ตอนที่ 72 ปิดเกมจริยธรรม

14 มกราคม 2551

—————————————-

การแถลงข่าวเมื่อวันอาทิตย์ส่งผลให้ชื่อ พลเดช และรมช.พม. พาดหัวหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งข่าวการเมืองเกือบทุกฉบับ  ต่อเนื่องมาถึงวันพุธ  นักข่าวสาวช่อง9

ยังเกาะติดสัมภาษณ์  มีใบปลิวโจมตีต่อเนื่องโดยเนื้อหาเดิมที่ใส่สีตีไข่มากขึ้น  เรียกร้องนายกฯสอบ รมว./รมช.พม.  สื่อมวลชนตามประเด็นล่า 2,000รายชื่อขับไล่รมต. ซึ่งพบว่าไม่เป็นจริงจึงสรุปว่า เป็นเรื่องโคมลอย!”  ประกอบกับสื่อจับประเด็นได้ตั้งแต่แรกว่านี่เป็นการบิดเบนประเด็นเพื่อต่อต้านขัดขืนการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยปลัดพม.กับพวก  จึงไม่ให้น้ำหนัก  อย่างไรก็ตาม  สื่อเอาข่าวไปขายจนอิ่มแล้วด้านหนึ่งอาจส่งผลให้สังคมมีภาพพจน์ต่อรมช.ในทางไม่โปร่งใสได้บ้าง  แต่ก็ทำให้รมช.พม.ดังเป็นพลุขึ้นมาอีกคำรบ  ส่วนเพื่อนมิตรทั่วประเทศยังคงมั่นใจและให้กำลังใจกันอย่างล้นหลามเช่นเคย

ในการประชุมหารือผู้บริหารบ่ายวันอังคารคราวนี้  พี่ไพบูลย์ รมว.มาร่วมด้วย  โดยหารือกันเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น  คือ ปัญหาความขัดแย้งในพม.  การเปิดฉากของรมช.พม.ในการวิเคราะห์สถานภาพพม.ด้วยทฤษฎีความโกลาหล (Chaos Theory) สามารถนำประเด็นที่ประชุมไปถึงอนาคตขององค์กรกระทรวงพม.ของพวกเขาว่าควรจะไปทางไหน  วิวัฒน์หรือวิบัติ?   เล่นเอาผู้บริหารซึ่งที่ผ่านมาพากันลอยตัวปล่อยให้คลื่นใต้น้ำในกระทรวงโหมซัดกระหน่ำรัฐมนตรีอย่างลำพังต้องมีท่าทีชัดเจนในการเข้ามาช่วยกันแก้ปัญหา  สุดท้ายบรรยากาศที่ประชุมคลายตัวและส่อประกายความหวัง  จากนั้นมาใบปลิวไม่มีอีกเลย   ข่าวฉาวพม.ทางหน้าหนังสือพิมพ์หยุดลง  ถึงเวลาของการฟื้นฟูและพัฒนาองค์กร

ดูเหมือนว่าภารกิจ 3 เดือนในการจัดการปัญหาจริยธรรมพม.จะมองเห็นฝั่งแล้ว!!

7 ม.ค.

– ไปเชียงใหม่ตั้งแต่เช้า  เปิดการสัมมนาโครงการเทศบาลเข้มแข็ง-เมืองน่าอยู่และสวัสดิการท้องถิ่น  ซึ่งเป็นงานสานต่อโครงการ LDI– สสส.  โดยผมดึงพม.เข้ามาร่วม  และขยายกิจกรรมการวิจัยประเมินความน่าอยู่ของเมืองไปทุกเทศบาลตำบล 

– ก่อนบรรยายมีโอกาสได้คุยกับเจ้าหน้าที่พม.ภาคเหนือ  เห็นความเคลื่อนไหวของฝ่ายปลัด พม.จับกลุ่มซุบซิบแอบทำอะไรบางอย่าง  ในขณะที่นักข่าว 3 คนมาขอสัมภาษณ์เรื่องดัชนีความน่าอยู่ของเมืองและแอบไปทำเป็น Scoop จากภูมิภาคครึ่งหน้าของนสพ.โพสต์ทูเดย์  มีรูปรมช.อยู่เต็มจอ 

เมืองน่าอยู-เทศบาลเข้มแข็ง น่าจะเป็นงานสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประชาสังคมของผมในช่วงต่อไป 

– 13.30น. รีบบินกลับมากรุงเทพฯ โดยสายการบินนกแอร์  มาเป็นประธานเปิดงานสัมมนาสวัสดิการสังคมเครือข่ายเอ็นจีโอด้านสิ่งแวดล้อมชุมชน

ผมพูดบรรยายหลักคิดและแนวนโยบายให้พวกเขามั่นใจว่า ฐานทรัพยากรเป็นทุนทางธรรมชาติที่เป็นสวัสดิการของชุมชนและกระทรวงพม.มีหน้าที่ต้องส่งเสริมสนับสนุน

– 15.00น. ไปรับฟังสรุปผลการสัมมนาครบรอบ 1 ปี เด็กหายที่กระทุ่มแบน  มูลนิธิกระจกเงา  TITV และเครือข่ายเชิญผู้ปกครองที่เด็กหาย 2 ครอบครัวเข้ามาร่วมด้วย  ผมจึงถือโอกาสสรุปบทเรียน 1 ปี ที่เข้ามาดูแลปัญหาไปด้วยในตัว  โดยเชื่อมโยงกับ พรบ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของกระทรวงพม.ที่เพิ่งออกใหม่  และจะมีกองทุนเฉพาะสำหรับดูแลปัญหานี้ดวย  ผมชี้ว่าควรคิดถึงงานด้านติดตาม ที่อาจต้องใช้เอกชนมืออาชีพ  หรืออาสาสมัครเต็มเวลามาช่วยขับเคลื่อนภารกิจอย่างจริงจัง  ประเด็นดังกล่าวได้กลายเป็นเรื่องที่สื่อมวลชนนำไปลงข่าวในวันต่อมาโดยพร้อมเพรียง

– หลังปิดงานสัมมนา  กลุ่มผู้สื่อข่าวประจำกระทรวงพม.ขอเปิดห้องสัมภาษณ์ผมเกี่ยวกับปัญหาปลัดพม.  ผมจึงได้พูดขยายความจนคิดว่าเคลียร์ประเด็นได้ทั้งหมด 

– จดหมายชี้แจงของรมช.ฉบับที่ 5 ซึ่งได้เผยแพร่ออกไปอย่างกว้างขวางในจังหวะนี้นับเป็นยาดีอีกขนานหนึ่ง

8 ม.ค.

– ข่าวรมช.พม.ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ตั้งแต่วันอาทิตย์-จันทร์-อังคาร ทำให้ผมเดินเข้าประชุมครม.ด้วยความประหม่า  มีเพื่อนรัฐมนตรีทักถามกันให้เกรียว  คุณหญิงไขศรี(รมว.วธ.)บอก   ให้กำลังใจนะ, รมว.ไพบูลย์รีบมาหา เป็นไงบ้าง?”, คุณหญิงทิพาวดี(รมต.สน.) และดร.วรากร  สามโกเศศ (รมช.ศธ.) ก็เข้ามาทักเช่นเดียวกัน

– 9.30น. ครม.วันนี้มีวาระไม่มาก  เรื่องของพม. 1)พิจารณาระเบียบวาระเพื่อเด็ก ปี2551(ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว)  2)รับทราบเป็นมติ ผลการทำงานของคณะกรรมการศึกษาธรรมาภิบาล…หลักจรรยาบรรณพม.  และหลักการแต่งตั้งโยกย้าย 

ควรบันทึกไว้ว่าครม.วันนี้พิจารณาอนุมัติ 19,000 ล้าน เพื่อซื้อฝูงบิน Gripen ของสวีเดน  เพราะเป็นเรื่องต่อเนื่องมาจากการประชุมครั้งก่อนๆ

– 15.30น. ประชุมคณะผู้บริหารพม. มีรองปพม.,รก.ปพม., อธิบดี, รองอธิบดี  และผู้ตรวจราชการ  เรื่องที่คุยเรื่องเดียวคือ ปัญหาความขัดแย้งในพม.

อาจารย์ไพบูลย์เขียนจดหมายถึงเพื่อนมิตรเป็นฉบับที่ 40 (ท่านเขียนลง Blog ส่วนตัวของท่านเป็นประจำตั้งแต่รับตำแหน่ง) เนื้อหาแสดงความเสียใจต่อเรื่องไม่สบายใจที่เกิดขึ้นและเสียดายที่อาจต้องจากพม.ไปในสภาพที่ไม่เข้าใจกันหรือเข้าใจกันผิดๆ

แต่จดหมายจากรมช.ถึงประชาคมพม.ฉบับที่5  กลับไม่เคยออดอ้อนแบบนั้น  ตรงกันข้าม  ผมใช้วิธีอธิบายในเชิงหลักการ  แนวคิด  และการมองเชิงสร้างสรรค์เพื่อให้ประชาคมพม.เข้าใจและสำนึกได้เอง

เมื่อเริ่มประชุม  รมว.พูดในเชิงนามธรรม  แต่รมช.เจาะลงไปสู่สถานการณ์ความเป็นจริงโดยอิงทฤษฎีโกลาหล “Chaos Theory”  นับเป็น 2 คน 2 สไตล์ ที่ทำงานสอดประสานกันอย่างกลมกลืน!  ซึ่งการประชุมวันนั้นได้ผลเกินคาดคิด

ผมอธิบายสภาวะโกลาหลในกระทรวงพม.ว่า :

·       โดยธรรมชาติของสรรพสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงคุณภาพจากสภาวะเสถียรภาพหนึ่งไปสู่อีกเสถียรภาพหนึ่งจะต้องผ่านภาวะโกลาหลภายใน (Chaos)

·       ภาวะไร้ระเบียบหรือโกลาหล เป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่าน (Trans+formation) แต่จะเปลี่ยนไปในทางวิวัฒน์(Evol)หรือ วิบัติ(Devol) นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยดึงดูด (Attrctors) ว่าเป็นปัจจัยดึงดูดเชิงสร้างสรรค์(Positive) หรือ เชิงทำลาย (Negative) มากกว่ากัน

·       เมื่อถึงตอนนี้ผมจึงชี้ว่ากระทรวง พม.หลังเหตุการณ์ 3 ตค.50 เป็นต้นมาเริ่มเข้าสู่ภาวะ Chaos แล้ว  และบัดนี้กำลังอยู่ที่ทางสองแพร่ง(bifurcation) ว่าเราจะไปทางไหน  ถ้าจะไปทางวิวัฒน์ต้องเสริมปัจจัยสร้างสรรค์ให้มากๆ และคุมปัจจัยทำลายให้ได้

·       ตัวอย่างปัจจัยบวกที่สำคัญ คือ 1)ผู้นำ  2)หลักการ/หลักกม./หลักนิยม  3)กระบวนการยุติธรรม

ได้ผลดีทีเดียว  คำอธิบายในเชิงทฤษฎีประยุกต์ของผมทำให้บรรยากาศในที่ประชุมที่ทำท่าจะนิ่งเงียบดูท่าทีกันไปมาเกิดคึกคัก  พูดคุยเปิดเผยความในใจ  และอภิปรายกันจนกระจ่างชัด  สุดท้ายจึงมีข้อสรุปว่าควรเพิ่มปัจจัยบวกตัวที่  4) คือการสื่อสารภายใน  และ5)การสื่อสารสังคมผ่านสื่อมวลชน

สุดท้ายผมชิงส่งไม้ให้ทีมผู้บริหารพม.ว่า ต่อไปนี้เรารมต.ทั้ง 2 คนจะงดสื่อสารเรื่องนี้กับสื่อมวลชนแล้ว  และขอให้ผู้บริหารทุกคนเป็นผู้อธิบายแทน

เสร็จประชุมค่ำนั้น  ทีมรมช.มาคุยกันต่อที่ห้อง  ทุกคนประเมินผลด้วยความ Happy อย่างยิ่ง!!

9 ม.ค.

– ทีมรองอธิบดีพส.(ปกรณ์) และจนท.2 คน ที่เกี่ยวข้องกับกรณีทุจริตเงินสงเคราะห์ครอบครัวในฐานะผู้เซ็นต์อนุมัติในเอกสาร  เข้ามาขอปรึกษา  พวกเขาสารภาพว่าอยากมาปรึกษานานแล้วแต่ไม่กล้า!  หลังจากทราบข่าวบรรยากาศการประชุมเมื่อวานเย็นของผู้บริหารแล้วจึงตัดสินใจมาพบ  พวกเขามีความกังวลว่าใครบ้างจะโดนวินัย  ผมจึงอธิบายและให้กำลังใจ  รวมทั้งช่วยคิดวางแผนการชี้แจงคณะกรรมการวินัยด้วย  พวกเขามีท่าทีสบายใจกลับไป  นี่เป็นสัญญาณสงบศึกดีๆนี่เอง!!

– 14.00น. นัดประชุมทีมงาน LDI เพื่อเตรียมแผนการทำงานหลังเสร็จภารกิจรมต. พวกเราได้แนวทางที่ชัดเจนว่า  สิ่งที่ควรจะขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์ชุมชนท้องถิ่น  เพื่อสังคมเข้มแข็ง โดยมีเป้าหมายคือ :

เครือข่ายเทศบาลเข้มแข็ง  เมืองน่าอยู่        เป้า 1200 เทศบาล

ข่ายงานประชาสังคม                                    เป้า 76 จังหวัด

เครือข่ายฟื้นฟูชุมชนชายแดนใต้                เป้า 250 ตำบล 40 อำเภอ

เครือข่ายเฝ้าระวังธรรมาภิบาลรัฐ/รัฐบาล                  เป้า 20 กระทรวง

– 16.30น. ไปร่วมพระราชพิธี ทักษิณานุประทาน ที่พระบรมมหาราชวัง ในวาระครบ 7 วันสิ้นพระชนม์ของพระพี่นาง  พบคุณสมัคร  สุนทรเวช นั่งผมข้างหลังจึงยกมือไหว้  พล.อ.พงษ์เทพ (ลธน.) และรมว.ธีระ(คมนาคม)มานั่งด้วย  คุยกันเรื่องปลัดพม. ผมจึงบอกไปว่า เรียบร้อยครับ  สงบแล้ว!”

ได้พบคุณอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ (หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์) และคุณอภิรักษ์(ผว.กทม.) ถูกทักว่า หมู่นี้รมต.เป็นข่าวมาก  เป็นไงบ้าง  ท่านบอกว่าตัวท่านเองก็โดนเยอะ   ผมจึงตอบไปว่า ไม่มีอะไรน่ากลัวครับ  มีปัญหาก็จัดการไปด้วยสติปัญญา

ข่าวรมช.พม.ช่วงนี้  กระหึ่มวงการจริงๆ

10 ม.ค.

– ไปพิษณุโลกตั้งแต่เช้า  เปิดงานสังคมเมืองน่าอยู่ภาคเหนือล่าง  บรรยากาศดีเช่นเดียวกับเชียงใหม่  แสดงว่าประเด็นงานเครือข่ายเมืองน่าอยู่ นี้น่าจะจุดติดแล้ว!

– ก่อนเปิดงาน  ก่อนบรรยาย  สื่อมวลชนพิษณุโลกรู้ข่าวมาดักสัมภาษณ์…เรื่องงานพม.  เด็กและเยาวชน

– 13.00น. สัมภาษณ์สวท.ทางโทรศัพท์ เรื่อง ประเด็นมาตรการดูแลหอพัก ที่พม.ออกประกาศกระทรวงเมื่อ 8 ตค.50  ว่ามีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง?

– 14.00น. ไปเยี่ยมคุณย่าถึงที่บ้าน

– เขียนจม.จากรมช.ถึงประชาคมพม.ฉบับที่ 6 ส่งพิมพ์เพื่อเผยแพร่ก่อนไปคุณหมิง

11 ม.ค.

– 9.30น. ไปฟังผลสรุป Workshop กองทุนพม. ทั้ง 4 ร่วมกับสำนักบริหารกองทุน  ที่สวนสามพรานเพื่อระดมความคิดในการบูรณาการงานกองทุน  พวกเขาพอใจกันมากและมีความหวัง ที่จะเกิดการพัฒนาระบบกองทุนพม.ทั้งระบบและบูรณาการกันมากขึ้น

– 13.00น. ไปเยี่ยมนพ.สงวน  นิตยารัมภ์พงศ์  ซึ่งเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย ที่รพ.รามาธิบดี  ทราบว่าเมื่อวาน อ.ประเวศ  วะสี, นพ.วิชัย  โชควิวัฒน์, นพ.ชูชัย  ศุภวงศ์, นพ.สุวิทย์   วิบุลผลประเสริฐ  และวณี ไปเยี่ยม  บอกว่าอาการแย่มาก  และถามถึงหมอพลเดช  วันนี้อาการสดชื่นขึ้นเยอะ  พูดคุยได้  หยอกเย้ากับหมอพลเดช….จนน้องๆคนอื่นกระเซ้าว่า แหมพี่สงวนรอแต่รมต.พลเดช  มาเยี่ยมนะ ซึ่งคงมีส่วนจริงอย่างที่พวกเขาพูด  เพราะตั้งแต่เช้าพี่สงวนหลับตลอด  พอผมมาตื่นขึ้นด้วยความสดใสอย่างผิดหูผิดตา

– 13.30น. ประชุมคณะกรรมการจัดงานวันผู้สูงอายุ(13 เม.ย.51) จัดที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นดินแดง ในวันที่ 8,9 เม.ย.

– 19.00น. ไปรับประทานอาหารค่ำที่บ้านดร.สายสุรี  จุติกุล ที่สุขุมวิท  มีท่านผู้แทน Unicef ประจำประเทศไทย  คุณ Tomoo และภรรยา  กับ CATHERIN ไปร่วมด้วย  อยู่กันจนดึก

12 ม.ค.

– เดินทางไปคุณหมิง  ตั้งแต่ 10.00น.  เพื่อร่วมพิธีเปิดโครงการแลกเปลี่ยนเยาวชนกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง  มีผอ.สท.(กิตติ), คุณอุษณีย์, คุณพัชรา, คุณวณี  และเลขาผอ.กิตติร่วมเดินทาง

– ผมเคยไปคุณหมิงบ่อยครั้งปีสุดท้าย 1999  ตอนนั้นพาครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อน ได้ตระเวนเที่ยวถึง Lijiang,Shangrila ของมณฑลยูนานด้วย  ช่วงนั้นประเทศจีนมีนโยบาย Visit China 1999 และที่คุณหมิงมีงาน Expo แสดงดอกไม้นานาชาติที่จัดใหญ่โตมาก 

– ที่สนามบินคุณหมิง  รองเลขาธิการสหพันธ์เยาวชนจีนแห่งมณฑลยูนนานมาต้อนรับและให้การดูแลอย่างดีในฐานะ รมต.จากประเทศไทยซึ่งเป็นเจ้าภาพร่วมกับจีน  มีคุณเชาวน์  หงส์เหิร  อาจารย์เชาวน์เป็นคนจีนที่เคยมาเรียนปริญญาโทที่คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ  เป็นลูกศิษย์ อ.ฉัตรทิพย์  นาถสุภา  ปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนภาษาไทยที่มหาวิทยาลัยชนชาติส่วนน้อยแห่งยูนนาน  และเป็นอ.พิเศษของมหาวิทยาลัยไทยหลายแห่ง เช่น มร.สวนดุสิต, มร.เพชรบุรี, มร.อุตรดิตถ์  ภาษาไทยของแกใช้ได้ทีเดียว  แต่ยังเทียบกับคุณ Kai Tang ไม่ได้

– คณะของเยาวชนไทย 11 คนไปพร้อมกันและพักที่โรงแรมเดียวกัน   โรงแรมนี้เป็นของรัฐ  เดิมเคยเป็นศูนย์ว่าราชการมณฑลมาตั้งแต่ครั้งโบราณ

13 ม.ค.

– 9.00น. พิธีเปิดโครงการ  ฝ่ายจีนมีรองประธานสหพันธ์เยาวชนแห่งประเทศจีน มาดามจางเชี่ยวหลาน  ฝ่ายไทยคือ รมต.พลเดช  จีน-ไทย เป็น Co-host ของโครงการ  หมายความว่า  เราช่วยกันแชร์งบประมาณให้กับทุกประเทศด้วย  เรียกได้ว่าเราเป็น 2 ประเทศพี่เบิ้มในกลุ่ม GMS นั่นเอง

– เยาวชน 6 ประเทศ มีจีน, ไทย, ลาว, พม่า, กัมพูชา  และเวียดนาม  ต่างส่งเยาวชนเข้าร่วมโครงการประเทศละ 11 คน  ทั้งคณะจะเดินทางไปทัศนศึกษาและสร้างสัมพันธไมตรี  แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันโดยตระเวนไปทุกประเทศ  เริ่มจาก จีน-พม่า-ไทย-ลาว-กัมพูชา-เวียดนาม  คณะจะอยู่ที่จีนระหว่าง 12-15 มค.  จะมาถึงไทย 17 มค. ซึ่งจะเข้าเยี่ยมรมต.พลเดชอีกครั้งในประเทศไทย

– ระหว่างที่เยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมตามโครงการ  คณะ YYF พาพวกเราไปเที่ยวศูนย์ Expo ที่เป็นที่แสดงดอกไม้นานาชาติเมื่อปี 1999 คราวนี้เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนผู้ดูแล Expo เป็นผู้มาต้อนรับและนำพาเที่ยวชมอย่างทั่วถึงและไม่ต้องแย่งกันเหมือนเมื่อ 9 ปีก่อน  มาดามบอกว่าขณะนี้ต้องใช้เงิน Maintenance วันละ 2 แสนหยวนทีเดียว  แต่เขายังคงรักษาสภาพไว้ได้ดีมาก  เราได้เที่ยวชมการจัดสวน Style ประเทศต่างๆ  และในของประเทศจีนเองเขาก็มีสวนของมณฑลต่างๆ ที่งดงามเป็นแบบเฉพาะของตน

– กลางคืน มีงานเลี้ยงอาหารเย็นแก่เยาวชน  หลังจากนั้นมาดามจางพาพวกเราไปดูโชว์ Dream Yunnan ที่โรงละครเก่ารัสเซีย  เขานำเอาจุดเด่นของยูนนานที่มีกลุ่มชนชาติส่วนน้อยหลากหลายที่สุด  มีความงดงามที่สุด  มาพล็อตเข้ากับเรื่องนายทหารอากาศอเมริกันที่ไปช่วยจีนตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้วเครืองบินตนในเขตยูนนาน  จึงได้อยู่กับชนชาติส่วนน้อยที่นั่น  และหลงรักวัฒนธรรมที่ยูนนานมาก  เป็นที่มาของการเขียนนิยายคลาสสิก เรื่อง “Shangrila” นั่นเอง  จีนเขามีความสามารถในการแสดงศิลปะดนตรี  กายกรรมเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว  เมื่อนำมาประกอบกันจึงเป็นเทคนิคที่ดูแล้ว  grand มาก  และ dream yunnan จริงๆเลย

– ของไทยก็น่าจะเทียบได้กับ Phuket Fantasy , ทิฟฟานี, อัลคาซ่า หรือ สยามนิรมิต นั่นเทียว

– การแสดงของไทยเราต้องปรับปรุงอีกมากจึงจะทัดเทียมเขา

14 ม.ค.

– ก่อนกลับเมืองไทย  เขาพาคณะของเราไปดูนกนางนวลที่บินมาจากไซบีเรีย  มาพักที่ทะเลสาบเถียนฉือ  แล้วเลยไปดูหมู่บ้านชนชาติส่วนน้อยที่เขานำมาจำลองเพื่อการท่องเที่ยวยูนนาน

– เขาจัดสถานที่สำหรับแสดงวัฒนธรรมวิถีชีวิตของชนชาติส่วนน้อยสำคัญๆ ของยูนนานทั้งหมด  โดยทำเป็นหมู่บ้าน  มีที่แสดงศิลปวัฒนธรรม  และมีที่ขายของที่ระลึก  เขาให้ความสำคัญมากและเป็นที่เชิดหน้าชูตาของมณฑล  ผมนึกถึงพิษณุโลกที่เรียกว่า สี่แยกอินโดจีน  เราก็น่าจะทำ(ลงทุน/สร้างศูนย์วัฒนธรรมกลุ่มประเทศอินโดจีน ไทย-พม่า-ลาว-เขมร-เวียดนาม-จีน)  รวมถึงวัฒนธรรม 4 ภาค  วัฒนธรรมชนชาติส่วนน้อยในประเทศไทยทั้งหมด  หากทำได้ก็จะเป็นที่ท่องเที่ยงเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศได้เช่นกัน

– สัปดาห์นี้งานในพม.เริ่มคลายความตึงเครียด  และเห็นความหวังรวมทั้งงานด้านต่างประเทศเป็นไปได้ดีเกินคาด

Be the first to comment on "ตอนที่ 72 ปิดเกมจริยธรรม"

Leave a comment

Your email address will not be published.