ถึงเวลา…พลเมืองอภิวัฒน์

ที่นี่ LDI / วันจันทร์ที่ 23 พ.ค. 2554

“ถึงเวลา….พลเมืองอภิวัฒน์”

เมื่อตอนที่อาจารย์หมอประเวศ วะสี มีคำสั่งแต่งตั้งให้ผมร่วมเป็นกรรมการสมัชชาปฏิรูป (คสป.) ราวเดือนกรกฎาคม 2553 พวกเราตั้งใจอย่างเต็มที่ที่จะใช้ฐานของ LDI เข้าร่วมขับเคลื่อนงานประชาคมจังหวัดเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย มีการประชุมเวิร์คชอพกันอย่างขึงขังเพื่อการนี้ และมีการเตรียมเครือข่ายการสื่อสารมวลชนของภาคประชาสังคมที่มีอยู่เพื่อรองรับ โดยที่ LDI เองก็ได้จัดตั้ง สำนักข่าวพลเมืองอภิวัฒน์ขึ้นใหม่ให้มีฐานะเป็นหน่วยงานหนึ่งของสถาบันทีเดียว

โชคไม่ดีที่เกิดสะดุด อันเนื่องมาจากผมถูกเลือกให้ทำหน้าที่เป็นประธานบอร์ดนโยบายของ Thai PBS ในเดือนถัดมา ซึ่งในทางกฎหมายไม่มีข้อห้ามที่ผมจะร่วมเป็นกรรมการสมัชชาปฏิรูป แต่โดยสถานะบทบาทหน้าที่ของประธานบอร์ดสื่อสาธารณะแล้วอาจกลายเป็นประเด็นโจมตีจากฝ่ายต่างๆ ที่กำลังขัดแย้งในสังคมอยู่ขณะนี้ก็ได้ ผมจึงขออนุญาตลาออก ซึ่งท่านอาจารย์ก็เข้าใจดี และท่านไม่ยอมแต่งตั้งใครมาเป็นประธานคณะทำงานประชาคมจังหวัดฯ แทนผมอีกเลยจนถึงบัดนี้

 

10 เดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว นายกรัฐมนตรี (อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) ประกาศยุบสภาแล้ว โดย กกต.เตรียมจัดการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 ท่านอานันท์ ปันยารชุน ประธานคณะกรรมการปฏิรูป (คปร.) จัดการแถลงข่าวส่งมอบข้อเสนอเพื่อการปฏิรูป ให้สังคมและพรรคการเมืองต่างๆได้พิจารณา พร้อมกับประกาศยุติบทบาทของท่านและคปร. ตั้งแต่ 15 พค. เป็นต้นไป ส่วนอาจารย์หมอประเวศ วะสี ยังคงขับเคลื่อนคสป.ต่อไป เพราะท่านถือว่างานของท่านเป็นงานส่งเสริมสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการปฏิรูป ไม่ใช่เป็นส่วนที่จัดทำข้อเสนอนโยบายต่อรัฐบาลโดยตรงแบบท่านอานันท์ และถึงแม้ว่านายกรัฐมนตรีคนต่อไปจะมีคำสั่งให้ คสป.ยุติ ท่านก็คงจะขับเคลื่อนต่อในนามกลุ่มอิสระของท่านเองอยู่ดี ผมจึงเชื่อว่าจะไม่มีใครกล้าสั่งยุบครับ

สำหรับพวกเราที่ LDI ในจังหวะสถานการณ์เลือกตั้ง 2554 ซึ่งมีความสำคัญต่อหัวเลี้ยวหัวต่อบ้านเมืองเช่นนี้ จะอยู่เฉยได้อย่างไร เมื่อบ่ายวันศุกร์ที่ผ่านมาจึงตั้งวงหารือระดมความคิดกันว่ามองสถานการณ์แนวโน้มทางการเมืองและความขัดแย้งแตกแยกของสังคมอย่างไร และเรา (เครือข่ายประชาสังคมทั่วประเทศ) ควรเคลื่อนไหวอย่างไรหรือไม่ โดยเชิญนักคิดนักกิจกรรมรุ่นใหญ่ (14 ตุลา) มาร่วมหลายคน เช่น ยุค ศรีอารยะ , ชัยวัฒน์ สุรวิชัย , บุญส่ง ชเลธร และพิทยา ว่องกุล รวมทั้งพิภพ ธงไชย ซึ่งมาในช่วงเช้า

ที่ประชุมได้ประเมินกันว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ฝ่ายคุณทักษิณ และพรรคเพื่อไทยจะทุ่มสุดตัว เป้าหมายคือยึดอำนาจรัฐให้ได้แล้วนำไปสู่การนิรโทษกรรม การเลือกตั้งจะรุนแรงทั้งใช้เงินซื้อ ทั้งใช้วิธีลอบสังหาร อย่างไรก็ตามพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ยังมีโอกาสเป็นรัฐบาลทั้งคู่ แต่ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลก็จะตามมาด้วยความวุ่นวาย ความรุนแรง Chaos กระทั่งอาจมีการรัฐประหารเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่เพื่อควบคุมเหตุการณ์อีกครั้งภายใน 1-2 ปี

ฝ่ายภาคประชาชนเองก็แตกแยกกันและกำลังมีการจัดตัวกันใหม่ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) แตกหักกับพรรคการเมืองใหม่ (กมม.) ที่ตนเองตั้งขึ้น พธม.ชูโหวตโน และไม่อยากให้ กมม.ส่งผู้สมัคร แต่ พรรคกมม.ดึงดันจะส่ง พวกกลุ่มเพื่อนพธม.ที่เคยร่วมหนุนการเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดไม่เห็นด้วยกับแกนนำ พธม.ในการโหวตโนเพราะเห็นว่าจะเอื้อประโยชน์กับ พท.และขบวนการเสื้อแดงโดยทางอ้อม การขัดแย้งทางแนวคิดแนวทางนำมาสู่ความแตกแยกอย่างหนักของฝ่ายเสื้อเหลืองและกลุ่มเพื่อนสีเหลือง

ในช่วงเวลาสถานการณ์เช่นนี้ LDI ตัดสินใจขับเคลื่อนดังนี้ :

· จะก่อตัวและเคลื่อนขบวน “เครือข่ายพลเมืองอภิวัฒน์” เพื่อการปฏิรูปประเทศไทย

· ยึดแนวทางสายกลางในการรณรงค์ เพื่อสร้างทางเลือกและที่ยืนให้กับทุกฝ่าย ทุกขั้ว ทุกสี โดยก้าวข้ามความขัดแย้งที่ดำรงอยู่

· กำหนดขั้นตอนการเคลื่อนไหวแบ่งเป็น 3 จังหวะ

1. 50 วันรณรงค์เลือกตั้ง : “โหวตปฏิรูป”

เป้าหมายคือ ต้องการให้ได้มาซึ่งสภาโฉมหน้าใหม่

2. 100 วันของอำนาจใหม่ : “ตั้งทิศประเทศไทย”

เป้าหมายคือ ต้องการให้ได้มาซึ่งรัฐบาลและนโยบายปฏิรูปประเทศไทย

3. 1500 วัน จัดระเบียบสังคม : “อภิวัฒน์บ้านเมือง”

เป้าหมายคือ ต้องการได้มาซึ่งกฎ-กติกาการปฏิรูปและบรรยากาศใหม่ก่อนการเลือกตั้งครั้งหน้า 2558

วันนี้ขอรายงานเพียงแค่นี้ก่อนนะครับ

พลเดช ปิ่นประทีป

Be the first to comment on "ถึงเวลา…พลเมืองอภิวัฒน์"

Leave a comment

Your email address will not be published.