รอบสัปดาห์นี้มีกิจกรรมทางการเมืองที่สำคัญ คือเรื่อง การเสนอ พรบ.งบประมาณ ปี 2551 เข้าสู่สภา ซึ่งรัฐมนตรีทั้งคณะต้องเข้าไปร่วมการประชุมกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยพร้อมเพรียง
วันรุ่งขึ้นหลังการประชุมดังกล่าว รมช.พม.ต้องเดินทางไป สหรัฐอเมริกา เพื่อร่วมประชุม International Workshop on Deliberative Democracy ที่เมือง Dayton , OHOI ซึ่งจัดโดยมูลนิธิ Kattening Foundation ทำให้มีช่วงเวลาหลบการเมืองร้อนๆไปต่างประเทศ 1 สัปดาห์เต็มทำให้ข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ขาดช่วงไป จนมีคนถามถึง!
2 ก.ค.
– ตอนเช้าก็ยังคงประชุม Workshop ผู้บริหารพม. ที่สวนสามพรานต่ออีกครึ่งวัน ที่ประชุมได้ข้อสรุปการปรับปรุงโครงสร้างองค์กร พม.ทั้งกระทรวงได้โดยไม่ยากเย็นนัก บรรยากาศของทีมงานดูดีเป็นกันเอง สนุกสนาน และมีความหวัง ผมมอบหมายว่าอยากให้ทำรายละเอียดจนถึงขั้นสามารถ เสนอต่อคณะอนุกรรมการ กพ./กพร.ของกระทรวง และนำเข้าสู่ ครม. เพื่อแก้ไขกฏกระทรวงให้ได้ภายใน 2 เดือน ( 2 ก.ย 50 !!)
– 14.00 น. ประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษานโยบาย จชต. ของนายกรัฐมนตรีซึ่ง รมช.พม. อยู่ในฐานะที่ปรึกษา , มีเลขาธิการนายก (ลธน.) เป็นประธานและพล.ต.ดร.พีระพงษ์ มานะกิจเป็นเลขานุการ การประชุมนัดแรกจัดขึ้นที่ สลน. ตึกไทยคู่ฟ้า เป็นการประชุมปฐมนิเทศ และตกลงวิธีทำงาน เสร้จแล้วตอนเย็นเคลื่อนย้ายไปคุยต่อที่ร้านอาหารสโมสรทัพบกเทเวศร์จนถึง
§ ในเรื่องเนื้อหาคงได้แก่การนำเสนอ Paper ที่ทีม รมช.พม.เคย Brief นายกรมต.เพื่อให้ทีมได้ตามกันให้ทันเท่านั้น และที่ประชุมก็นัดอีกครั้งในวันที่ 12 ก.ค. ซึ่งวันดังกล่าวผมยังคงอยู่ที่ ต่างประเทศ
§ หลังประชุมเราประเมินกันว่า ตัวรองประธาน ยังคงมี คอนเซปต์การแก้ปัญหาที่เก่ามาก ต้องหาทางออกในการทำงานใหม่ๆเข้ามาเสริม เพราะการทำงานเพื่อป้อนแนวนโยบายสู่ท่านนายกฯคงไม่ง่ายอย่างที่คิดเสียแล้ว
– ข่าว พม. วันนี้ยังคงเป็นเรื่องแฟลตดินแดง เนื่องจากสื่อมวลชนกำลังสนใจว่าพรุ่งนี้ทั้ง รมว. และรมช.พม. ลงพื้นที่พบชาวแฟลตเป็นครั้งแรกจะเกิดอะไรขึ้น
3 ก.ค.
– 06.30 น. TV สทท. 11 (คุณอดิศักดิ์ ศรีสม และคุณกรุณา บัวคำศรี) สัมภาษณ์สดทางโทรศัพท์ เรื่องพรบ.ส่งเสริมกองทุนซากาด ซึ่งผ่านครม.เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
– 06.45 น. สัมภาษณ์ UBC เรื่องแฟลตดินแดง
– 08.30 น. ถ่ายรูปชุด ขรก. การเมืองเต็มยศ และสูทสากลเพื่อทำประวัติ รมต. และหนังสือประวัติศาสตร์ ครม. กว่าจะเสร็จเล่นเอาไม่ทันการประชุม ครมช.
– 10.00 น. ประชุม ครม.ตามปกติ วันนี้เรื่องพิจารณาไม่มากมีเรื่องสำคัญคือ พรบ.ปฏิรูปตำรวจ ซึ่งถือว่าร้อนที่สุดสำหรับวันนี้ ไม่มีเรื่องของ พม. โดยตรงเลย การประชุมเลิกเร็วกว่าปกติ เดินออกจากตึก ครม. นักข่าวรุมมาหา ผมสารภาพตามตรงว่าวันนี้ไม่มีประเด็นอะไรจะเล่าให้ฟังเลย ทำเอาพวกนักข่าวผิดหวังไปตามๆกัน
– 15.30 น. องค์กรคนพิการสากลเข้าพบรมช.พม. ปรึกษาเรื่อง APCD
– 17.00 น. ลงพื้นที่แฟลตดินแดง มี รมว.ไพบูลย์ไปถึงก่อนแล้ว ท่านกำลังเดินดูตึกและเยี่ยมชาวแฟลต บรรยากาศมี Mob คอยต้อนรับ มีการจัดตั้งคนมาต่อต้านคัดค้าน นักข่าวรออยู่เต็มไปหมด ผมปล่อยบทบาททั้งหมดให้ รมว.เป็น Actor หลัก ส่วนตัวเองเดินดูอาคารและสภาพทั่วไป
– ดูแล้วเท่าที่เห็นแบบผิวเผิน อาคารทรุดโทรมตามสภาพแต่ก็คงจะไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้นแบบฉับพลัน หากมีก็ถือว่าโชคร้ายสุดๆ ดังนั้นจึงเข้าใจว่าน่าจะมีเวลาให้เราได้ใช้กระบวนการพูดคุยกันระหว่าง กคช. และชาวแฟลตสำหรับทำความเข้าใจและสร้างความไว้วางใจกัน
– ผมได้พบกับคุณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่แฟลตดินแดงอีกครั้ง พร้อมกับพูดคุยกับชาวบ้าน ดูแล้วชาวบ้านคนที่คัดค้านมากที่สุด(รัชภูมิ เปาโรหิตย์) ก็มีท่าทีว่า หากรู้ชัดๆว่ามีความมั่นคงมั่นใจได้ก็ไม่น่าจะมีปัญหา เราจากกันด้วยท่าทีที่ดี
– ได้พบกับคุณอภิชาติ หาลำเจียก สก.เขตดินแดง พรรคประชาธิปัตย์ แอบปนอยู่กับ Mob จัดตั้ง ไม่มีใครรู้ว่าเขากับผมเป็นเพื่อนร่วมทีมเซปักตะกร้อมหิดลมาก่อนระหว่างปี 2516 – 19 หลังจากสลายจากชุมชนแล้ว ผมตรงเข้าไปทักอภิชาติ เราคุยกันด้วยดี และให้เบอร์โทรศัพท์กันไว้ เขาน่าจะเป็นตัวช่วยของเราได้ในการแก้ปัญหาแฟลตดินแดงครั้งนี้ (ผมหวังว่าอย่างนั้น)
– สก.อภิชาติ เรียนที่คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหิดล เข้ามหาวิทยาลัยรุ่นเดียวกัน หลังสำเร็จการศึกษาร่วม 10 ปี ผมเห็นเขาเป็นดารา ภาพยนตร์และโทรทัศน์ แสดงบททั้งพระเอกและผู้ร้ายตามสไตล์ เป็นที่โด่งดังทีเดียว ช่วงหลังหันไปเป็นสมาชิก สภา กทม. ด้วย พบครั้งนี้ดูท่าทางแก่ไปเยอะ เข้าใจว่าสุขภาพไม่ดีนัก อภิชาติบอกผมว่าชาวบ้านที่มีรายชื่ออยากให้หาที่ใกล้ๆเพื่อสร้างตึก แล้วขนชาวแฟลตทั้งหมดไปอยู่พร้อมกันก่อนที่จะรื้อสร้างใหม่ ส่วนหนึ่งอยากได้ค่าชดเชย 3 -5 แสนบาท บางส่วนไม่ยอมอะไรเลยซึ่ง อภิชาติเคยบอกพวกไปว่า “อย่างนั้นก็ตัวใครตัวมัน”
– ระหว่างลงพื้นที่ มีผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ผมทางวิทยุหลายรายการ ขณะที่อ.ไพบูลย์ สัมภาษณ์ TV ที่ไปทำข่าวภาคสนามจากดินแดง
– 19.40 น. สัมภาษณ์วิทยุ 96.5 รายการของคุณวิสุทธิ์ คมรัชรพงษ์ (อสมท.) คุยกันถึงเรื่อง “ประชาธิปไตยชุมชน” เกือบ 45 นาที เขาสนใจว่า 926 เวทีของ พม. ได้ผลเป็นอย่างไร
4 ก.ค
– 9.30 น. ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นายกรัฐมนตรีเสนอ พรบ. งบประมาณปี 2551ต่อสภา รัฐบาลของบ 1.66ล้านบาท รมต.ทั้งคณะเข้าร่วมชี้แจงและฟังการประชุมตลอดวันตั้งแต่ 9.30 – 22.00 น. ได้รับคำชมเชยจากสมาชิก สนช.ว่าเป็นการให้เกียรติต่อสภา สนช.เป็นอย่างมาก
– เมื่อนายกฯเสนอหลักการ – เหตุผล ของ พรบ.งบประมาณ 2551 แล้ว สมาชิกก็เริ่มอภิปรายกัน ประธาน สนช.(คุณมีชัย)ตกลงกติกากับสมาชิกว่าจะอภิปรายได้คนละกี่นาที สุดท้ายได้คนละ 15 นาที
– การอภิปรายของ สนช. เป็นไปอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย น่าจะเป็นผลจากวาทกรรม “ เซลล์เดียวกัน” ที่สามารถสัมผัสได้
– 13.00 น. ผมต้องออกจาก สนช. รีบไปออกรายการสดทาง TV 9 “บ่ายนี้มีคำตอบ” ของคุณวิศาล ดิลกวิลาศกุล เป็นรายการเรื่อง”ประชาธิไตยชุมชน” งานนี้ที่ปรึกษาเอื้อจิตเป็นผู้ ประสานจัดการ เพื่อสร้างกระแสความเคลื่อนไหวสังคม และความเข้าใจในกิจกรรมเชิงยุทธศาสตร์ของ รมช.พม. ผมย้ำ กรอบคิดสำคัญและรูปธรรมผลงาน
·เวทีประชาธิปไตยชุมชน เป็นเวทีประชาธิปไตยทางตรง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการปฏิรูปสังคม – ปฏิรูปการเมือง
·เป็นเวทีพูดคุยกันโดยไม่มีแบ่งขั้วแยกฝ่าย เพื่อหาประเด็นนโยบายความต้องการร่วมกันของท้องถิ่นและหาทางออกร่วมกัน
·เวทีจัดไป 60 % แล้ว พบว่าเรื่องที่ประชาชนห่วงใย มีแต่เรื่องวิถีชีวิตและการพัฒนาท้องถิ่น ไม่มีเรื่องการเมืองระดับชาติเลย แสดงให้เห็นได้ว่า “การเมืองระดับชาติที่แตกแยกกันนั้น เป็นเรื่องไร้สาระสำหรับคนในพื้นที่”
·เวทีประชาธิปไตยชุมชนที่จัดพบว่าช่วยให้เกิดความรักสามัคคีและสมานฉันท์ไปโดยปริยาย ซึ่งก็เป็นเป้าหมายทางอ้อมของกระทรวง พม.ในอันที่จะร่วม “ถอดสลักความรุนแรงในสังคมไทย” อีกทางหนึ่งตามที่แถลงไว้
– เสร็จจากออก TV รีบกลับมาที่สภา สนช. เจ้าหน้าที่รายงานว่า “ระหว่างที่รมช.พม.ไม่อยู่ในสภามี สนช.คนหนึ่งอภิปรายชมเชยงานกระทรวงพม. โดยเฉพาะระบุว่า รมช.พม. (คุณหมอพลเดช ปิ่นประทีป) มีความกล้าหาญมากที่แสดงจุดยืนไม่สนับสนุน การออกหวยบนดิน” เล่นเอา เจ้าหน้าที่ พม. หน้าบานกันหมดเลย เพราะวันนี้ทั้งวัน รมช.พม.เป็นรัฐมนตรีคนเดียวที่ได้รับคำชมเชยกลางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
– รมต.ช่วยกันตอบข้อซักถาม แค่ 3 คน คือ รองนายกฯโฆษิต ,รมต.คลัง (ฉลองภพ )และรมต.คมนาคม(พล.ร.อ.ธีระ)
– การประชุมเลิก 22.00 น พอดี ผมอยู่จนสุดท้าย ทั้งๆที่พรุ่งนี้จะต้องเดินทางไป สหรัฐอเมริกา ตั้งแต่เช้ามืด
5 ก.ค.
– ออกจากบ้าน 04.00 น. เพื่อไปสนามบินสุวรรณภูมิ พี่เนาวรัตน์ (รศ.ดร.เนาวรัตน์ พลายน้อย) รออยู่ที่นั่นแล้ว วันนี้เดินทางไกลข้ามทวีป ข้าม Time Zone รวมเดินทางทั้งสิ้น 24 ชม.พอดี
– บนเครื่องบิน North West Airline (NWA OD27) ได้อ่านหนังสือพิมพ์ภาษาไทย มีข่าวพม.และรมช.เช่นเคย เดลินิวส์ หน้า 4 วันนี้ พูดถึงแฟลตดินแดงในทำนองเชี้ยร์ว่า ……” ขอเอาใจช่วยไพบูลย์ – พลเดช ที่กล้าหาญเผชิญปัญหาและไม่มีคำว่าเกียร์ว่าง !!” …….เล่นเอาเดินทางไป USA คราวนี้ด้วยความสบายใจยิ่งนัก เพราะว่าสื่อเริ่มเข้าใจและสนับสนุน พม.แล้ว ไม่ใช่เอาแต่ขายข่าว – เอาใจชาวบ้านท่าเดียวอย่างแต่ก่อน
– เดินทาง 3 ช่วง กรุงเทพฯ – นาริตะ , นาริตะ – เซนต์พอล Mineapolis , เซนต์พอลฯเดย์ตัน ถึงโรงแรมมาริออต เดย์ตัน เป็นเวลา 6 โมงเย็นพอดี เวลาที่นั่นเป็นวันที่ 5 ก.ค เวลา 19.00 น. ในขณะที่เมืองไทยเป็นวันที่ 6 ก.ค. เวลา 6.00 น. แล้ว ห่างกัน 13 ชม.
– โทรมาหาที่บ้าน,วณี บอกว่าเลื่อนตั๋วเดินทางกลับได้แล้ว ขอให้ไปติดต่อคุณOlmsted เพื่อจ่ายเงินค่าธรรมเนียมโดยด่วนผมตั้งใจกลับเมืองไทยก่อนกำหนดเพื่อร่วมงานรับปริญญาลูกสาวคนโต
6 ก.ค.
– วันนี้ว่างทั้งวันเพราะ program สัมมนาเริ่มเสาร์ (7 ก.ค.) – พฤหัส (12) เข้าใจว่าเป็นเพราะเราเป็นรุ่นปีที่ 2 (DDW2) เขาให้มาล่วงหน้า 1 วันเพื่อพักผ่อน
– 2 คนพี่น้อง พากันยืมรถจักยานจากโรงแรมไปขี่เล่นในตัวเมือง Dayton ขี่ไปตามFootpath ทางสำหรับคนเดินเท้าด้วยความเข้าใจว่าเป็นที่ที่เขาให้ขี่จักรยานได้ พอไปถึงตัวเมือง ขี่เล่นไปตามถนนสายกลางเมือง จาก Square แห่งหนึ่ง ,จอดรถนั่งเล่นที่สวนสาธารณะเล็กๆ เพราะปวดชาที่แขนซ้ายมากจนทนไม่ไหว พอนั่งสักครู่ก็มีพนักงาน 2 คนเดินเข้ามาหาและนั่งคุยด้วย แกบอกว่า”ที่นี่เขาห้ามขี่จักยานบนฟุตบาธ ถ้าตำรวจจับจะถูกFine คนละ 125 – 150 USD ถ้าคุณมีเงินจ่ายก็ขี่ได้ครับ” ผมบอกไปว่า “อย่างนั้นหรือครับ เราไม่รู้ นี่ถ้าถูกปรับผมคงจนแบบ Suddenly เลยนะ
– รถจักยานของฝรั่งอานมันสูง ขาผมหยั่งไม่ถึง ขี่ลำบากมาก เวลาจอดรอสัญาณไฟจราจรต้องดึงตัวขึ้นๆลงๆ ทำให้ถูกกระแทก กลับไปถึงโรงแรมพบว่ามีรอยฟกช้ำ 3 – 4 แห่งที่ต้นขาและข้อเท้า เป็นรอยจารึกจาก Dayton
7 ก.ค
– เปิดประชุมวันแรก มีรถมารับจากโรงแรม พาไปถึงสำนักงานมูลนิธิ Kettening Foundation…. และเริ่มประชุมร่วมDDWI + DDW II
– การประชุมเดินไปตาม program ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นนัก อาจเป็นเพราะว่าผมและอาจารย์เนาวรัตน์ เคยผ่าน DDWI ทำให้เรามีโอกาสทบทวนฝึกฝนเทคนิค Deliberation ลึกซึ้งขึ้นถึงขั้นสามารถฝึกการModerator เวทีได้
– โทรศัพท์กลับบ้านทุกวันจึงรู้ ข่าวการเมืองไทยตลอดเวลา วณีบอกว่าเมื่อวานพบ อ.ประเวศ ในงานประชุมวิชาการประจำปีของสภาพัฒน์ฯ อาจารย์ถามว่า “รัฐมนตรีไปไหน ช่วงนี้ไม่เห็นออกข่าว” คุณโสภณ สุภาพงษ์ รี่เข้ามาหาวณี ฝากว่า “บอกคุณหมอพลเดชว่าให้พูดบ่อยๆช่วยรัฐบาลมีผลงานด้วย ให้ช่วยพูดเรื่องจชต.มากๆ”
– คนไทยอีก 2 คนที่ไปร่วม DDWI ในปีนี้ คือ คุณประวิทย์ (นักข่าวอาวุโสแห่ง Nation )และคุณกาญจนิยา (แห่ง Bangkok post ) ทั้งคู่กำลัง Activeและมีทักษะภาษาอังกฤษดีมาก หวังว่ากลับไปเมืองไทย พวกเขาจะเป็นกำลังสำคัญของข่ายประชาสังคมไทย
8 ก.ค.
– งานWorkshop เดินไปตามปกติ KF.มีความเชื่อและความมุ่งมั่นในเรื่อง Deliberative Democracy (DD) และเทคนิคกระบวนการ Namini Framing / Issue Book /Public Deliberation
– ผมแปล คำว่า Deliberative Democracy ของ KF ว่า “ประชาธิปไตยพ]เมือง”ซึ่งมีส่วนละม้ายกับสิ่งที่เรากำลังทำในเมืองไทย ที่เรียกว่า “ประชาธิปไตยชุมชน”อยู่มาก แต่ต่างกันที่ระดับชุมชนของเรากับของเขาต่างกันมาก ของเราเป็นชุมชนฐานล่าง แต่ของเขาเป็นประชาคมคนชั้นกลางมากกว่า แต่สิ่งที่ถือว่า เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังของเขา คือ เทคนิคทางวิชาการในการสร้าง Issue Book เพื่อใช้เป็นเครื่องมือประกอบในเวทีระดมความคิดสาธารณะ
– มูลนิธิ KF มี mission ในการวิจัยและพัฒนา DD โดยเผยแพร่ความรู้ และสร้างเครือข่ายไปทั่วโลก
– วิธีทำ Issue Book ของเขา เริ่มจาก การกำหนดประเด็นปัญหา(Naming) ซึ่งต้องใช้กระบวนการระดมความคิด กลุ่มสนทนาเจาะลึก สัมภาษณ์ฯลฯ มากขึ้นนำไปสู่การศึกษาข้อมูล แล้วกำหนดกรอบแนวทางแก้ปัญหา ที่เรียกว่า Framing โดยทั่วไปแนะนำให้สร้างChoices/ Approaches ไว้ 3 ทางเลือกที่มีความแตกต่างกันเพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถเข้าใจและคิดต่อยอดได้ง่ายขึ้น เมื่อได้ Approaches แล้วนำมาสู่การทำ Issue Book สำหรับใช้ในการประชุมเวที ซึ่งเป็นเอกสารที่กระชับ มีข้อมูลประกอบที่สำคัญครบถ้วน สาระไม่มากไม่น้อยเกินไป
– ในการจัดเวที เทคนิคกระบวนการนำประชุมต้องมีความละเอียด KF จะสอนวิธีการโดยฝึกพวกเราให้มีประสบการณ์ ปีนี้เขาใช้ เรื่องEnergy Crisisเป็นโจทย์แบบฝึกหัด
– ตอนเย็นกลับถึงที่พัก มีโอกาสได้คุยกับประวิทย์ และ กาญจนิยา พวกเขาสนใจ DDWI มาก และคิดว่าได้ประโยชน์คุ้มค่า
นพ.พลเดช ปิ่นประทีป
8 กรกฎาคม 2550
Be the first to comment on "ตอนที่ 45 : หลีกวุ่นวาย ไปโอไฮโอ"