8 ธันวาคม 2550
——————————————————-
สัปดาห์นี้มีพระราชพิธีถี่ยิบที่คณะรัฐมนตรีมีภารกิจเข้าเฝ้าเพราะเป็นช่วงมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่รัฐบาลและคนไทยทั้งประเทศให้ความสำคัญ
และมีการเตรียมงานกันมายาวนาน : พิธีสวนสนาม, เข้าเฝ้าฟังพระบรมราโชวาท, รับเสด็จออกมุขเด็จพระบรมมหาราชวัง, เข้าเฝ้าในพิธีฉลองสันนิบาตสมาคมที่ทำเนียบรัฐบาล ฯลฯ ระหว่างสัปดาห์สื่อมวลชนหลายฉบับสะท้อนผลงานของรมช.พม.ออกมาติดๆกัน จนหวั่นว่าจะเป็นที่เขม่น, สยามรัฐ :“สร้าง-ซ่อม”สไตล์หมอพลเดช, คม-ชัด-ลึก : “พม.จุดเปลี่ยนสังคม”, ทุกสื่อเสนอ “ดัชนีความมั่นคงของมนุษย์ 2549” ฯลฯ ในห้วงเดียวกัน รมช.พม.ต้องใช้เวลา 3 วันอยู่ที่ฮานอยเพื่อร่วมประชุมรัฐมนตรีอาเซียนครั้งที่ 6 ว่าด้วยเรื่องสวัสดิการสังคม จึงนับว่าเป็นสัปดาห์ที่หลากหลาย ครบเครื่องและเข้มข้นทีเดียว
2 ธ.ค.
– ตั้งแต่เช้าซึ่งเป็นวันอาทิตย์ พัชราและนงนาคมาที่บ้านเพื่อสัมภาษณ์ผลงานเด่น พม. เพื่อทำหนังสือส่งท้ายตามนโยบายรัฐมนตรี
– 15.00น. ต้องแต่งตัวไปเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศ์ในงานพิธีสวนสนามประจำปีของเหล่าทหารรักษาพระองค์ ที่บริเวณพระบรมรูปทรงม้า นับเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมได้มีโอกาสเข้าเฝ้าและเข้าร่วมพิธีสำคัญแบบนี้ พิธียิ่งใหญ่มาก มีทูตานุทูตร่วมชมด้วย มีการแสดงศิลปะมวยไทย, ขบวนช้างศึก, ม้าศึก, สวนสนาม ฯลฯ
– พระเจ้าอยู่หัวเสด็จพร้อมราชวงศ์ทุกพระองค์, พระราชดำรัสในวันนี้มีนัยยะสำคัญที่ถือว่าเป็นสัญญาณจากฟ้าทีเดียว
ใจความสำคัญคือ “บ้านเมืองไม่น่าไว้วางใจ…ทหารและประชาชนต้องตัดสินใจว่าจะปล่อยหรือรักษาไว้ให้คงมั่น…” เล่นเอาประชาชนที่ฟังตะลึง หนังสือพิมพ์พาดหัวทุกฉบับ และ TV ทุกช่องนำมาถ่ายทอดซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า!
3 ธ.ค.
– 07.45น. ข้าราชการและครม.ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณที่ตึกสันติไมตรี เป็นพิธีที่สำนักนายกจัดขึ้นเป็นประจำ นายกเป็นผู้กล่าวนำปฏิญาณ
– 9.00น. ไปร่วมเปิดงานวันคนพิการสากล(3 ธค.ของทุกปี) รองฯไพบูลย์เป็นประธาน มีการมอบรางวัลผู้สนับสนุนคนพิการดีเด่นประจำปี มี 3 ประเภท คือ บุคคล, องค์กร และสถานประกอบการ ผู้คนเข้าร่วมประชุมกันคึกคัก องค์กรคนพิการไทยถือว่าเข้มแข็งมาก
– 10.30น. ประชุมเพื่อเตรียมเดินทางไปร่วมประชุม Commemorative Children ของ U.N. ที่สำนักงานใหญ่ ณ กรุงนิวยอร์ค มีดร.สายสุรี จุติกุลและผู้แทนยูนิเซฟประเทศไทย (Mr.Tomoo) มาร่วมด้วย
– 13.00น. แถลงข่าว ประกาศผลการประเมินดัชนีความมั่นคงของมนุษย์ประเทศไทยประจำปี 2549 ผู้สื่อข่าวให้ความสนใจกันมากกว่าที่คิด ผลคือ วิทยุ, โทรทัศน์ และนสพ.ลงข่าวกันขรมไปหมด เล่นเอาเช้าวันอังคารก่อนประชุมครม. มีข่าวรมช.พม.เด่นอยู่เต็มหน้าสื่อไปหมด
เรื่องนี้มีอยู่ว่า กระทรวงพม.เคยให้ NIDA ศึกษาวิจัยทำกรอบประเด็นและตัวชี้วัดความมั่นคงของมนุษย์เมื่อปี 2547 ปีต่อมา ได้ให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พัฒนาต่อยอดจนได้เครื่องมือวัดดัชนีความมั่นคงของมนุษย์ (Composite Human Security Index : CHSI) ประกอบด้วยด้านบุคคล 79 ตัวชี้วัด และด้านพื้นที่ 69 ตัวชี้วัด มธ.ได้คิดสูตรคำนวณค่า CHSI ออกมาเรียบร้อย และใช้ข้อมูล Secondary Data จากหน่วยงานต่างๆ มาจัดทำเป็นรายงานดัชนีความมั่นคงของมนุษย์ประจำปี 2548 มาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ไม่เป็นที่ฮือฮา สำหรับปี 2549 จนท.พม.ได้ทำต่อเนื่อง คราวนี้ได้ข้อมูลครบถ้วนทั้ง 76 จังหวัด พิมพ์เป็นเอกสารรายงานเรียบร้อยตั้งแต่ เมษายน 2550 แต่มิได้นำเสนอรมต.(ด้วยคงเกรงว่าจะไม่ได้รับความสนใจ!) ต่อมาเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนผมไปเห็นเข้า จึงสั่งการให้จัดเวทีแถลงข่าวเพราะ “มีของดีแล้วทำไมไม่นำมาอวด!” ซึ่งเป็นจริงดังที่รมช.พม.คาดการณ์ เพราะการแถลงข่าวได้รับความสนใจจากสื่อมาก รมว.ไขศรี(วธ.) ตรงรี่มาหาในที่ประชุมครม.ว่า “พี่สนใจมาก ขอรายงานให้สักเล่ม”, ดร.สุชีลา ตันชัยนันท์(มธ.) ขอเอกสารไปใช้ประกอบการสอนนศ.ปริญญาโท ฯลฯ
แต่ว่าเรื่องนี้ พี่ไพบูลย์ กลับไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วม เพราะท่านเชื่ออีกแบบหนึ่ง ท่านไม่เชื่อดัชนีวัดระดับมหภาค (Macro) ท่านอยากให้พม.พัฒนาตัวชี้วัดระดับจุลภาค (Micro) ต่อยอดจากที่ นพ.อภิสิทธิ์ ธำรงค์วรางกูล และนพ.ยงยุทธ ขจรธรรม ได้ทำที่อีสานแทน
– 14.00น. ประชุมทีมที่ปรึกษากฎหมาย(อ.พิเชษฐ์) และกองนิติการเรื่องโครงการ สถาบันส่งเสริมการปฏิรูประบบยุติธรรม(สปรย.)
– 15.00น. ไปเข้าเฝ้าองค์ศรีรัชต์ เสด็จที่ชุมชนข้างวังสุโขทัย มีกระทรวงและหน่วยงานจำนวนมากไปช่วยพัฒนาชุมชนแห่งนี้ ท่านเสด็จชุมชนนี้ 2 ครั้งแล้ว คราวนี้ชุมชนน่าอยู่ขึ้นเยอะเพราะมีส่วนราชการพากันไปช่วยดูแลเป็นพิเศษ ของกระทรวงพม.มีพส.เป็นแกนสำคัญ ระหว่างรอรับเสด็จมีโอกาสได้คุยกับผว.กทม.(คุณอภิรักษ์), รองผว.(คุณดนุพงษ์) และปลัดสธ.(นพ.ปราชญ์) หลายเรื่องราว
4 ธ.ค.
– 9.00น. มีประชุมครม.ตามปกติ วันนี้มีสาระเพื่อพิจารณาไม่มาก เลิกประชุมก่อนเที่ยง เพราะทุกคนต้องเตรียมตัวเข้าเฝ้าพระเจ้าอยู่หัวตอนเย็น
– 14.00น. ประชุมหัวหน้าหน่วยงานใหม่ของสป.ที่จะจัดตั้งขึ้นโดยคำสั่งกระทรวง(เป็นการภายใน) 5 หน่วยงาน 1) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการสังคมแห่งชาติ
2) สำนักกิจการชาติพันธุ์
3) สำนักส่งเสริมประชาสังคมเพื่อการพัฒนา
4) สำนักวิจัยและจัดการทางสังคม
5) กองบริหารกองทุน
ผมได้ให้ Concept และทิศทางนโยบาย พร้อมกับความชัดเจนในภารกิจที่คาบเกี่ยวกันจนลงตัว และมอบหมายให้สป.ไปพิจารณาออกเป็นคำสั่ง รวมทั้งนัดหมาย Workshop 20-21 ธ.ค. เพื่อเสนอแผนงานและโครงสร้าง/อัตรากำลัง
– 16.00น. เข้าเฝ้าพระเจ้าอยู่หัวที่ศาลาดุสิตาลัย สวนจิตรลดา ปีนี้ข้าราชบริพาร และประชาชนรวม 780 องค์กร 23,000 คน เข้าเฝ้าถวายพระพร พระองค์ท่านตรัสร่ายยาวเป็นพิเศษ เสียงที่ฟังในหอประชุมไม่ชัดเจน ทำให้ต้องกลับมาฟังซ้ำทาง TV ที่นำมาเผยแพร่ในตอนกลางคืน ท่านยังคงย้ำต่อจากวันสวนสนามว่า “ต้องลดอคติ”, ต้องสามัคคีกัน”, “ต้องเศรษฐกิจพอเพียง”, “ต้องรอบคอบ” ฯลฯ ระหว่างที่เข้าเฝ้าอยู่นั้น พระองค์เจ้าทีปังกรซุกซนมาก จนเสด็จปู่ต้องกล่าวว่า “ซน,ดื้อ,พูดมากเหมือนพ่อ, ปู่ไม่พูดมาก!!”….เล่นเอาข้าราชบริพารต่างพากันอมยิ้ม
5 ธ.ค.
– 9.00น. เข้าร่วมพิธีเสด็จออกมุขเด็จ บริเวณที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง เป็นพิธีที่ยิ่งใหญ่เป็นพิเศษ ถ่ายทอดไปทั่วโลก สำนักข่าวต่างประเทศให้ความสนใจเพราะพระองค์เป็นกษัตริย์ที่มีพระชนมายุ 80 พรรษา และครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก ที่สำคัญพระองค์เป็นที่รักของประชาชน และทรงเป็นกษัตริย์นักพัฒนาที่เป็นแบบอย่าง
พระราชพิธียิ่งใหญ่อลังการจริงๆ คงเป็นครั้งเดียวในชีวิตที่ผมจะได้เข้าร่วมพิธีและเป็นการร่วมในฐานะรัฐมนตรีในรัฐบาลของพระองค์ท่านเสียด้วย
ระหว่างพิธีแดดร้อนเปรี้ยง ทีมแพทย์สนามมาแจกยาดมยาหม่อง บอกข้อมูลให้พวกเราทราบว่าพิธีแบบนี้มักจะมีคนเป็นลมคราวละ 5-6 คน ไม่ได้ขาด พูดเหมือนจะขู่ว่าอย่าประมาทนะ อาจเป็นท่านก็ได้! เสร็จแล้วก็จริง ระหว่างที่ประมุข 3 อำนาจ(รัฐบาล รัฐสภา และตุลาการ) กำลังถวายรายงานอยู่นั้น ภริยาของท่านรองนายกโฆษิต ปั้นเปี่ยมรัฐ พับไปก่อน หามออกไปเป็นที่ชุลมุนตามสมควร ข่าวว่ามีตำรวจด้านหลังก็เป็นลมไปด้วยอีกคน
– 15.30น. ออกเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อโดยสารTG 684 ไปลงที่ Hanoi เพื่อร่วมประชุมรัฐมนตรีสังคมของอาเซียน บนเครื่องบินวณีอ่านคมชัดลึก พบข่าว “พม.ทำละครแก้ปัญหาภาคใต้” จึงนำติดตัวไปเวียดนามด้วย ใช้เวลาเดินทาง 2 ชม.ถึงสนามบิน Noibai จากสนามบินรถยนต์นำขบวนโดยตำรวจใช้เวลา 45 นาที จึงถึงโรงแรมเมเลีย ซึ่งเป็นของคุณเจริญ (เจ้าพ่อน้ำเมา) มหาเศรษฐีโลกที่เป็นคนไทย ทราบว่าซื้อต่อมาจากพล.อ.อ.สมบูรณ์ ระหงษ์ คืนนี้สถานทูตไทยและคนไทยในฮานอยมาจัดงานฉลอง 5 ธันวาที่โรงแรมนี้ด้วย ผมจึงถูกเชิญให้ไปเป็นประธานตามระเบียบ แต่ไปถึงงานก็เกือบเลิกแล้ว ท่านเอกอัครราชฑูตรอรับอยู่ที่นั่น
6 ธ.ค.
– 9.00น. พิธีเปิดการประชุม ASEAN Ministerial Meeting for Social Welfare ครั้งที่ 6นายกรมต.เวียดนามมาเป็นประธาน กล่าว Speech แล้วถ่ายรูปร่วมกันตามพิธีการ การแสดงวัฒนธรรมของเวียดนามน่ารักมาก ทั้งดนตรี การเต้นร่ายรำ และการแสดงของเด็ก
– เริ่มประชุม 10.30น. เริ่มต้นโดยผมต้องทำหน้าที่ประธานที่ประชุมก่อนเพื่อเลือกประธานและรองประธาน ที่ประชุมเสนอรมต.เวียดนามเป็นประธาน และรมต.บรูไนเป็นรองประธาน
– จากนั้นรมต.แต่ละประเทศ 10 คน กล่าว Speech ใน theme “Mainstreaming Disability to Development” โดยเรียงกันไปตามลำดับตัวอักษรของแต่ละประเทศ ประเด็นที่รมช.พม.(ไทย) กล่าวคือ ไทยเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับปัญหาคนพิการมาก, เราทำการจดทะเบียนคนพิการ, เรามีกม.ใหม่, เราส่งเสริมเรื่องอาชีพ, มีระบบโควตารับคนพิการเข้าทำงานในโรงงานในอัตราส่วน 1: 200คน, มีกองทุนให้คนพิการกู้ยืมไปประกอบอาชีพอิสระ และเรามีสถาบัน APCD เป็นศูนย์ฝึกอบรมคนพิการสำหรับประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิคด้วย
– 19.30น. ประชุม Working Dinner AMMSWD+3 ครั้งที่2 มีญี่ปุ่น จีน และเกาหลีมาร่วม ด้วย เป็นการเตรียมเพื่อประชุมอย่างเป็นทางการวันรุ่งขึ้น
7 ธ.ค.
– 8.30น. เริ่มประชุม AMMSWD+3 ฟัง 3 ประเทศ Speech ว่าจะร่วมมือกันอย่างไร เสร็จแล้วรมช.พม.ก็เสนอไอเดียเพิ่มเติมว่า APCD ที่ญี่ปุ่นมาสนับสนุนไทยตั้งอยู่ที่ Bangkok นั้น มิใช่เพื่อคนไทยแต่เป็นสมบัติกลางของภูมิภาค จึงอยากให้ทุกประเทศใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยใช้หลักการ Cost Sharing Basis และผมได้ตั้งคำถามถึง ASEAN Foundation ว่าจะร่วมกันได้อย่างไรบ้างหรือไม่? เลขาธิการอาเซียน(นายอันเค็งยอง-ชาวสิงคโปร์) นั่งฟังนิ่ง ก่อนตอบว่า “น่าจะถึงเวลาที่ ASEAN Foundation มาร่วมแล้ว ขอให้เสนอ Proposal มา!!” …. เป็นอันว่าผมประสบความสำเร็จแล้วสำหรับการประชุมคราวนี้!!
– 11.00น. ออกเดินทางมาขึ้นเครื่องบินกลับกทม. สายการบิน Nok Air ถึงกทม. 14.30น. กลับบ้านอาบน้ำ รีบแต่งตัวไปงานสโมสรสันนิบาตที่ทำเนียบรัฐบาลตอนค่ำ
– 18.00น.ขณะเดินเข้าบริเวณงานสโมสรสันนิบาต พบดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ รองปลัดยธ.และภรรยาเดินเข้ามาทัก พร้อมกับบอกว่า “นับว่าท่านรมต.ประสบความสำเร็จอย่างมากในการมาบริหารกระทรวงพม.ในช่วงสั้นๆ เพราะสื่อสะท้อนตัวชี้วัดว่าประชาชนพึงพอใจมาก” …เรื่องนี้ทำให้ผมต้องกลับมาสำรวจเสียงสะท้อนจากสื่อว่าอะไรถึงทำให้รองปลัดยธ.พูดเช่นนั้น
(1) นสพ.สยามรัฐรายวัน ทยอยลงบทความของรมช.พม. คอลัมภ์ “วิถีผู้นำ” เสนอเรื่อง”ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม : นักการธนาคาร ผู้นำขบวนการชุมชนไทย” ติดต่อกันมา 2 สัปดาห์แล้ว สัปดาห์ละ 2 ตอน รวม 10 ตอน
(2) 28 พย. สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ลง Scoop เกี่ยวกับรมช.พม.โดยตรงเรื่อง”หมอพลเดช :รมช.พม.กับการบริหารงานแบบสร้าง-ซ่อม”…บทความกล่าวถึงงาน 12 เดือนที่ผ่านมา และงาน 3 เดือนที่เหลือ…กล่าวว่า “รมต.ที่โดดเด่นและเข้าถึงประชาชนมากที่สุดคนหนึ่งคือหมอพลเดช”
(3) 1 ธค. คมชัดลึกรายวัน ลง Scoop สัมภาษณ์รมช.พม. ชื่นชมเป็นพิเศษเรื่อง “พม.จุดเปลี่ยน…สังคม ชาวบ้านสอนนักการเมือง”…นี่ก็เชียร์อย่างออกหน้า ถึงขั้นตั้งคำถามว่า “ถ้ามีคนเชิญมาเป็นรมต.อีกจะว่าอย่างไร?”
(4) 4ธค. สื่อวิทยุ-TV-นสพ.เกือบทุกสื่อรายงานข่าวการแถลง CHSI ของรมช.พม. ท่ามกลางกระแสขาลงของครมและอื่นๆ
(5) 5ธค. คมชัดลึก พม.สร้างละครโทรทัศน์แก้ปัญหาไฟใต้
– การปรากฏเป็นข่าวในเชิงสร้างสรรค์ มีสิ่งใหม่ๆ เสนอต่อสังคมตลอดเวลา ไม่ถี่ไม่ห่างจนเกินไป ฯลฯ คงมีส่วนทำให้เสียงสะท้อนของสื่อและสังคมที่มีต่อรมช.พม.ออกมาในทางบวกมากๆ
– ในงานสโมสรสันนิบาตที่ทำเนียบรัฐบาล องค์สมเด็จพระเทพรัตน์ฯ เสด็จพร้อมฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ ทูลกระหม่อมอุบลรัตน์ และเจ้าฟ้าชายแอนดรู(อังกฤษ) มีการแสดงโขน, จุดพลุฉลอง และร้องเพลงถวายพระพร
8 ธ.ค
– 9.00น. นัดข้าราชการพม. 3 คณะมาพบที่กระทรวงเพื่อหารือและระดมความคิดเกี่ยวกับโครงสร้าง และระบบงานที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการธรรมาภิบาล
(1) ว่าด้วยเรื่อง การแต่งตั้งโยกย้ายและการเข้าสู่ตำแหน่งที่เป็นธรรม
(2) ว่าด้วยเรื่อง งานบริการสถานสงเคราะห์และมูลนิธิ
(3) ว่าด้วยเรื่อง การจัดสรรงบประมาณและระบบงบประมาณลงพื้นที่
ทั้ง 3 คณะ สามารถดำเนินการจนบรรลุข้อสรุปเบื้องต้นที่พร้อมจะนำเสนอต่อกรรมการได้ จึงสบายใจลงไปหมด พรุ่งนี้จึงสามารถเดินทางไปประชุมที่นิวยอร์คและเลยไปที่ปักกิ่งด้วยความสบายใจ
Be the first to comment on "ตอนที่ 67 ผลงานสะท้อน ชีพจรลงเท้า"