ตอนที่ 69 เผือกร้อนกลับเข้ามือ

23  ธันวาคม 2550

—————————————————

ผลงานของรมช.พม.ทะยอยออกมาอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายวาระ  เป็นงานเชิงคุณภาพ  เป็นงานที่มีมิติทางวิชาการ  งานเชิงนโยบาย  และงานเชิงจริยธรรม  ซึ่งเป็นรูปธรรมที่สะท้อนการทำงานอย่างมียุทธศาสตร์ที่เริ่มมาตั้งแต่ต้นปี  อาทิ:

·       เอกสาร โจทย์ของแผ่นดิน นำเสนอต่อนักการเมือง/พรรคการเมือง 6 พรรคหลัก

·       ครม.อนุมัติแนวทางแก้ปัญหาโครงการบ้านเอื้ออาทรทั้งระบบ

·       ครม.อนุมัติ(ร่าง)ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายที่อยู่อาศัยแห่งชาติ

·       ครม.เห็นชอบตามข้อเสนอของพม.ว่าด้วยเรื่อง ดัชนีความมั่นคงของมนุษย์ ประเทศไทย ปี 2549

·       Workshop หัวหน้าหน่วยงานใหม่ตามวิสัยทัศน์พม.  บรรลุผลการเตรียมพร้อมในเชิงโครงสร้างพื้นฐานการทำงาน 2 ปีข้างหน้า(ภารกิจ, โครงสร้างบริหาร,กำลังคน,สำนักงาน,งบประมาณ)

·       คณะกรรมการธรรมมาภิบาลพัฒนาเห็นชอบการดำเนินงาน 7 ภารกิจ

          (ร่าง) หลักจรรยาบรรณพม.

          (ร่าง) หลักการเพื่อความยุติธรรมในการแต่งตั้ง  โยกย้าย  และเข้าสู่ตำแหน่ง

          (ร่าง) แนวทาง/ขั้นตอนการจัดกำลังคนพม.ลงสู่กรอบกำลังคน 4 ประเภท ภายใน 1 ปี

          (ร่าง) ข้อเสนอการปรับปรุงระบบสถานธนานุเคราะห์

          (ร่าง) ข้อเสนอการปรับปรุงระบบงานนิคมสร้างตนเอง

          (ร่าง) ข้อเสนอการปรับปรุงระบบงานมูลนิธิ/เครือข่ายพม.

          (ร่าง) ข้อเสนอการปรับปรุงระบบงานกองทุนตามกม.ของพม.

แต่แล้วผลการสอบข้อเท็จจริงกรณีปลัดพม.ก็มาถึงมือนายกรัฐมนตรี  ทำให้อาจารย์ไพบูลย์และหมอพลเดช ต้องตกอยู่ในสภาวะ รับเผือกร้อน กลับมาอยู่ในมืออีกครั้ง  2 พี่น้องรมต.พม.ต้องสุมหัวหารือแนวทางดำเนินการทันทีและได้ข้อสรุปที่เห็นพ้องต้องกันแล้ว ที่นี้ก็อยู่ที่ยุทธวิธีและยุทธศิลป์ของรมช.แล้วว่า  จะมีฝีมือในการบริหารจัดการเพียงอะไร

ขณะเดียวกัน  วันเวลาของการเลือกตั้งใหญ่ทั่วประเทศ (23 ธค.50) ก็มาถึง  หน่วยเลือกตั้งใกล้บ้านดูคึกคักตั้งแต่เช้า  ประมาณหลัง 2 ทุ่ม จึงสามารถมองเห็นภาพการเมืองไทยในช่วงหน้าได้ชัดขึ้นว่า แม้พรรคพปช.ชนะปชป.อย่างขาดลอย  แต่ก็ไม่ถึงกับได้เสียงสส.เกินครึ่งที่จะทำให้ตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้  ที่แน่ๆคือ นายกรัฐมนตรีคนต่อไป  โอกาสเป็นของนายสมัคร  สุนทรเวช  แต่กระแสนักวิเคราะห์และสื่อ บอกว่าอาจไม่ได้เป็น!!  สถานการณ์เช่นนี้มีผลต่อภารกิจของพม.ใน 6 สัปดาห์สุดท้ายมากทีเดียว

17 ธ.ค.

  วันนี้ปลอดโปร่ง  มีวาระงานเพียงอย่างเดียว  ทำให้มีเวลาได้ติดตามและเก็บตกงานที่ทับถมมาจากสัปดาห์ก่อนที่ต้องเดินทางต่างประเทศ

  13.30น.  Nation Channel มาจัดเวทีที่บ้านราชวิถี  เป็นรายการ โจทย์ของแผ่นดิน นัดสุดท้าย  บันทึก TV 2 ชั่วโมงเต็ม  เขาเชิญหัวหน้าพรรคการเมือง 6 พรรคหลัก  มารับโจทย์ของแผ่นดิน  ที่ได้จากกระบวนการ ประชาเสวนา

รายการโจทย์ของแผ่นดิน ที่พม.มอบหมาย Nation Channel ดำเนินการนั้น  เขาทำเวทีผ่านสื่อ TV  โดยมี8 โจทย์หลัก และ 40 โจทย์ย่อย  โดยเชิญเอ็นจีโอ  ผู้นำชุมชน  และนักการเมืองผู้เป็นตัวจริง  เสียงจริง  ที่ขลุกอยู่กับปัญหาแผ่นดินปัญหานั้นๆ (ทั้งผู้รับผลกระทบ, ผู้รู้, NGO, นักพัฒนา, ภาครัฐ-ราชการ) มาร่วมกันตั้งโจทย์ในรายละเอียด  รวมทั้งสิ้น 200 คน

สุดท้ายเขาได้รวบรวมประมวลขึ้นมาเป็นเอกสารพ็อคเก็ตบุ๊ค 1 เล่ม จัดพิมพ์ 50,000 ฉบับ  เพื่อเผยแพร่สู่ประชาชน  ให้สามารถใช้เป็นข้อมูลตรวจสอบนโยบายของพรรคการเมืองว่าได้ตอบโจทย์เหล่านี้หรือไม่?

รมช.พม.เป็นประธาน  กล่าวเปิดรายการและมอบโจทย์แผ่นดินให้ คุณวีระศักดิ์(ชท.), ดร.กนก(ปชป.),คุณ…(เพื่อแผ่นดิน), คุณประชัย(มัชฌิมา), คุณวรวัจน์(พปช.)  และคุณ….(รวมใจไทยฯ)

รมช.พม.มอบ VCD บันทึกรายการ 40 ตอน(80ชม.) ของ Nation Channel ให้กับคุณเกษม(นายกสมาคมเคเบิลทีวีเครือข่าย 500 สถานีทั่วประเทศ) ไปเพื่อให้เผยแพร่ทาง Cable TV ในหัวเมืองทั่วประเทศ

งานนี้ก็ถือเป็นโบว์แดงอีกชิ้นหนึ่งทางด้านการเมืองและการพัฒนาปชปต.ของกระทรวงพม.ในยุคนี้!

18 ธ.ค.

– 8.00น.  รองปลัดพม.(ชาญยุทธ), ผอ.สุวิทย์, ลข.กิ่งแก้ว  และคุณวรรณภา เข้ามาหารือเรื่องผลกระทบการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีคุณวรรณภาถูกร้องเรียน  ในฐานะรมช.จึงได้ให้ทางออกและให้กำลังใจ

– 8.00น.  ทีม วิทยุ INN เข้าเยี่ยมและอวยพรวันปีใหม่

– 9.00น.  ประชุมครม.วันนี้มีวาระพิจารณามากจริงๆ (พิจารณา33+พิจารณาจร8) มีเรื่องหารือนอกรอบเกี่ยวกับกม.ที่ค้างอยู่ในสภาว่า สนช.มีกม.ที่รอวาระ 2,3 อีกจำนวน 21 ฉบับ(ค้างมาจากสัปดาห์ที่แล้ว) และอีก 43 ฉบับที่รอเข้าสัปดาห์นี้  แต่เหลือเวลาทำงานแค่ 3 วันประชุมเท่านั้น  ทำได้เท่าไหร่ก็คงเอาเท่านั้น  สนช.ประกาศจะไม่ดำเนินการต่อหลังมีสส.เกิดขึ้นจากการเลือกตั้ง 23 ธค.50  เพราะสถานะของสนช.ที่เป็นทั้งสส.+สว.ควบคู่กันนั้น  ต่อไปจะเหลือเพียงแค่ทำหน้าที่สว.เท่านั้น  จึงไม่ควรพิจารณากม.แทนสส. อีกต่อไป  ครม.เห็นตรงกันว่า (1)ให้แต่ะละกระทรวงไปพิจาณาดูว่ากม.ของตนอะไรเร่งด่วนก่อน-หลัง  เผื่อว่าสนช.จะพิจารณากม.ได้ไม่หมด  (2)กม.ใดที่มีประเด็นขัดแย้งมีผู้คัดค้านมากให้เอาไว้วาระหลังๆ  ถ้าพิจารณาไม่ทันก็ปล่อยไป  ซึ่งน่าจะทำให้ Mob ของ NGO (กป.อพช.)ที่นำโดยอาจารย์จอน  อึ๊งภากรณ์ ลดแรงกดดันลง

– ในวาระวันนี้มีเรื่องของกระทรวงพม.เด่นๆและได้รับการชมเชย  รวม 3 เรื่องที่ควรบันทึกไว้ :

1)  พม.เสนอรายงานดัชนีความมั่นคงของมนุษย์(CHSI) ประจำปี 2549 เป็นรายจังหวัด  รายภาค  ซึ่งฮือฮามาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วหลังจากรมช.แถลงข่าว  ยิ่งเช้าวันจันทร์(เมื่อวาน) ศ.นิธิ  เอียวศรีวงศ์ นักประวัติศาสตร์และนักวิจารณ์สังคมคนดังแห่งยุค  เขียนบทวิจารณ์ลงมติชนในทำนองให้เครดิตพม.และรมช.อย่างชัดเจน  ยิ่งทำให้ครม.ขานรับวาระนี้ของกระทรวงพม.อย่างมาก  ท่านนายก, รองนายก, รมต.วัฒนธรรม, รมต.วิทยาศาสตร์, รมต.คลัง, รมต.มหาดไทย, รมต.ทิพาวดี ฯลฯ ต่างอภิปรายชื่นชมและมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม  ผมถือว่าในการประชุมครม.วันนี้เครดิตพม.สูงเด่นทีเดียว  และข้อเสนอเพื่อพิจารณาของพม.ที่ขอให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการที่บางจังหวัดมีค่าดัชนี CHSI ต่ำมากอย่างน่าเป็นห่วง  ให้กลับไปช่วยศึกษาทบทวนก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี  เรื่องนี้แม้ตอนพักกินข้าวกลางวันด้วยกัน  ท่านสุรยุทธ์ยังหยิบมาคุยต่อบนโต๊ะอาหารอีกด้วย!

2) พม.(กคช.) เสนอแผนแก้ไขปัญหาโครงการบ้านเอื้ออาทรทั้งระบบประกอบด้วย

                – ลดเป้า 600,000 เป็น 300,000 ยูนิต

                – ให้ปรับรายละเอียดเงื่อนไขให้เป็นรูปแบบเคหะชุมชนได้หากต้องการ

                – ให้ OD เพิ่ม 480 ล้าน(รวมเป็น 748 ล้าน)

                – ให้ศึกษาแนวทางการ Subsidize ส่วนต่างดอกเบี้ยจากเงื่อนไข 4% ที่เป็นจุดเริ่มโครงการฯ

ครม.อนุมัติทั้งหมด  ตามที่รมช.พม.เสนอ

3) พม.(กคช.) เสนอยุทธสาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัยและเสนอออกระเบียบสำนักนายกว่าด้วยการพัฒนาที่อยู่อาศัยและตั้งคณะกรรมการนโยบายที่อยู่อาศัยแห่งชาติ  ครม.อนุมัติตามที่รมช.พม.เสนอ  นี่ถือเป็นมาตรการนโยบายและกลไกขับเคลื่อนงานระยะยาวซึ่งถือเป็นผลงานโบว์แดงอีกชิ้นหนึ่ง

– 14.00น. ผมต้องขอตัวจากการประชุมครม.เพื่อไปเป็นประธานเปิดการสัมมนาวิชาการประจำปีของมูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สิน  มูลนิธินี้มีดร.โชคชัย เป็นประธาน  เขาจับประเด็นการพัฒนาบ้าน-ที่ดิน ในเชิงวิชาการและข้อมูลเป็นหลัก  จัดมา 6 ปีติดต่อกัน  และมีงานสัมมนาวิชาการย่อยๆ ระหว่างนี้อีกกว่า 50 ครั้ง  ผมถือโอกาสแจ้งผลครม.วันนี้ให้ที่ประชุมทราบด้วย

หลังกล่าวปาฐกถาพิเศษ  ผู้สื่อข่าวมารุมถามทั้งเรื่องบ้านเอื้ออาทร, ระเบียบสำนักนายก และแฟลตดินแดง 

16.00น. ประชุมคณะผู้บริหารกระทรวง  ประเด็นที่หารือคือเรื่อง การฟื้นฟูความสามัคคีพม. ได้ข้อสรุปว่า  เราไม่ควรทำอะไรเป็นการเฉพาะเจาะจงเกินไปจนน่าเกลียด  แต่ควรให้มีงานกีฬา/งานปีใหม่ ไปตามปกติจะดีกว่า  จึงมอบให้พส.รับเป็นแม่งานจัดงานปีใหม่ของกระทรวง  ทราบภายหลังว่ากำหนดเอาในวันที่ 4 มค.51 เป็นวันจัดงาน

 

 

19 ธ.ค.

– เช้า  มีประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองชุด 2  ผมขอเบี้ยวเนื่องจากมีการประชุมคณะอนุกรรมการธรรมาภิบาล ชุด 2  ซึ่งพิจารณาข้อเสนอปรับปรุงระบบงาน 4 ระบบที่มีความสำคัญกว่า  จึงขออนุญาตประธานไปก่อน

– การประชุมคณะอนุกรรมการธรรมาภิบาล เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมาก  ดร.จิตติ, คุณขนิษฐา, คุณเสวลักษณ์(กพ.) มาพร้อมเพรียง  ได้ข้อเสนอทั้ง 4 ประการพร้อมที่จะนำเสนอต่อคณะกรรมการธรรมาภิบาลชุดใหญ่ในวันศุกร์แล้ว

– 13.00น. ไป Nation TV ทีบางนา  เพื่อร่วมรายการสด การเมืองภาคพลเมือง 2 ชม.เต็ม  มีผู้ร่วมรายการ: คุณสมพงษ์  ฟักหุย, อ.บัณฑร  อ่อนคำ, คุณเจษฎา(นครปฐม)  และพิธีกรคู่ ชาย-หญิง

– เสร็จรายการถือโอกาสกลับบ้านเลย  ไม่ย้อนกลับไปกระทรวงอีก

20 ธ.ค.

– 8.00น. ไปเปิดการประชุมและปาฐกถานำ Workshop หัวหน้าหน่วยงานใหม่ตามยุทธศาสตร์พม.

สป.         1.สำนักกิจการชาติพันธุ์

                2.สำนักส่งเสริมประชาสังคมเพื่อการพัฒนา

                3.สถาบันวิจัยและจัดการทางสังคม

                4.สำนัก(กอง)บริหารกองทุน

                5.สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม

พส.        1.สำนักบริหารกลาง

                2.สำนัก…ผู้ด้อยโอกาส

                3.ศูนย์รับบุตรบุญธรรม

                4.สำนักบริหารสวัสดิการสังคม

                5.สำนักคุ้มครองการค้าหญิง/เด็ก (ค้ามนุษย์)

สค.         1.สำนักวิชาการและยุทธศาสตร์

สท.         1.สำนักเด็กปฐมวัย

                2.สำนักวิชาการและยุทธศาสตร์

จึงได้ให้นโยบายว่าให้ระดมความคิดเพื่อทำให้ชัดเจน  เป็นการเตรียมความพร้อมและสร้างความมั่นใจว่าโครงสร้างใหม่จะสามารถเดินไปได้แม้มีการเปลี่ยนแปลงการเมือง

·       กรอบภารกิจ  หลัก/รอง

·       วิสัยทัศน์ / เป้าหมาย

·       โครงสร้างการบริหารงาน 2 ปี  ปะแรกมีรายละเอียด

·       โครงสร้างกำลัง/ทีมงาน

·       โครงการูปธรรม/งบประมาณที่ต้องการ

·       สถานที่ทำงาน

ทราบภายหลังว่าทุกหน่วยงานได้ระดมความคิดจนเกิดความชัดเจนจึงสบายใจได้ระดับหนึ่งแล้ว  เรื่องนี้จะให้นำเข้ารายงานที่ประชุมคณะผู้บริหารพม.ในอีก 2 สัปดาห์ (หลังปีใหม่)

– 10.00น. ประชุมคณะกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์  มีรองไพบูลย์เป็นประธาน  คณะกรรมการชุดนี้เป็นกรรมการเฉพาะกิจที่รัฐบาลตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลปัญหาสื่อและทำงานมา 10 เดือน  มีผลงานก้าวหน้าไปมากและเกิดผลรูปธรรม

– คณะอนุกรรมการปราบปรามสื่อยั่วยุอันตรายแสดงผลการปราบปรามที่เข้มแข็ง  มีผู้ต้องหา 1,000+ คน  มีของกลาง 200,000+ชิ้น  มูลค่า 16.5 ล้าน  โดยเป็นข่าวฮือฮาเป็นระยะๆ ตลอดปี

– คณะอนุกรรมการขยายสื่อดี  มีโครงการส่งเสริมแข่งขันสร้างสื่อดี  มีโครงการส่งเสริมรักการอ่าน  และมีความเคลื่อนไหวปกป้องการละเมิดข้อมูลส่วนตัวของเด็กในโลกออนไลน์ที่รมช.พม.แสดงบทเด่น

– คณะอนุกรรมการชุด 3-4-5 ก็มีผลงานมากเช่นกัน

ในที่สุดแล้วก็มาถึงประเด็นว่า  รัฐบาลจะหมดอายุลง  คณะกรรมการจะสิ้นสุดตาม  ที่ประชุมเสนอให้ออกระเบียบสำนักนายกตั้งคณะกรรมการสื่อสร้างสรรค์เพื่อให้ทำงานต่อได้  คาดว่าจะนำเรื่องนี้เข้าครม.ได้ภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า

– 13.30น. ประชุมคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ  เรื่องสำคัญคือรายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุประจำปี 2549 ที่มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผุ้สูงอายุเป็นผู้ดำเนินการ  ผมสั่งการให้นำเข้าเสนอต่อครม.เพื่อทราบ(ตามหน้าที่กผส.) โดยเร็ว

– 17.00น. หารือรมว.ไพบูลย์(รองนายก) เรื่องกรณีปัญหาปลัดพม. ได้ข้อสรุปเบื้องต้นร่วมกันว่า มี 2 ทางเลือก

·       สถานการณ์ปัญหาจากรายงานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง  หลักฐานอ่อน  คนพูดกันทั่วกระทรวงแต่ไม่มีใครยืนยันหลักฐานที่หนักแน่นพอ  สังคมพิพากษาไปแล้ว  แต่สื่อและเครือข่ายยังคงคาดหวังการเปลี่ยนแปลง

ทางเลือกที่ 1  พูดให้ปพม.ลาออกหรือขอย้ายไปสำนักนายก  ให้คืนศักดิ์ศรีปพม.  ให้อภัยต่อกันและตั้งปลัดพม.ใหม่

ทางเลือกที่ 2  ใช้คำสั่งให้ไปประจำสำนักนายกเลย  ด้วยข้ออ้าง ความเหมาะสม และ ไม่สามารถนำหน่วยได้

21ธ.ค.

– 8.00น. สัมภาษณ์รายการ หน้าต่างสังคม มีเรื่องหลัก 2 เรื่องคือ  ผลการประชุม กผส.  และผลการประชุมคณะกรรมการสื่อสร้างสรรค์

– 9.00น. ประชุมคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ  ครั้งที่2  ไปในฐานะรมว.พม. ซึ่งเป็นรองประธานคนที่ 2(คนที่1 รมว.สธ) ได้พบอ.ประเวศ ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับเชิญมาแสดงปาฐกถานำ

อ.ประเวศกระซิบถามว่า มีใครมาติดต่อให้เป็นประธานบอร์ดทีวีสาธารณะหรือเปล่า  ถ้ามีอย่าไปรับนะ!  ท่านคงไม่อยากให้ผมไปเสียเวลากับเรื่องนี้  ท่านอยากให้ทำเรื่องอื่น

เรื่องมีอยู่ว่า  เมื่อวานนี้ อ.เอื้อจิต  วิโรจน์ไตรรัตน์ โทรมาบอกว่า  ท่านนายกอานันท์  ปันยารชุน จะโทรมาทาบทามไปเป็นประธานบอร์ด  มีกรรมการอีก 4 คน  วาระ 6 เดือน เพื่อวางระบบบริหารทีวีสาธารณะ ท่านจะโทรมาเอง

ต่อมาทราบภายหลังว่า ท่านโทรฯไปขอรมว.พม.ไพบูลย์  และอ.ไพบูลย์ขอไว้โดยอ้างสุขภาพของท่านและบทบาทของพลเดชที่พม.ยังจำเป็นมาก(ถ้าไปต้องลาออก!!) ท่านอานันท์จึงชะงักไป

อ.ประเวศ ฝากให้ดวงพรโทรฯมาบอกให้พลเดช เสนอสนธิญาณเป็นประธานแทน  ขอให้บอกคุณอานันท์ให้ที  ผมบอกเอื้อจิตไปดำเนินการต่อ  แต่ในเย็นนั้นเองปรากฏว่า  สนธิญาณได้รับการแต่งตั้งเป็นผอ.TITV ไปเรียบร้อยแล้ว

– 13.00น. ไปเปิด Workshop ข้าราชการรุ่นใหม่ของพม. จำนวน 30 คน  ที่จะร่วมกันทำ Issue Book โดยการฝึกอบรม ของทีมศิษย์เก่า Kettering Foundation ที่บ้านราชวิถี

– 14.00น. เป็นประธานแถลงผลการไปประชุมสมัชชาสหประชาชาติเรื่องโลกที่เหมาะสมสำหรับเด็กที่ New York, USA

ภารกิจที่นั่นมี 3 กิจกรรม                   1) เวทีประชุมของเด็กโดย Unicef

                                                                2) การแถลงของผู้นำ 141 ประเทศ

                                                                3) Round Table เรื่อง กศ.,….

สุดท้ายมีข้อสรุปว่า 141 ประเทศจะดำเนินยุทธศาสตร์ World Fit for Child ต่อไป  โดยมีคำประกาศร่วมกัน 6 ประการ

หลังแถลงข่าว  นักข่าวถามเรื่องปลัดพม.! จึงให้หลักการเบื้องต้นว่าต้องว่าไปตามเนื้อผ้า  ต้องรอดูผลรายงานของคณะกรรมการก่อน

– 17.00น. ประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลครั้งที่ 3  วันนี้มีการพิจารณารายงานจากคณะอนุกรรมการ 2 ชุด ที่ตั้งขึ้น  และทำงานล่วงหน้า มี 7 เรื่อง

1) (ร่าง) หลักจรรยาบรรณพม.  มีข้าราชการ 3,900คน ร่วมแสดงความเห็น  ใกล้ที่จะสรุปสุดท้ายด้วยความมั่นใจ  28มค.น่าจะทำพิธีสมโภชได้

2) (ร่าง) หลักการเพื่อความยุติธรรมในการแต่งตั้ง  โยกย้าย  เข้าสู่ตำแหน่ง

3) จัดคนลงกรอบใหม่กพ.

4) สถานธนานุเคราะห์

5) นิคมสร้างตนเอง

6) กองทุนพม.

7) มูลนิธิพม.

เรื่องทั้งหมดเป็นที่ Happy แก่กรรมการมาก  รวมทั้งประธานไพบูลย์

22 ธ.ค.

– 9.30น. ไปเปิดงานโครงการ คบเด็กสร้างบ้าน  รากฐานประชาธิปไตย ที่กกต.+ กรมคุณภาพสิ่งแวดล้อมจัดขึ้น

 

 

23 ธ.ค.

– ไปเลือกตั้ง สส.  ในครอบครัวผมมีผู้มีสิทธิ์ 5 คน, ไปลงคะแนน 4 คน  ขาดคุณยาย  ซึ่งไม่สบาย  ไปไม่ได้  รวมไปเลือกตั้ง 80%

Be the first to comment on "ตอนที่ 69 เผือกร้อนกลับเข้ามือ"

Leave a comment

Your email address will not be published.