ช่วงต้น และ กลาง สัปดาห์รมช.พม.ยังคงอยู่ที่ OHIO กลับถึง กรุงเทพฯกลางดึกวันพฤหัสบดี ตื่นเช้าต้องไปร่วมงานรับปริญญาของ “ลูกหญิง”
ที่จุฬา,รีบไปเข้าร่วมประชุมสภาวิจัยแห่งชาติที่ทำเนียบเพื่อเสนอหน้าให้นายกฯและรองนายกฯทราบว่า “กลับมาแล้วนะครับ” ทีมงานรองนายกไพบูลย์ตัดบทความหนึ่งจาก Bangkok Post มาให้อ่าน, Section Politic, Spotlight จั่วหัวเรื่องว่า “ Two Achievers Salvage Cabinet” เนื้อหาสาระเป็นการ การประเมินคุณค่าการทำงานของ 2รัฐมนตรี (ไพบูลย์ – พลเดช) ใน ครม.ชุดนี้ว่าเป็นเสมือน 2 ผู้มุ่งมั่นซึ่งช่วยกู้รัฐบาลเลยทีเดียว
9 ก.ค.
– การสัมมนาวิชาการ DDWII ย้ายฐานมาประชุมที่โรงแรม Marriott เพื่อรองรับผู้เข้าร่วมประชุม Public PolicyWorkshop จากมลรัฐต่างๆ ของอเมริกา มาเข้าร่วมอีก200 คน ประเด็นการประชุมวันนี้คือ “Energy Crisis” ซึ่งเวทีนี้ที่จริงแล้วก็คือ National Issue Forum ของเครือข่ายประชาสังคมของ สหรัฐอเมริกาที่มี KFและพันธมิตรเป็นแกนนำนั่นเอง
– ปีที่แล้วเขาใช้เรื่อง “Poverty” เป็นหัวข้อประชุมประจำปีของเขา ซึ่งพวกผมและกลุ่ม DDWI จาก 30 ประเทศได้เข้าร่วมด้วยเช่นกัน
– การประชุมปีนี้เริ่มโดย Dr.David Mathews กล่าวนำถึงคอนเซ็ป และทิศทางของDD จากนั้นเข้าสู่ PPW โดยฉาย VCD นำเข้าสู่ประเด็น Energy Crisis ต่อจากนั้นก็แบ่งกลุ่ม ทั้งคนต่างชาติและอเมริกัน ร่วมแชร์ไอเดีย
– ที่ USAช่วงนี้มีทั้งการเคลื่อนไหวต่อต้านการส่งทหารไปอีรักถี่มาก คะแนนนิยมของBUSH ลดต่ำลงอย่างน่าเป็นห่วง คาดว่าสถานการณ์จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและทางนโยบายในเร็วๆนี้
– ข่าวจากเมืองไทยโดย ดร.วณีบอกว่า กระแสต่อต้านร่าง พรความมั่นคงภายในมีมากขึ้น และนายกพูดถึงไฟใต้ว่ารัฐบาลมาถูกทางแล้วและยินดีพูดคุยกรณีจะเป็น”เขตปกครองพิเศษ”
10 ก.ค.
– เวทีสัมมนา DDWIIยังคงเป็นเรื่องสรุปประสบการณ์และแลกเปลี่ยนเทคนิคประสบการณ์การ Naming / Framing เพื่อเคี่ยวประสบการณ์ให้ข้น
– ผมคิดเลยshot นั้นไปแล้ว เพราะตนเองคงไม่ใช่อยู่ในฐานะผู้ปฏิบัติที่จะไปModerate การประชุมเอง แต่เราอยู่ไนระดับผู้กำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ จึงมีเป้าหมายแค่ทำเข้าใจพอเพียงในเชิง “Concept” และรู้จัก เท่านั้นก็นำไปใช้งานได้แล้ว จึงนั่งอ่านเอกสารทั้งหมดอยู่ที่ห้องพักและเริ่มลงมือเขียนบทความเรื่อง “ประชาธิปไตยพลเมือง”
– ซึ่งผมถือปฏิบัติเป็นประจำสำหรับการไปร่วมประชุมวิชาการต่างประเทศ ที่ต้องทำการตกผลึกความรู้ความเข้าใจและพัฒนาความคิดในการ Apply ความรู้ใหม่กับงานที่รับผิดชอบ
– เขียนหนังสือตั้งแต่เที่ยงคืนจนถึง 7 โมงเช้า ได้เค้าโครงเรื่องทั้งหมด ตอนรุ่งเช้ามีนัดสัมภาษณ์ ประวิทย์ จะเขียนลง Nation และต้องเดินทางกลับเมืองไทย 11.00 น.
– ผมคิดว่าเรื่อง DD นั้นเป็นประโยชน์มากสำหรับประเทศไทยซึ่งเรามีเรื่องประชาธิปไตยชุมชนและประชาสังคมเป็นฐานอยู่พอประมาณแล้ว
– แผนงานที่คิดไว้คือการนำเทคนิค Public Deliberation และทักษะว่าด้วย Naming / Framing /Issue Booking มาใช้ในประเทศไทยโดยเฉพาะในระดับเครือข่าย “ประชาคมจังหวัด” เพราะจะทำให้งานการเมืองพลเมืองมีความทรงพลังยิ่งขึ้น เชื่อว่าหากทำได้อย่างมีประสิทธิภาพพายใน 5 ปี ข้างหน้าดุลยทางประชาธิปไตยของประเทศจะเปลี่ยนไปในทางทีดีขึ้น
– ในชั้นนี้ผมคิดว่า DDในเมืองไทยน่าจะแบ่งเป็น 3 ระดับ
1) ในระดับชุมชนฐานราก – ควรเป็นเรื่องกระบวนการแผนแม่บทชุมชนและสภาองค์กรชุมชนเป็นหลัก โดยมี พอช. และพรบ.สภาองค์กรชุมชนเป็นกลไกสนับสนุน
2) ในระดับชนชั้นกลาง ประชาคนจังหวัด – ควรเป็นเรื่อง DD อย่างเต็มรูปแบบ โดยต่อยอดโครงการวิจัยชีวิตสาธารณะและคณะทำงานยุทธศาสตร์สังคมจังหวัดของ พม. + LDI + Civic net โดยมี พรบ.ประชาสังคมเป็นเครื่องมือ ในเรื่องนี้ควรเตรียมบุคลากรและเครือข่ายเสียตั้งแต่ที่ยังเป็น รัฐมนตรีอีก 6 เดือนนี่แหละ
3) ในระดับสูง – ควรเป็นรูปแบบ Public Policy Process ที่มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติและ สสส.ทำอยู่ รูปแบบคล้ายกันกับ KF มากและสามารถประยุกต์เทคนิค Naming / Framing / Issue Booking มาใช้ได้
– งานนี้ มสช. น่าจะเป็นแม่งาน โดยมี พรบ.สุขภาพ และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช) เป็นกลไกทำงานอย่างจริงจัง
11 ก.ค. – 12 ก.ค.
– 8.30 น. Bangkok post และ(Nation)ประวิทย์ สัมภาษณ์ที่ Lobby โรงแรมคำถามหลักคือ
· คิดอย่างไรที่ร่วม ครม.ที่ตั้งโดยคณะรัฐประหาร (คปค.)ในขณะที่เพื่อนฝูง NGO แตกเป็น 2 สาย โต้แย้งกันหนักจนถึงวันนี้
· กระทรวงพม.ทำอะไรที่คิดว่าคุ้มค่ากับการเป็นรัฐบาลในสถานการณ์อย่างนี้
· มีความเห็นต่อกรณี(ร่าง)พรบ.กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.)อย่างไร
– ผมให้สัมภาษณ์ไปตามสบายเพราะมีจุดยืนและทิศทางที่ชัดเจนต่อทุกคำถามอยู่แล้ว มีฝรั่งช่างภาพคนหนึ่งที่มาในงาน PPW จะคอยถ่ายภาพบันทึกรายงาน แกสนใจมากกว่าประวิทย์กำลังสัมภาษณ์ VIP ใครกันน่ะ
– 11.30 น. ออกเดินทางไปสนามบินDayton กลับเร็วกว่าพรรคพวก 1 วัน เป็นการเดินทางที่ยาวนานและน่าอึดอัดมาก
13 ก.ค.
– 6.00 น. ต้องไปส่งลูกหญิงงานรับปริญญาตั้งแต่เช้า นั่งเซนต์หนังสือที่กระทรวง” 5 แฟ้ม และพลิก Clipping ข่าวย้อนหลัง 7 วัน เพื่อติดตามสถานการณ์บ้านเมือง
– 9.30 น. ไปประชุมสภาการวิจัยแห่งชาติ(วช)ที่มี นายกเป็นประธาน มีกรรมการสภา 128 คน เป็นการประชุมที่ใหญ่มาก ประโยชน์ที่ได้คือได้รับรู้และสัมผัสกระบวนการทำงานของ วช.ซึ่งเคยฟังมาว่าไม่แข็งแรงนัก งานวิจัยของประเทศยังอ่อนแอมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ
– 11.30 น. ออกจากห้องประชุม ตามอาจารย์ไพบูลย์มาถึงที่ทำงานโดยเดินไปคุยไปเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน คุณสิน สื่อสวนได้ให้บทความ Spotlight / Bangkok post พร้อมกับพูดว่า “อ่านแล้วค่อยมีกำลังใจ” เนื้อความพูดถึง 2 รมต. ในครม. ขิงแก่ คือ ไพบูลย์ – พลเดช ว่าเป็น 2 ผู้มุ่งมั่นบรรลุภารกิจซึ่งกำลังกอบกู้รัฐบาลชุดปัจจุบัน บทความนี้ไม่รู้ว่าใครเขียน เข้าใจว่าเป็นคอลัมนิสต์ ประจำ Section ของเขาเอง บทความกล่าวว่า 2 คนนี้ทำงานมุ่งมั่นและมีความพยายามผลักดันกฎหมายทางสังคม /และมาตรการ ที่สำคัญมากมาย ต่อกลุ่มเป้าหมายต่างๆและยังมีส่วนเกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาผลกระทบจากนโยบายประชานิยม เช่น กองทุนหมู่บ้านและโคล้านตัวอีกด้วย ที่สำคัญบทความขยังพูดถึงกรณีแฟลตดินแดงที่ไม่มีนักการเมืองคนไหนอยากไปยุ่งด้วย แต่ 2 รมต.นี้กล้าทำและใช้วิธีการมีส่วนร่วมของชาวแฟลต ซึ่งมีท่ทีาว่าจะShape up ทิศทางการแก้ปัญหาไปจากเดิม บทความนี่พาดหัวชื่อ “Two Achievers Salvage Cabinet ” ซึ่งผมเชื่อว่าอาจารย์ผู้ใหญ่ของผมหลายท่านคงได้อ่านและอาจมีข้อแนะนำ เพราะท่านเหล่านั้นคอยเฝ้ามองและเมตตาต่อผมเป็นพิเศษอยู่ตลอดเวลา
– พบปะน้อง นักข่าวที่ทำเนียบ กรูเข้ามาหา ผมเลี่ยงไปเดินตาม อ.ไพบูลย์ บอกสั้นๆว่าเพิ่งเดินทางกลับจาก USAเมื่อตี 2 “ง่วงมาก”ซึ่งวันรุ่งขึ้น(เสาร์)ไทยโพสต์นำไปลงคอลัมน์คนสังคมว่า “หมอพลเดชง่วงนอน !! เดินหนีนักข่าว!!!” เป็นการแซวด้วยความเอ็นดูมากกว่าจะเป็นอย่างอื่น
– 13.30 น. คณะจากกองทัพภาค 4 (พล.ต.อุดมชัย)และ กก.สิทธิ มนุษยชนแห่งชาติ (พี่สุรสีห์) มาพบเพื่อปรึกษาเรื่อง ที่ทางเพื่อรองรับผู้ถูกจับกุมกรณีไฟใต้ 300 คน ซึ่งเขาจะขอพึงกระทรวงพม.และแรงงาน
– 14.00 น. ประชุม คณะกรรมการประสานกฏหมายของรัฐบาลที่มีอ.วรากร (รมช.ศธ.)เป็นประธาน งานกม.ของรัฐบาลเริ่มจัดขบวนได้บ้างแล้ว โดยแบ่งเป็น 3 บัญชี
ก. กม.ที่ต้องส่งถึงสนช.ภายใน 30 กย.
ข. กม.ที่ต้องส่งถึง สนช.หลัง 30 กย.
ค. กม.ที่รัฐบาลผูกพันกับ สนช.ไว้
ซึ่งในส่วนของ พม.มี ก.4 ฉบับ ข.4 ฉบับ ค.3ฉบับ และคิดในใจว่าหากว่าสามารถออกกฎหมายของพม. ได้ในรัฐบาลชุดนี้ อย่างน้อย ส่วน ก.และส่วน ค.ก็ถือว่าเกินเป้าหมายแล้ว ทำให้สบายใจขึ้นเยอะ
– 16.00 น. ไปถ่ายรูปครอบครัวกับลูกหญิง รับปริญญาที่จุฬาและไปทานข้าวกับวงศาคนาญาติที่ภัตราคารแห่งหนึ่งบนถนนสาธร
14 ก.ค.
– 10.00 น. ไปเยี่ยมการทำงานของ กคช.และชาวแฟลตดินแดงกำลังที่มีการประชุมรับฟังความต้องการชาวแฟลต โดยขอใช้ห้องประชุมชั้น 5 ของ กระทรวงแรงงานเป็นที่ประชุม มีคนร่วม 127 คน จาก 2 ตึก(800ห้อง) ข้างหน้าประตูกระทรวงมี Mobมาต่อต้านอยู่ แต่บรรยากาศในห้องประชุมดีมาก ผมพูดให้กำลังใจที่ประชุมว่า
· มาให้กำลังใจ ดีใจที่เห็นการทำงานร่วมกันระหว่าง กคช. – ชาวแฟลต
· มีทุกข์ด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย
– กคช.ทุกข์ในฐานะดูแลตึก,อาคารให้เขาและเป็น ผู้ดูความปลอดภัย
– ชาวแฟลตก็ทุกข์ในฐานะคนอยู่อาศัยและมีความต้องการความมั่นคงในชีวิต
· เชื่อมั่นว่าจะหาทางออกที่ทุกคนมีความสุขร่วมกันได้แน่
– ตัดสินใจโทรนัดหมายคุณธรรมสถิตย์ ผลแก้ว นักข่าวอาวุโสของโพส์ทูเดย์เพื่อสัมภาษณ์ในวันจันทร์เรื่อง จชต.+พรบ. กอ.รมน.
15 ก.ค.
– 12.00 น. ไปเป็นประธานถวายผ้าไตรอุปสมบทหมู่สามเณรชาวเขา ที่วัดเบญจมบพิตร เป็นงานของกรม พส. จัดทุกปี
– บ่ายตั้งใจเขียนบทความจาก Dayton ที่ค้างไว้ให้จบ
นพ.พลเดช ปิ่นประทีป
15 กรกฎาคม 2550
Be the first to comment on "ตอนที่ 46 : สองผู้กอบกู้รัฐนาวา"