สัปดาห์นี้ใช้เวลาในประเทศจีนเป็นส่วนใหญ่ โดยหลังการประชุมครม.วันอังคารก็ต้องเดินทางไปตอนเที่ยงคืนวันนั้นเลย
ที่ปักกิ่งและซีอานมีเรื่องน่าเรียนรู้หลายอย่างเกี่ยวกับงานสวัสดิการสังคมและงานเยาวชนในประเทศสังคมนิยมแบบจีน ส่วนเรื่องราวในเมืองไทยมีผู้คอยส่งข่าวให้ทราบทุกวัน รับทราบข่าวการจับกลุ่มแกนนำม็อบรักทักษิณ 9 คน ในขณะกำลังนั่งชมกายกรรมปักกิ่งพอดี
23 ก.ค.
– 9.30 ไปร่วมการประชุมกับ Whip ร่วมรัฐบาล – สนช. (หรือที่เรียกเป็นทางการว่า คณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ: ปนช.)เพื่อให้ข้อมูลและประสานงาน(ร่าง)พรบ. ฟื้นฟูผู้พิการ,พรบ.สภาองค์กรชุมชนและ พรบ.พัฒนาเด็กและเยาวชน
ส่วน 2 ฉบับหลังไม่มีปัญหา วิปให้นำเข้าสภาเพื่อรับวาระ 1 ได้เลย
– 13.00 น. ไปร่วมอภิปรายในงานวิชาการประจำปีของ ปปช. “ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ได้พบกับกรรมการ ปปช.ผู้ใหญ่หลายคน เช่น ท่านปานเทพ กล้าณรงค์ชาญ , ท่าน ดร.ภักดี โพธิ์ศิริ
อภิปรายร่วมกับ ปลัดยธ. จรัญ ภักดีธนากุล พูดเรื่องการป้องปราม , คุณกล้ารณรงค์ จันทิก (คตส.) พูดเรื่อง การปราบปราม ส่วนผมพูดเรื่อง การป้องกันโดย มีดร.อุทิศ ขาวเทียร จากสภาพัฒนาเป็นผู้ดำเนินการอภิปราย
ผมขายไอเดียเรื่อง “กองทุนเพื่อความโปร่งใส” และการจัด” “งบอุดหนุน”ให้องค์กรภาคประชาชนปีละ 60 -70 ล้านแบบที่กระทรวง สธ.เคยทำใน เรื่องโรคเอดส์มาก่อน รู้สึกว่ามีการขานรับมากทีเดียวทั้งจากผู้ร่วมอภิปรายและปปช. ที่ฟังอยู่อยู่ข้างล่าง
ผมเสนอว่า เงินกองทุนให้เอามาจาก 0.01% ของค่าธรรมเนียมการโอนเงินซื้อ – ขายหุ้น ในตลาดหลักทรัพย์ ส่วนปลัดยธ. เสริมว่า ให้เอามาจากเงิน หรือทรัพย์สินที่ยึดได้จากคนโกงสัก 50%ก็พอ
– 16.00 น. ประชุมเรื่องโครงสร้างกระทรวงพม. เป็นการต่อจากWorkshop สามพรานครั้งที่ 2 ,คราวนี้ รมว.พม.มาร่วมประชุมด้วยสักครู่ ,ที่ประชุมได้รับฟังผล คทง.ไปจัดทำและมีการเพิ่มเติมความคิดเห็นพอสมควร ในที่สุดมอบให้รองปลัดพม.กานดา วัชราภัย ไปพูดคุยกับอธิบดีทุกกรม เพื่อให้ได้ข้อยุติที่ลงตัว ก่อนที่จะนำเข้าสู่คณะกรรมการ กพ./ กพร.ต่อไป
– วันนี้ทั้งวันและทุกสื่อต่างรายงานและวิเคราะห์เหตุการณ์คืนวันอาทิตย์อย่างพร้อมหน้ากัน
24 ก.ค.
– 09.00 น.ประชุม ครมช.(ครม.+ประธานคมช.)ตามปกติ วันนี้เรื่องหลักเป็นเรื่องเหตุการณ์จราจลหน้าบ้านพักป๋าเปรม ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันอาทิตย์ ในที่สุดภายหลังอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างยาวนานที่ประชุมก็สรุปว่า ครม.ควรแสดงจุดยืนโดยอยู่เคียงข้างป๋าเปรมอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นที่มาของการยกขบวนไปเยี่ยมป๋าเปรมที่บ้านพักสี่เสาเทเวศน์ ไปทั้งคณะรัฐมนตรีเลย สื่อ TV ทุกช่องไปรอทำข่าวกันตั้งแต่คณะรัฐมนตรีออกประตูทำเนียบไปจนถึงหน้าบ้านป๋าเปรม หลังออกจากบ้านป๋าเปรมสื่อสัมภาษณ์นายกตามระเบียบ คนอื่นๆถูกถามบ้างประปราย
ที่บ้านป๋าเปรม พวกเราไปนั่งรอที่ห้องรับแขก สักครู่ใหญ่ท่านเจ้าของบ้านออกมาพบ นายกอ่านคำกล่าวที่ สลน.เตรียมให้ เนื้อหากล่าวถึงกลุ่มม็อบคนรักทักษิณอย่างรุนแรงทีเดียวว่า “มีเป้าหมายมุ่งกระทบเบื้องสูง” และ”รัฐบาลขออภัยที่ไม่ได้ดูแลป๋าเปรมเท่าที่ควร”ทางฝ่ายป๋าเปรมกล่าวตอบว่า ท่านไม่ได้คิดว่ารัฐบาลบกพร่องแต่อย่างใด ตรงกันข้ามขอขอบคุณที่รัฐมนตรีทุกคนเสียสละมาช่วยประเทศชาติในยามเช่นนี้ เพราะทุกท่านล้วนไม่มีความสนใจออกมายุ่งการเมือง แต่มาด้วยความจำเป็นของบ้านเมือง สำหรับพวกที่มาด่าทอใช้ความรุนแรง ท่านไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพวกเขาจึงจงเกลียดจงชังและใช้คำพูดหยาบคายเช่นนั้น พวกนั้นกล่าวโทษ(ด่า)ท่านตั้งแต่บ่าย 3 ถึง 3 ทุ่ม เป็นกำลังถึง 6 ชั่วโมงเต็ม
ในการประชุมครม. วันนี้มีเรื่องพิจารณามากพอสมควร ทั้งเรื่อง 6 มาตรการ “แก้บาทแข็ง” เรื่องRating TV ,เรื่อง (ร่าง)พรบ.การท่องเที่ยวที่มีประเด็นเกี่ยวข้องกับ กก. – วธ.. ฯลฯ สำหรับ พม.มี กม. ฟื้นฟูคนพิการ ที่ว่ากรรมาธิการไปเปลี่ยนหลักการของ กม. รัฐบาลจะว่าอย่างไร? ผมชี้แจงที่ประชุมว่า เกิดข้อขัดแย้ง ขึ้นแล้ว ถ้ารัฐบาลยืนยันหลักการเดิม กรรมาธิการ สนช.ก็มี 2 อย่างให้เดินคือ 1) ยอมตามรัฐบาล 2)เดินหน้าเสนอ(ร่าง)ของตนเข้าให้ สนช.ใหญ่ตัดสิน
– ถ้ารัฐบาลยอมตาม รัฐบาลต้องรับภาระการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหน่วยงาน สทก.เดิมให้เป็น องค์กรมหาชน ตามพรบ.ใหม่
– ในที่สุด ครม.ให้ยืนยันหลักการเดิม ไม่ยอมให้เป็นองค์กรมหาชน
– 14.30 น. ประชุมผู้บริหาร พม. เรื่องโครงสร้างกระทรวง ในภาพรวมผู้บริหารยังคิดเล็กคิดน้อย ผมจึงมอบให้รองปลัดกานดาไปคุยกับอธิบดีเป็นรายกรมเพื่อหาจุดตัวลงภายใน 2 สัปดาห์
– 18.00 น. โทรบอก มท.(2) (รมต.บัญญัติ) ให้ช่วยรับกฏหมายพม.ที่จะเข้าสนช. พรุ่งนี้ให้ด้วย เพราะผมจะเดินทางไปจีนเที่ยงคืนนี้และ อาจารย์ไพบูลย์ ก็ติดภารกิจ
– 24.00 น. เดินทางไปจีน ,จากสนามบินสุวรรณภูมิ ,ใช้เวลาบิน 4 ชั่วโมงเต็ม , เวลาที่ปักกิ่งช้ากว่าเรา 1 ช.ม ไปถึงที่นั่นสว่างพอดี ,พักที่โรงแรมCapital Hotel ไม่ไกลจากจัตุรัสเทียนอันเหมิน
25 ก.ค.
– 10.00 น. พบประธานคณะกรรมการงานผู้สูงอายุของจีน ชื่อ Li Gougben ที่สำนักงานของเขา ฟังเขาสรุปแนวคิดและแนวทางการพัฒนางานผู้สูงอายุของจีน ในห้องประชุมของเขามีคำขวัญอยู่ 2 แผ่น ติดอยู่ข้างฝา เขามีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ในระยะยาว 6 ประการ (จำไม่ได้ว่าอะไรบ้าง) ใน 6 ประการนี้เขามี เข็มมุ่ง (เป้าหมายระยะใกล้ ) 2 ประการ (จำไม่ได้อีกเช่นกัน) ซึ่งสะท้อนให้เห็นลักษณะการทำงานที่เอาจริงเอาจังของรัฐบาลจีน และเน้นการปฏิบัติมากกว่าทฏษฏีที่สวยหรูได้ในระดับหนึ่งทีเดียว
สังคมจีนโดยรวมเข้าสู่สังคมสูงอายุแล้ว ประชากรจีน 1300 ล้าน มีผู้สูงอายุ (60 ปี) 11.4 % เช่นเดียวกับไทย (11.3% ) แต่จีนใช้เวลา 17 ปี ก่อนที่จะเปลี่ยนจากสังคมหนุ่มสาวสู่สังคมผู้สูงวัย ในขณะที่ไทยใช้เวลา 25 ปี ที่เป็นเช่นนี้ผมวิเคราะห์ได้ว่าเป็นเพราะจีนมีนโยบายรณรงค์คุมกำเนิดอย่างเข้มข้น ( one child policy ) จึงทำให้สามารถควบคุมการเพิ่มประชากรได้อย่างมโหฬาร ประมาณว่าหากไม่ทำเช่นนี้ เขาจะมีประชากรเพิ่มอีกประมาณ 400 ล้านคน จุดนี้ทำให้โครงสร้างประชากรและอายุเฉลี่ยประชากรของจีนเปลี่ยนอย่างมาก
– 13.00 น. ไปเยี่ยมชมศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ของชุมชนแห่งหนึ่งในปักกิ่ง ที่นี่เขามีสวัสดิการให้ผู้สูงอายุที่ไม่มีลูกหลานดูแลมาพักอาศัย จัดเป็นห้องๆอยู่กันห้องละ 2 -3 คน ดูแล้วสะอาดสะอ้าน และเป็นระเบียบทีเดียว
– 18.00 น. พบคุณWuweiซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับ ผอ.กองของ ACYF ( All China Youth Federation)
26 ก.ค
– 9.00 น. พบรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมของประเทศจีน เขาให้การต้อนรับอย่างเป็นพิธีการเลย เราได้แลกเปลี่ยนทัศนะและประสบการณ์การทำงานด้านสวัสดิการสังคมกันประมาณ 1 ชม.
ประเทศจีนเอา สวัสดิการสังคม มาไว้รวมกับ แรงงาน เป็นกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เขาบอกว่าเขาเคยพบ รมต.แรงงานของไทยแล้ว
สวัสดิการสังคมของจีนมีอย่างน้อย 4 ระบบ ที่สำคัญ ได้แก่ 1)สวัสดิการแรงงาน 2) สวัสดิการประชากรเมือง 3) สวัสดิการประชากรชนบท 4) สวัสดิการผู้ไม่มีงานทำ
ผมเพิ่งได้ idea เป็นครั้งแรกว่าจีนเขาใช้ที่ดินซึ่งเป็นสมบัติของรัฐ มาจัดเป็นสวัสดิการแก่คนชนบท จัดที่ดินทำกินให้ เสียค่าเช่า – ค่าธรรมเนียมบ้างนิดหน่อย แต่ไม่มีกรรมสิทธิ์เอาไปซื้อขายไม่ได้ (ซึ่งผิดกับของเราที่ถือที่ดินเป็นทุน และเป็นสมบัติของปัจเจก)
– 12.00 น. มาดามZhang Xiaolan ,รองประธานACYF ซึ่งเทียบเท่าตำแหน่งรัฐมนตรี และมีฐานะที่สำคัญมากในประเทศจีน เพราะผู้นำ ACYF หลายคนในอดีตได้เป็นประมุขจีนมาแล้ว เช่น หูเยาบัง ,หูจินเทาฯลฯ
เราทานข้าวกลางวันและแลกเปลี่ยนทัศนะกันอย่างจริงจังพอสมควร ผมถือโอกาสปรึกษามาดามเรื่องที่อยากจะมาศึกษาดูงานด้านชนชาติส่วนน้อยและAutonomyระดับต่างๆ โดยอยากจะไปที่Xinjiang ท่านสนับสนุนเต็มที่และแนะนำว่าควรพบกับ รมต.วัฒนธรรมของจีนด้วยยิ่งดี
– 15.00 น. ไปเที่ยวกำแพงเมืองจีน ซึ่งอยู่ห่างจากปักกิ่ง 75 กม. เป็นความยิ่งใหญ่ของสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์ของโลก 1 ใน 7 นี่เป็นครั้งแรก ผมจึงพยายามจะเดินขึ้นไปให้ถึงยอดสุดท้ายในชั้นที่ 4 แต่ปรากฏว่าไปได้แค่ชั้น 2 ก็เกิดอาการเวียนหัวกระทันหัน เข้าใจว่าอากาศจะเบาบาง ความจริงยังไม่เหนื่อยเลย จึงต้องถอยกลับ
– 19.00 น. ดูกายกรรม (Acrobatic performance ) ที่ปักกิ่งเขามีโรงแสดงกายกรรมเป็นการเฉพาะ แสดงวันละ 2 รอบ นักแสดงทั้งคณะประมาณ 30 ชีวิต แสดงได้เก่งมาก
ระหว่างชมการแสดง คุณศรัณย์ (หน.สร.)โทรไปจากเมืองไทยรายงานสถานการณ์การเมืองว่า ผู้นำ นปก.(กลุ่มรักทักษิณ/PTV )ถูกศาลเชิญไปรับฟังคำชี้แจง แต่ขณะนั้นฝ่ายตำรวจก็แจ้งความกับศาลให้จับเพราะมีหลักฐานการทำผิดกฏหมายเมื่อคืนวันที่ 22 อย่างชัดเจน ศาลพิจารณาอยู่นานจนในที่สุดประมาณ 6 โมงเย็น ศาลจึงตัดสินให้จับเข้าคุกไว้ก่อน และไม่ยอมให้มีการประกันตัว พวกนั้นโกรธกันมากถูกจับทั้งหมด 9 คน (รวมทั้งวีระ,จักรภพ,เหวง,จตุพร,จรัล และ ณัฐวุฒิ)
27 ก.ค.
– ออกเดินทางตั้งแต่เช้า บินจากปักกิ่งไปซีอาน( Xian)เมืองหลวงของมณฑลShaanxi ,มีผู้นำ(ประธาน)ACYFของซีอานมาต้อนรับที่สนามบิน เขาให้เกียรติดูแลเป็นอย่างดี อำนวยความสะดวกทุกอย่าง,เราแลกเปลี่ยนกันจริงจังมาก , เข้าที่พัก โรงแรมRenmin Hotel
– Xian เขาจัดที่ให้โรงแรม 4-5 โรงมาตั้งอยู่ด้วยกัน สะดวกดีมาก เมืองXian โบราณมีกำแพงเมืองใหญ่ลอ้มรอบ โรงแรมอยู่ในส่วนชั้นใน
– เขาพาไปเลี้ยงอาหารกลางวันที่ภัตตาคารที่เป็นของสมาชิก ACYF
– หลังอาหารกลางวัน พบผู้ว่าการมณฑล เป็นคนอายุราว 60 ปี ผมแลกเปลี่ยนในมุมประวัติศาสตร์จีนและมิติของงานพัฒนาสวัสดิการสังคม คุยกันออกรสชาติมาก จนเลยเวลาที่จะไปที่ต่อไป
– 16.00 น. ไปเยี่ยมโครงการ สวัสดิการคนพิการ ของโรงพยาบาล Boai ,เป็นโรงพยาบาลเชี่ยวชาญด้านกระดูก และความพิการต่างๆ ที่โรงพยาบาลนี้มีคณะสมาคมคนพิการเป็นผู้มีบทบาทมาดูแลบริหารและสนับสนุนงานของโรงพยาบาลอย่างโรงพยาบาลมีโรงทำเผือกและอวัยวะ แขน – ขา เทียมด้วย เขาพาเราไปดู ห้องผ่าตัดเคลื่อนที่ เขาใช้รถบัสขนาดใหญ่มาดัดแปลงเป็นห้องผ่าตัด สามารถเคลื่อนย้ายไปตามหมู่บ้านชุมชนได้ทั่ว
– ได้เรียนรู้จากทีนี่ว่า เขามีระบบหลักประกันสุขภาพแนวใหม่เพิ่งใช้มาได้ 2 ปี ประชาชนทุกคนจะมีหลักประกันสุขภาพรักษาได้ทุกเรื่องในวงเงินไม่เกิน 20,000Y โดยการจ่ายเงินสมทบเพียง 50Y เท่านั้น และการจ่ายก็แบ่งเป็น 4 เจ้าภาพ (รัฐบาลกลาง20 ,มณฑล 10,อำเภอ/เมือง 10 และเจ้าตัว 10) ผมเข้าใจว่าระบบนี้จีนจะเอาอย่างมาจากประเทศไทย(30บาทรักษาทุกโรค) เพราะผมเคยทราบมาว่าจีนได้ส่งคนมาศึกษาดูงานเมืองไทยและมีนโยบายนี้ออกมาหลังจากนั้น
– 19.00 น. ACYF มณฑลเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการประธานกล่าวฝากผมว่าอยากให้ช่วยโปรโมทให้คนไทยมาลงทุนและมาเที่ยวXian มากๆหน่อย
28 ก.ค
– วันนี้ไม่มีงานทางการ เป็นวันทัศนศึกษาล้วนๆ เข้าไปดูพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ Xian เขาทำใหญ่ ทันสมัยและมีการแสดงนิทรรศการที่ดีมาก เขาไล่มาตั้งแต่ ยุค 105 ล้านปีก่อน แผ่นดินจีน มีหลักฐานธรณีวิทยา โบราณคดีว่าพบ มนุษย์ปักกิ่ง และไล่มาเป็นยุคๆให้เห็นว่าที่นี่ คือ แหล่งอารยธรรมเก่าแก่มาก ระดับเดียวกับอารยธรรม อียิปต์ (แอฟริกา) เมโสโปเตเมียและอินเดีย
– จีนให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้มาก น่าชื่นชมจริงๆ
– ไปดูเจดีย์ห่านใหญ่ ซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานของ พระถังซัมจั๋ง ที่วัดของท่านวัดแห่งนี้มี อายุ2,000ปี (พศ.500)
– ไปดูกำแพงเมืองXian เป็นแนวยาว 17.9 กม. เขารักษาไว้ดีมาก
Be the first to comment on "ตอนที่ 48 : สวัสดิการสังคมเมืองจีน"