนเป็นการเสียโอกาสได้ทั้งสิ้น
                   3) สังคมไทยควรมีท่าทีที่เหมาะสมต่อการพิจารณาตัดสินคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ดังนี้ :
                             – ผู้ถูกลงโทษควรเคารพ/ยอมรับ ไม่วิพากษ์วิจารณ์ในทางเสียหายหรือดูถูกดูแคลน ควรยอมรับผลการตัดสิน และปรับตัวสู่สถานการณ์ใหม่ด้วยกันทุกคน ทุกฝ่าย
                             – สังคมควรเห็นใจ ให้โอกาสผู้ถูกลงโทษ เข้าใจปฏิกิริยาทางจิตใจของผู้ถูกลงโทษ ให้กำลังใจ ไม่ซ้ำเติม-ไม่เหยียบย่ำ ให้โอกาสการรวมกลุ่ม/การตั้งพรรคมาแข่งขันกันในเกมส์ใหม่ กติกาใหม่ บรรยากาศใหม่
                             – ควรรวมมือ/รวมพลังทุกฝ่าย   ทั้งรัฐบาล, คมช., พรรค, กลุ่ม, กกต. ฯลฯ มุ่งสู่ประชาธิปไตยโดยคุณธรรม-คุณภาพ
                   4) เป้าหมาย  คือ ประชาธิปไตยมิติใหม่ซึ่งมี 2 องค์ประกอบ
–   ประชาธิปไตยตัวแทนที่มีคุณภาพ-คุณธรรม
–   ประชาธิปไตยโดยทางตรง (หรือประชาธิปไตยชุมชน) ที่กว้างขวาง-เข้มแข็ง
                   5) สร้างประชาธิปไตยตัวแทนที่มีคุณภาพ-คุณธรรม
                             วิธีการ
5.1)    รัฐบาล + พรรคการเมือง + กลุ่มการเมือง + สื่อมวลชน ร่วมรณรงค์ “การเมืองคุณภาพ-คุณธรรม”
5.2)  พรรคการเมืองร่วมลงสัตยาบรรณ “ทำโครงสร้าง/ระบบบริหารพรรคให้เป็นประชาธิปไตย สร้างให้เป็นสถาบันการเมืองเข้มแข็ง”
5.3)  สื่อมวลชน + รัฐบาล + กกต. ร่วมรณรงค์สร้างความรู้ ความเข้าใจ ทัศนคติสังคม
5.4)  กกต. + รัฐบาล ดูแลการเลือกตั้งครั้งใหม่ให้บริสุทธิ์ ยุติธรรม อย่างเป็นประวัติการณ์ สร้างบรรทัดฐานทางการเมืองเอาไว้
                   6) ประชาธิปไตย ทางตรงที่กว้างขวาง-เข้มแข็ง
                             วิธีการ
6.1) รัฐบาล + กระทรวงที่เกี่ยวข้อง หนุนอย่างแรงให้เกิดประชาธิปไตยทางตรง, ประชาธิปไตยชุมชนรูปแบบต่างๆ (งบประมาณ,กระบวนการ,นโยบาย) เช่น 926 เวที
6.2) รัฐบาล/สนช. เร่งออกกฎหมาย ส่งเสริมประชาธิปไตยทางตรงทั้งหลาย
– พม. 6        กม.สังคม 6 ฉบับ
– สธ.           พ.ร.บ.สุขภาพ
– กษ.           สภาเกษตรกร
– ศธ.           การศึกษาตลอดชีวิต
– ทส.           ป่าชุมชน
– สำนักนายก สื่อสารสาธารณะ
– สลน.          กองทุนหมู่บ้าน
2 มิ.ย.
                   พัก
                   ประสานสั่งการ
1) จัดเวที รองนายกไพบูลย์ + รมช. พลเดช พบสื่อมวลชนอาวุโส, Lunch Meeting โรงแรม เรดิสัน 4 มิ.ย. 50 12.00-14.00 น.
2) จัดเวทีวิชาการเสนอทางออกสังคมไทย ที่โรงแรมรอยัลปรินซ์เซส (หลานหลวง) 7 มิ.ย. 10.00-13.00 น.
 
3 มิ.ย.
ไปน่าน, เปิดงานรณรงค์ลดละเลิกอบายมุข ที่ ต.น้ำเกี๋ยน ต.ถึมตอง และ ต.ศรีสะเกษ เครือข่ายองค์กรชุมชนท้องถิ่นที่น่านเข้มแข็งมาก เครือข่ายที่เข้มแข็งเหล่านี้เมื่อทดลองทำโจทย์ “ลด-ละ-เลิก การพนัน” ก็พิสูจน์แล้วว่าเขาทำได้จริง พวกเขาสามารถทำให้หมู่บ้าน-ชุมชนของเขาทั้งตำบล ปลอดการพนันได้เกือบ 100%
วันนี้เขาพา รมช.พม.ไปเยี่ยมชุมชนและร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ถึง 8 จุด ในช่วงเวลาครึ่งวัน ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดและท่านผู้บังคับการจังหวัดทหารบกร่วมขบวนไปด้วยตลอดงาน
ที่เวทีสัมมนา “หวย 2 ตัว 3 ตัว – คนจนมีแต่เสียกับเสีย” มีเด็กที่อ่านบทความเรื่องที่ชนะเลิศการประกวด, มีระดมความคิดและนำเสนอมาตรการทางนโยบายและยุทธศาสตร์ต่อ รัฐมนตรีและผู้ว่าฯ
แวะดูร้านค้าชุมชน 2 แห่งที่ ม.11, ม.12 เป็นร้านค้าชุมชนที่เขารวมตัวตั้งขึ้นมา 25 ปีแล้ว ยังดำเนินการได้อย่างมั่นคง เป็นระบบมีสมาชิกทั้งหมู่บ้านร่วมถือหุ้น นับเป็นตัวอย่างสหกรณ์ร้านค้าของชาวบ้านที่มีความมั่นคงและสมบูรณ์แบบมาก
ไปที่บริเวณป่าชุมชนน้ำเกี๋ยน เขาจัดที่ส่วนหนึ่งเป็น “นิคมพัฒนาอาชีพ” มี 4 หน่วยพัฒนาของชาวบ้านคือ กลุ่มผลิตอิฐบล็อค,กลุ่มโรงสีชุมชน, กลุ่มปุ๋ยชุมชน และ OTOP ทั้ง 4 กลุ่มนี้ได้รับงบประมาณปี 2546 ตามโครงการ “ตำบลละ 1 ล้านบาท” น่าทึ่งมากว่า จากวันนั้นถึงวันนี้เขายังคงทำกิจกรรมไปได้อย่างดี    ผิดกับโครงการรุ่นเดียวกันในภาคอีสานหรือจังหวัดอื่น ๆ ที่โรงปุ๋ยกลายเป็นอนุสาวรีย์ไปหมดแล้ว นี่คือเครื่องยืนยันว่า “ชุมชนเข้มแข็งนั้นเป็นปัจจัยความสำเร็จในทุก ๆ เรื่อง”
ไปที่วัดหลวงพ่อโต และชุมชนน้ำล้อม อ.เมือง ไหว้พระ แล้วไปดูพิพิธภัณฑ์ชุมชนที่เขาเก็บ “พระพุทธรูปไม้” ที่ชาวบ้านแกะสลักไว้เป็นพุทธบูชา บางองค์มีอายุ 700 ปีก็มี บางองค์เป็นของคุณปู่ของผู้นำชุมชนคนหนึ่งซึ่งสร้างความผูกพันและภาคภูมิใจมาก
ชุมชนน้ำล้อมมี ข้าราชการ พม. คนหนึ่งเป็นผู้นำชุมชนที่เข้มแข็งมาก เขานำเสนอทั้งกิจกรรมกลุ่มคนแก่, กลุ่มเด็ก และกลุ่มผู้ใหญ่ น่าทึ่งว่าช่างพร้อมเพรียงและมีสุขภาวะกันดีแท้   โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มเฝ้าระวังปัญหาสังคมของพวกเขาแข็งแรงมาก มีทั้งเฝ้าระวังและการปฏิบัติการแก้ปัญหาแบบทันควัน (surveillance + rapid Response)  เช่นนี้เองทำให้ปัญหาสังคมในชุมชนถูกควบคุมได้อย่างอยู่หมัด
งานขันโตกตอนเย็น มีการแสดงของชาวบ้านเยาวชน เน้นการเล่นดนตรีพื้นเมืองและรำพื้นเมือง
กลับพิษณุโลก ออกจากน่าน 21.00 น. ถึงโรงแรมท็อปแลนด์ 00.30 น. พรุ่งนี้รีบตื่นตี 5 เพื่อขึ้นเครื่องกลับตั้งแต่เช้าและต้องทำงานต่อเลย (เหมือนเครื่องจักร!!)
แวะเยี่ยมคุณแม่ที่บ้านพิษณุโลกได้ 30 นาที ท่านสุขภาพดีขึ้น หายเจ็บซีโครงที่หักแล้ว
นพ.พลเดช ปิ่นประทีป
3 มิถุนายน 2550

Be the first to comment on "ตอนที่ 40 : “พิพากษาประวัติศาสตร์”"

Leave a comment

Your email address will not be published.