ตอนที่ 49 : “ไฟกรุงซา ปี่กลองโหมโรง”

 ต้นสัปดาห์ยังคงอยู่ที่ประเทศจีน กลับมาทันการประชุม ครม.พอดี วันพุธ หลังจับแกนนำ PTVเหตุการณ์ไฟกรุงเริ่มซาลง พรบ.พรรคการเมืองได้รับพระราชทางลงมา กลุ่ม สส. เก่าเริ่มเคลื่อนไหวจัดตั้งรวมตัวกันเป็นพรรคใหม่ กลุ่มไทยรักไทยให้หัวพรรค พรรคพลังประชาชน หมอเลี้ยบ – หมอมิ้ง ดึงสมัครมาเป็นหัวหน้าพรรค  การเมืองตั้งท่าโหมโรง พื้นที่สื่อเริ่มเป็นของนักการเมืองอาชีพแล้ว

 

29 ก.ค
    เช้าเดินทางจาก Xian (ซีอาน)ไป Chendu (เฉิงตู) เมืองหลวงของมณฑลเสฉวน(Shichuan) โดยทางเครื่องบิน ใช้เวลา 1 ชม.เศษ ประธาน สหพันธ์เยาวชนจีน ACYF ของเสฉวนมาต้อนรับ ทีมงานเป็นคนหนุ่มสาวทั้งนั้น เป็นวัยที่กำลังกระตือรือร้นในการทำงานและการแสดงบทบาท
    เขาพาไปกินข้าวกลางวันก่อน แล้วนำไปพักที่โรงแรมกลางเมือง เมืองเฉินตูใหญ่มาก มีประชากรประมาณ 10 ล้านคน เมืองโตเร็วมากในระยะ 5 ปีหลัง พวกเขาบอกว่าบริเวณที่เราเห็นตึกใหญ่โตเช่นนี้เมื่อ 5 ปีก่อนยังเป็นทุ่งนาอยู่เลย
    บ่ายเขาพาไปดูRelics Site ชื่อ Jinsha Civilization จีนค้นพบแหล่งโบราณสถานแห่งนี้เพียงแค่ไม่ถึง 10 ปี แต่เขาสามารถฟื้นฟูพัฒนาแบบเนรมิตมันขึ้นมาเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าและแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทำให้ผมต้องตั้งคำถามเพื่อการค้นหา……… “ทำไมเขาสามารถทำได้ขนาดนี้”
    อารยธรรมจินชา (จิ=ทอง,ชา=ทราย) เป็นอารยธรรมลุ่มแม่น้ำ 3 สาย   ของเสฉวน , อายุประมาณ 3000ปี ,ก่อนประวัติศาสตร์จีน,ก่อนรวมประเทศจีนในสมัยจินซี่ฮ่องเต้ เขาขุดพบงาช้างเอเซียมากมาย,เขาสัตว์,เขี้ยวสัตว์ที่ใช้บูชาฟ้า ดินพบเครื่องปั้นดินเผา,บ่อและเครื่องกรองน้ำดื่ม,อาวุธที่จากหยก – บรอนซ์-ทองแดง,แผ่นทองและตราจักราศรี 12นักษัตรย์ที่มีรูปนกพีนิกซ์ 4 ตัว อยู่เป็นวงรอบ ซึ่งต่อมาจีนเขาเอาตราเป็นสัญญาลักษณ์ที่นี้ติดไปกับยานอวกาศในปี 2006 ด้วย
    ขากลับพวกเขาชี้ให้ดู Condominiumที่เป็นที่อยู่ใหม่ของชุมชนจินชา ซึ่งถูกย้ายขึ้นมาจากพื้นที่แหล่งอารยธรรม เขาบอกว่าระดับมณฑล และ เมืองเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมดในการจัดหาที่อยู่ใหม่ให้ประชาชน ซึ่งชาวบ้านร่วมมืออย่างดี
    จีนเขาทำได้อย่างนี้เพราะ 1)ที่ดินเป็นของรัฐทั้งหมด 2)ท้องถิ่น / มณฑล / เมือง มีอำนาจในการบริหารทรัพยากรที่ดินได้อย่างเต็มที่ 3) ภาษีเป็นของท้องถิ่นส่วนใหญ่ 4) มีพลังเยาวชน – สตรี – กรรมกรเป็นฐานการเคลื่อนไหวทางสังคมที่ทรงพลังในการสร้างอุดมการณ์เพื่อส่วนร่วม และเพื่อประเทศชาติ ฯลฯ
    หลังเลี้ยงอาหารค่ำแล้ว เราพากันไปเที่ยวย่าน Jinli ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของเล่าปี่ และประวัติศาสตร์ยุคสามก๊ก ที่นั่นเขาอนุรักษ์และพัฒนาเป็นถนนคนเดิน เป็นถนนวัฒนธรรมที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่นมาก
30 ก.ค
    8.30 น. พบประธานกิติมศักดิ์ Sichuan  Youth Federation ,เป็นคนหนุ่มอายุ 34 ปี เคยเป็นเลขาธิการมาก่อน ,เป็นนายกเทศมนตรีมาแล้ว จะเห็นได้ว่าประเทศจีนเขาส่งเสริมบทบาทเยาวชนหนุ่มสาวมาก และทุกคนถูกปลูกฝังอุดมการณ์สังคมนิยม – รักประชาชน –รักประเทศจีน
ผมถามเขาว่า Youth League และ Youth  Federation ทำงานอย่างไร มีลักษณะอย่างไร เขาให้คำตอบว่า Y-League คือองค์กรเยาวชนแนวหน้าของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เป็นเสมือนองค์กรภาคประชาชนของพรรค (กึ่งประชาชน – กึ่งพรรค),ส่วน Y- Federation คือองค์กรแนวร่วมของรัฐบาล(กึ่งประชาชน – กึ่งรัฐ) ที่ทำหน้าที่สนับสนุน , Y Federation มีนักธุรกิจ นักวิชาการ ผู้นำ นักคิด ฯลฯ เป็นสมาชิกได้อย่างกว้างขวางมาก อายุถึง45 ปีก็ยังเป็นสมาชิกได้แต่ Y-League อายุจำกัดแค่ 35 ปีเท่านั้น
    ตรงนี้เห็นได้ชัดว่า Y-League คือองค์กร โดยเยาวชน แต่ Y- Federation   คือองค์กรเพื่อเยาวชน ในความหมายของผมนั่นเอง
    จีนเขาปลูกฝังอุดมคติและอุดมการณ์แก่เยาวชนตั้งแต่เล็ก(Y-League ดูแลตั้งแต่ 14 -35 ปี ) ให้เกิดความรักพ่อ –แม่ –ครอบครัว ,รักสังคม-ประเทศชาติ-ส่วนรวม,รักการศึกษาเล่าเรียนให้มีความรู้ความสามารถ ,รณรงค์สังคม ,ยึดมั่นอุดมการณ์สังคมนิยมฯลฯ
    15.30 น.ไปเยี่ยมชม Chendu Handicapped Rehabilitation Centerเป็นศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาคนพิการทั้งเด็ก/ผู้ใหญ่ เป็นศูนย์ที่ทันสมัยมากที่สุดของประเทศก็ว่าได้ ตึกทั้งตึกออกแบบด้วยองค์ความรู้เกี่ยวกับคนพิการใหม่ล่าสุดเพื่อเอื้อต่อคนพิการ ทั้งผู้พิการทางสายตา ตา-หู-แขน-ขา-สมอง ,มีหลักสูตรฝึกอาชีพคนพิการ 43 หลักสูตร มีที่พักเก็บตัวนักกีฬาคนพิการ เตรียมแข่งขัน Fespic Games ได้ดูแล้วบังเกิดความทึ่งในระบบสังคมนิยมของจีนเป็นอย่างมาก ต้องยอมรับว่าเขาเอาใจใส่ต่อคนพิการมากกว่าสังคมทุนนิยมเสรีแบบบ้านเรามากมายนัก
    17.00 น. พบเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์Sichuan,เป็นมาดาม,ท่าทางมีวุฒิภาวะ,นิ่งสงบสมสง่า,เป็นผู้นำ เราแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และ ข้อมูลกันหลายอย่าง ดดยเฉพาะเรื่องความสานต่ออุดมการณ์ของจีนหลังปฏิวัติ 1949 ทำให้จีนมีการพัฒนาต่อเนื่อง
 
 
 
31 ก.ค.
    ไปเยี่ยมชม ศูนย์วิจัยเพาะพันธุ์หมีแพนด้า ของมณฑลเฉิงตู ได้เห็นหมีแพนด้าวัยต่างๆ ตั้งแต่ลูกอ่อนขนาด 6 นิ้ว ลูกอ่อนที่อยู่ในตู้อบ จนถึงวัยหนุ่มสาวที่เดินไปมาและวัยแก่ที่เอาแต่นอนทั้งวัน
         14.00 น. เดินทางกลับจากChendu ถึง กทม.เวลาประมาณ 18.00 น. ใช้เวลา 3 ชม.
1 ส.ค
    เมื่อคืนกลับจากเมืองจีน กว่าจะถึงบ้านประมาณ 2 ทุ่มเศษ นั่งพลิกหนังสือพิมพ์อ่าน ดูแฟ้มงานที่เจ้าหน้าที่เตรียมไว้ให้ เข้านอนเกือบเที่ยงคืน,เช้ารีบเข้ากระทรวงเพื่อเตรียมตัวประชุม ครม.
    9.00 น. ที่ประชุม ครม.วันนี้ไม่มีประธานคมช.มาร่วม เพราะท่านติดไปราชการที่ประเทศลาว ,นายกใช้เวลาประชุม ครมเพียงแค่ 1.30 ชม.ก็เสร็จแล้ว ,เร็วเป็นประวัติการณ์ เรานั่งทางอาหารร่วมกันอีกเล็กน้อยก่อนแยกย้ายกลับกระทรวง
    เรื่องประชุม ครม.วันนี้ไม่มีเรื่อง ร้อนสื่อมวลชนพยายามถามผมบอกไปว่าไม่มีประเด็นอะไรที่น่าสนใจเลย มีเรื่องที่ สลค.แจ้งให้ทราบว่ามีการโปรดเกล้าพระนามาภิไชย พรบ.พรรคการเมืองแล้ว ถึงเวลาเดินหน้าสู่การลงประชามติและการเลือกตั้งได้แล้ว
    บ่ายไปสภานิติบัญญัติ ระหว่างรอการเสนอ (ร่าง)กม.พม. 2 ฉบับได้แวะเข้าไปสังเกตุการณ์ การประชุมชี้แจงกรรมธิการ งปม.ได้ทราบว่า งปม.51 ของพม.ผ่านหมด ยกเว้นโครงการบ้านเอื้ออาทร และโครงการบ้านมั่งคงกรรมาธิการจะขอให้เจ้าหน้าที่มาชี้แจงรายละเอียดใหม่อีกครั้ง
    เสนอ กม. 2 ฉบับ 1) ร่าง พรบ.ส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชน 2)ร่างพรบ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม ซึ่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี สนช.หลายคนมาดักพบปะพูดคุยด้วย มีครูหยุย ,คุณเตือนใจ,ครูมุกดา,ครูชบ,ดร.สุริชัยฯลฯ
    กรณี พรบ.ส่งเสริมเด็ก-เยาวชน ,กรรมาธิการมีแนวโน้มจะแปรญัติเพื่อให้ยกระดับหน่วยงานที่ดูแลเป็นระดับกรม แบบเดียวกับ สยช. เดิม ในสมัยอยู่กับสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องนี้ต้องติดตามใกล้ชิดเพราะถ้าเป็นแบบนั้นจะเป็นการเปลี่ยนหลักการของร่างฯ ของรัฐบาลและอาจต้องนำกลับเข้าปรึกษาใน ครม. อีกครั้ง กรณีแบบเดียวกันนี้ก็กำลังเกิดกับ พรบ.ส่งเสริมคนพิการฯซึ่งเดิมกรรมาธิการจะขอเป็นองค์การมหาชน แต่ ครม.ไม่ยอม ,เขาก็มีข้อเสนอใหม่ ไม่เป็นองค์การมหาชนแต่ขอเป็น กรม ก็ได้โดยไม่ขออัตรากำลังคนเพิ่ม
    หลังการประชุม สนช. มีรองประธาน สนช.ท่านหนึ่ง (ผมจำชื่อท่านไม่ได้)พบกันที่ห้องอาหารรัฐสภา , ท่านชื่นชมมากกว่า “เสียงท่ารัฐมนตรีดีมาก”ผมนึกว่าเสียงสนับสนุน แต่ท่านบอกว่าน้ำเสียงนุ่มนวล มีน้ำหนัก มีพลัง (พูดย้ำอย่างนี้อยู่ 3-4 ครั้ง แม้ตอนที่ไหว้ลากัน)
    วันนี้ หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ลงข่าว รมช.พม.จะเสนอออก กม. ฟื้นฟูชุมชนและความมั่นคงของมนุษย์สำหรับพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้
2 ส.ค.
    9.00 น. ไปเป็นประธานพิธีมอบของขวัญให้ผู้รับรางวัลชนะเลิศแข่งขันฝีมือคนพิการครั้งที่ 3 ซึ่งกระทรวงแรงงานเป็นผู้จัด ที่บ้านนนทภูมิซึ่งเป็นศูนย์ฟื้นฟูคนพิการที่ใหญ่ที่สุดของกรมพส. คนพิการในการดูแลของเราไปแข่งขันได้รางวัลชนะเลิศมากมาย ทั้งด้านฝีมือแรงงานและด้านกีฬาคนพิการ คราวนี้ 9 คน 11 รางวัล ผมกล่าวให้กำลังใจและให้แง่คิดจากการไปดูงานที่ประเทศจีนเพิ่งกลับมา จีนเขาส่งเสริมสนับสนุนคนพิการดีมากเพราะเขาเป็นประเทศสังคมนิยม กีฬาเฟสปิคเกมส์ 2008 นี้เขาเตรียมเก็บตัวนักกีฬาฝึกซ้อมแล้ว การแข่งขันฝีมือแรงงานที่ญี่ปุ่นที่เราจะไปแข่งก็น่าจะมีจีนเป็นคู่แข่งที่ประมาทไม่ได้
    13.30 น. แถลงข่าวโครงการ 88,880 ความดีถวายในหลวง 80 พรรษา ของ การเคหะแห่งชาติซึ่งในโครงการนี้มีกิจกรรมรูปธรรมคือ
– 80,000 ชุดจุลินทรีย์ EM รักษาสิ่งแวดล้อมสำหรับแจกจ่ายผู้สนใจ
-8,000 ธงสัญญาลักษณ์สีเหลืองและ ธงชาติสำหรับประดับชุมชนการเคหะ
-800, บริจาคโลหิต , 800,วิ่งมาราธอน,800,ศิลปินน้อย
และ 80 ห้องสมุดโรงเรียนชุมชนเคหะ
          นับเป็นIdeaดี ผมให้แง่คิดแก่ชาวชุมชนและเจ้าหน้าที่ กคช.ว่าเราต้องช่วยกันสร้าง(Rebranding ) พม. และองค์กรของเราสู่มิติใหม่
    มีบทรายงานหนังสือพิมพ์ เป็นScoop ขนาดยาวใน นสพ.โพสต์ทูเดย์ในหัวข้อ “พลเดชขายไอเดียดับไฟใต้” พูดถึงเรื่องรายละเอียด พรบ.ฟื้นฟูชุมชนจชต.ทีลงข่าวไปเมื่อวานนี้
         กลับบ้านก่อนค่ำ มีโอกาสได้วิ่งJoking 5 กม. น้ำหนักตอนกลับจากจีน 72.5 กก. ขณะนี้ลดลงเหลือ 70 กก.แล้ว
3 ส.ค
    มีคนมาพบตั้งแต่เช้า 3 ราย ก่อนที่จะไปประชุมที่ทำเนียบ ปลัดพม.มาพบเรื่องแต่งตั้ง ขรก.C10 ของกระทรวงแทนผู้ตรวจราชการที่จะเกษียณเดือนหน้า คุณกัมพลปรึกษาเรื่องโครงการผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยที่ได้งบประมาณจากทำเนียบ 17 จังหวัด 131 ตำบล เป็นเงินประมาณ39ล้านบาท คุณทันพงษ์ มาพบเรื่องการทำหน้งสือการ์ตูนชุดRebranding พม. 10 เรื่องวงเงินสนับสนุน 1.2 ล้านบาท น่าจะเสร็จทันภายใน 30 กย.นี้
    10.00 น. ไปประชุมคณะกรรมการฟื้นฟูท้องถิ่นซึ่งรองนายกฯไพบูลย์เป็นประธาน,ผมไปในฐานะแทน รมว.พม.,เป็นการประชุมนัดแรก ,ประธานอยู่ได้ถึง 11.00 น. ,ผมเป็นประธานต่อจนถึง 11.30 น. ก็ต้องขอตัวเดินทางไปลำปาง ที่ประชุมหารือวิธีการ/หลักการทำงานร่วมกันและตัดสินใจเรื่องการจัดงานมหกรรมชุมชน พม. ซึ่งจะจัดในเดือน พย.50 (3-5 วัน) ที่เมืองทองธานี เป็นงานใหญ่ประจำปี
    15.00 น. ที่ลำปาง เป็นพิธีลงนามMOU ระหว่าง สปสช.โดยผอ.สปสช.ลำปาง กับนายกเทศมนตรีเทศบาลนครลำปาง(ดร.นิติกร) มีผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางและรองเลขา สปสช.(นพ.ประทีป)เป็นสักขีพยาน….รมช.พม.ไปนั่งเป็นประธานพิธีให้
         กลับถึงบ้าน 2ทุ่ม พรุ่งนี้ออกแต่เช้าไปพิษณุโลกอีกแล้ว
         นสพ.โพสต์ทูเดย์ยังคงลงเรื่อง “จชต.ในแนวคิด รมช.พม.”อีกแล้ว เป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน
4 ส.ค
    9.00 น.ไปตรวจเยี่ยมหอพักรอบมหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก เขาพาไปดู 4 แห่ง เป็นเอกชน 3 และของมหาวิยาลัย 1 ทุกแห่งดูสะอาด เป็นระเบียบ ถูกต้องตามกม.หอพักทุกประการ
    เสร็จแล้วไปรับฟังผลการสัมมนาระดมความคิดชมรมผู้ประกอบการหอพัก พวกเขามีข้อเสนอโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐาน และความสะอาด-สะดวก-ปลอดภัย,โครงการด้านภาษีและการวิจัยDemand – Supply ,โครงการด้านการสร้างความเข้มแข็งของชมรม, ผมให้นโยบายว่าพม.ยินดีสนับสนุนเต็มที่และอยากเห็นการมีโครงการรูปธรรมสนับสนุนความตั้งใจดังกล่าว ,โดยอาจจะมีพิธี MOU ร่วมกันใน 1-2เดือนข้างหน้า ,มอบให้สถาบันพัฒนาสี่แยกอินโดจีน เป็นองค์กรประสานงาน,พม.จะสนับสนุนงบประมาณ
    นอกจากนั้นยังเสนอให้มีการพัฒนาผังเมืองให้สมกับการเป็นเมืองมหาวิทยาลัย,ทำโดยกระบวนการมีส่วนร่วมซึ่งคณะสถาปัตยกรรม มน.น่าจะช่วยด้านวิชาการได้
    15.00 น.ไปเป็นประธานมอบประกาศนียบัตรผู้ผ่านการอบรมหลักสูตร “ครอบครัวเป็นสุข” เป็นโครงการที่ PAD (สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน)ดำเนินการ,งบประมาณสนับสนุนจากกระทรวงพม.

ท่านพลเอกศิริ ทิวะพันธุ์ติดตามไปด้วยตลอดเวลา จนถึงสนามบินบางกอกแอร์เวย์ สุโขทัย จึงมีโอกาสได้คุยกันมากมายทั้งเรื่ององค์กร สพอ.,การพัฒนาและการบ้านการเมือง ท่านบอกว่า “อยากให้เป็นรมต.อีก 1 สมัย” “เสียงประชาชนตอบรับ 2 รมต. พม. ดีมาก”

Be the first to comment on "ตอนที่ 49 : “ไฟกรุงซา ปี่กลองโหมโรง”"

Leave a comment

Your email address will not be published.