ที่นี่แอลดีไอ /๑๘ ม.ค. ๒๕๕๗
พลเดช ปิ่นประทีป
“ถึงเวลาส่วนราชการและกองทัพ”
เหตุการณ์เมื่อวานนี้ ที่กลุ่มอันธพาลนับร้อยบุกถล่มที่ชุมนุมแจ้งวัฒนะด้วยอาวุธในช่วงสาย ต่อด้วยหน่วยจู่โจมมืออาชีพของฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลที่โยนระเบิดจากตึกร้างเข้าใส่ขบวนของกำนันสุเทพที่บรรทัดทอง
รวมทั้งการถล่มที่ชุมนุมเวที กปปส.ปทุมวัน ข้างวังสระปทุมและการส่งหน่วยปฏิบัติการออกตระเวณไปลอบยิงลอบโยนระเบิดปิงปองเข้าใส่ที่ชุมนุมทุกวันทุกคืนอย่างต่อเนื่องกันมาหลายสัปดาห์ โดยตำรวจมีท่าทีกึ่งเฉยเมยกึ่งรู้เห็นเป็นใจ
เหล่านี้ ล้วนเป็นปัจจัยที่จะบีบคั้นให้สถาบันต่างๆ ในสังคมต้องออกมาแสดงจุดยืนต่อการเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น ว่าจะเลือกอยู่ข้างใด หากประสงค์จะให้สถานการณ์คลี่คลาย ไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการ กองทัพ ธุรกิจหรือสถาบันการศึกษา
การแสดงจุดยืนและแสดงออกในบทบาทตามอำนาจหน้าที่และตามมโนธรรมสำนึกของข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขมาตั้งแต่ต้น รวมทั้งการประกาศตัวของปลัดกระทรวงในฐานะผู้นำองค์กรรัฐ ที่เป็นตัวแทนของหน่วยงานระดับกรม ๙ หน่วยงาน องค์การมหาชนและรัฐวิสาหกิจรวม ๘ หน่วยงาน ข้าราชการสามแสนและ อสม.อีกหนึ่งล้านคน ถือเป็นกรณีตัวอย่างซึ่งได้รับการกล่าวขานและยกย่องชื่นชมกันไปทั้งประเทศ
สำหรับสามเหล่าทัพ โดยเฉพาะกองทัพบก ผมคิดว่าไม่มีจังหวะใดที่จะเหมาะไปกว่าช่วงนี้อีกแล้ว ที่จะประกาศตัวอย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมาว่าสนับสนุนมวลมหาประชาชนและ กปปส.ให้ประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งเริ่มแสดงบทบาทเชิงรุกเจรจาหาทางถอยให้กับรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา ทั้งว่ากล่าวตักเตือนตำรวจและเหล่าอันธพาลการเมืองให้ทำหน้าที่อยู่ในร่องในรอย
เพราะถ้าขืนช้าไปกว่านี้อาจเกิดความเสียหายใหญ่โต อันเกิดจากการปล่อยปละละเลยปัญหาบ้านเมืองแบบธุระไม่ใช่ การปล่อยให้มวลมหาชนนับล้านๆ รู้สึกสิ้นหวังกับสถาบันราชการทั้งมวล ล้วนเป็นความเสี่ยงที่ประเทศจะเข้าไปสู่สถานการณ์อนาธิปไตยในชั่วข้ามคืนได้ตลอดเวลา และเมื่อถึงตอนนั้นกองทัพก็จะทำอะไรไม่ได้อีกเลย
ภาพที่ควรเป็นพระเอก จะกลับกลายเป็นผู้ร้ายโดนพลัน
แต่อย่างไรก็ตาม อย่าทำรัฐประหารแบบเก่าๆ นะครับ
Be the first to comment on "ถึงเวลาส่วนราชการและกองทัพ"