การแก้ปัญหาของอ่าวปัตตานีในอนาคตจะเป็นอย่างไร?…ปัจจุบันวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวประมงพื้นบ้านในชุมชนรอบอ่าวต้องประสบกับปัญหาทางเศรษฐกิจ เนื่องจากสัตว์น้ำในอ่าวมีปริมาณลดลง จึงจับสัตว์น้ำได้น้อยลง ขณะที่รายจ่ายในชีวิตประจำวันสูงขึ้น…..
ที่มา : โครงการวิจัยและพัฒนาชีวิตสาธารณะ-ท้องถิ่นน่าอยู่ (จังหวัดปัตตานี)
|
เรียบเรียงโดย : กองบรรณาธิการ
|
สภาพทั่วไปของอ่าวปัตตานี อ่าวปัตตานี (Pattani Bay) เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ชายฝั่งทะเลของจังหวัดปัตตานี มีลักษณะเป็นอ่าวเปิดของทะเลและตั้งอยู่ในเขตการปกครอง 3 อำเภอ คือ อำเภอเมือง หนองจอกและยะหริ่ง อ่าวปัตตานีเป็นลักษณะอ่าวกึ่งปิด ( Semi–enclose ) มีจะงอยปากอ่าวที่เรียกว่า แหลมตาชีหรือแหลมโพธิ์ยื่นออกไปในแนวตะวันตก – ตะวันออก ก่อตัวเป็นแนวสันทรายยื่นออกไปในทะเล ในแนวที่เกือบขนานกับพื้นดิน โอบล้อมพื้นที่ตอนในของอ่าวในลักษณะสันดอย ส่วนปลายของแหลมโพธิ์โค้งงอเข้าหาชายฝั่งคล้ายตะขอ มีความยาวประมาณ 18.5 กิโลเมตร ทำให้ภายในอ่าวได้รับการป้องกันจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือส่วนกว้างสุดของแหลมอยู่ที่บูดี กว้าง 1.6 กิโลเมตร และส่วนที่แคบที่สุดอยู่ที่บ้านตะโล๊สะมิแล กว้าง 70 เมตร อ่าวปัตตานีเป็นอ่าวน้ำตื้น มีความลึกเฉลี่ย 1.2 เมตร อ่าวปัตตานีมีพื้นที่ทั้งสิ้นประมาณ 70 กิโลเมตร แบ่งเป็นพื้นที่ภายในอ่าว 54 กิโลเมตร และพื้นที่ปากอ่าว 20 ตารางกิโลเมตร |
|
อ่าวปัตตานีเป็นอ่าวที่มีอัตราการตกตะกอนสูง โดยได้รับอิทธิพลจากแม่น้ำสำคั 2สาย คือ แม่น้ำยะหริ่ง และแม่น้ำปัตตานี แม่น้ำทั้งสองสายมีน้ำจืดไหลลงสู่ทะเลประมาณวันละ 3.7 ล้านลูกบาศก์เมตร นอกจากนั้นยังได้รับน้ำจากคลองเล็กๆอีกหลายสายได้แก่ คลองบ้านดี คลองโต๊โสม คลองสุไหงปาแน คลองปาปิรีฯลฯ จึงเกิดดินดอนที่มีลักษณะเป็นหาดโคลนกว้างให่ พัฒนาการมาเป็นป่าชายเลนที่สมบูรณ์ ภายในอ่าวมีกระแสน้ำหมุนเวียนน้อยเนื่องจากมีสันทรายของแหลมโพธิ์ขวางกั้นกระแสน้ำจากภายนอกอ่าว การหมุนเวียนของน้ำจึงมีเฉพาะภายในอ่าว นอกจากนั้นน้ำจืดที่ไหลจากแม่น้ำปัตตานีมีประมาณ 3 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ส่วนให่ลงปากอ่าวออกสู่ทะเลนอก โดยมีเพียงส่วนน้อยที่ไหลเวียนเข้าไปในอ่าว การหมุนเวียนของน้ำจึงมีเฉพาะภายในอ่าว ขณะที่แม่น้ำยะหริ่งมีปริมาณน้ำจืดลงสู่อ่าวน้อย ประมาณ 0.7 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน น้ำจืดจากแม่น้ำทั้งสองสายทำให้น้ำในอ่าวมีสภาพกร่อยและผันแปรตามฤดูกาล ตะกอนที่ตกทับถมในก้นอ่าวทำให้อ่าวตื้นเขินและชายฝั่งบริเวณนี้มีพื้นที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดพื้นที่หาดโคลน หาดเลนเป็นบริเวณกว้าง ก่อให้เกิดป่าชายเลนกระจายอยู่ตลอดแนวชายฝั่งรอบอ่าวปัตตานี ระบบการหมุนเวียนของน้ำ ระบบนิเวศหาดเลน ป่าชายเลน เหล่านี้เป็นกลไกช่วยส่งเสริมผลผลิตทางชีวภาพและช่วยรักษาเสถียรภาพระบบนิเวศน์อ่าวปัตตานีโดยรวม อ่าวจึงมีความสมบูรณ์ทางชีวภาพสูง ทำให้เป็นแหล่งอนุบาลและเพาะพันธุ์สัตว์น้ำที่สำคันานาชนิด และมีทรัพยากรอื่นๆที่เป็นองค์ประกอบของระบบนิเวศน์ชายฝั่ง เช่น ห้าทะเล สาหร่ายทะเล นกน้ำ หาดโคลน หาดทราย ป่าชายหาด ป่าสันทราย เป็นต้น |
สภาพพื้นที่รอบอ่าวซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่มริมทะเล (ประกอบด้วยหาดทราย หาดเลน ที่ราบลุ่มน้ำทะเลขึ้นถึง ที่ราบลุ่มน้ำทะเลเคยท่วมถึง สันทรายเก่าและบริเวณตะกอนน้ำพัดพา) และระบบนิเวศน์ของอ่าวจึงเป็นทำเลที่เหมาะแก่การตั้งถิ่นฐานของชุมชนทั้งที่อยู่บนฝั่ง บริเวณชายฝั่งและในทะเล ทรัพยากรเหล่านี้ได้กลายเป็นแหล่งที่ทำกินและที่มาของกิจกรรมการดำรงชีพของผู้คนในชุมชน อาทิ การประมง การทำสวนมะพร้าว ทำนาเกลือ ทำนาข้าว ทำนากุ้ง แปรรูปสัตว์น้ำ
|
|
|
สภาพชุมชนรอบอ่าวและการใช้ประโยชน์
จากการเก็บข้อมูลหมู่บ้านรอบอ่าวปัตตานี พบว่าในบริเวณอ่าวปัตตานีมีการประกอบอาชีพที่ต้องการอิงการใช้ประโยชน์จากอ่าว ได้แก่ – การทำประมงด้วยเครื่องมือและขนาดต่างๆกัน แตกต่างไปตามลักษณะทำเลและแหล่งจับสัตว์น้ำ – การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง ได้แก่ การทำนากุ้งรอบบริเวณอ่าว การเลี้ยงปลาในกระชัง การเลี้ยงหอยแมลงภู่ เลี้ยงหอยแครง – การทำนาเกลือ มีการผลิต 2 รอบในหนึ่งปี คือช่วงเดือนมกราคม-เมษายนและมิถุนายน-กันยายน – เก็บสาหร่าย มีผลผลิตตลอดปี แต่มากน้อยต่างกันตามฤดูกาล โดยพบมากในช่วงเดือกุมภาพันธ์-เมษายน และมีน้อยในช่วงเดือนธันวาคม-พฤศจิกายน เพราะเป็นฤดูมรสุมมีลมแรงจัด
สภาพชุมชนรอบอ่าวมีการพึ่งพิงทรัพยากรธรรมชาติค่อนข้างสูง กิจกรรมและวิถีชีวิตชุมชนจึงมีความสัมพันธ์กับฤดูกาลและการเปลี่ยนแปลงของดินฟ้าอากาศ
นอกจากการประกอบอาชีพดังกล่าว พบว่ายังมีการตั้งโรงงานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการแปรรูปผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำบริเวณพื้นที่รอบอ่าวซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี และมีท่าเทียบเรือซึ่งใช้เป็นจุดรับส่งสัตว์น้ำจากการประมงที่สำคัญแห่งหนึ่งของอ่าวไทย
|
|
|
|
ทำมาหากิน |
สภาพปัญหาของอ่าวและชุมชนรอบอ่าวปัตตานีเป็นอย่างไร
ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรอ่าว
|
|
|
การอพยพไปขายแรงงานในมาเลเซียเป็นผลกระทบมาจากปัญหาของอ่าวและชุมชนรอบอ่าวปัตตานีหรือไม่
เกิดผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวประมงพื้นบ้านในชุมชนรอบอ่าว ที่ต้องประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ เนื่องจากสัตว์น้ำในอ่าวมีปริมาณลดลง จึงจับสัตว์น้ำได้น้อยลง ขณะที่รายจ่ายในชีวิตประจำวันสูงขึ้น ทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงดูครอบครัว ก่อให้เกิดภาวะหนี้สินและความยากจน ซึ่งส่งผลเป็นปัญหาลูกโซ่ที่ตามมา ได้แก่ ปัญหาการว่างงาน (โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น) การอพยพไปรับจ้างเป็นแรงงานในประเทศมาเลเซีย ปัญหาครอบครัวและยาเสพติด (ไม่มีเวลา ขาดความอบอุ่น) เป็นต้น
|
กรณีการอพยพไปขายแรงงานในประเทศมาเลเซีย คนปัตตานีและนราธิวาสประมาณคร฿่งหน฿่งต้องไปขายแรงงานในรัฐกลันตันและตรังกานู ซึ่งมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยที่การไปขายแรงงานนั้นไม่ใช่ทางออกของการหารายได้เลี้ยงครอบครัวแต่มีความจำเป็นต้องไปเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หนี้สิน โดยทั่วไปก่อนไปมาเลเซีย คนที่ไปมักจะต้องไปกู้ยืมเงินคนอื่นมา ครึ่งหนึ่งเก็บเอาไว้ที่บ้านให้ครอบครัวไว้ใช้จ่าย อีกส่วนหนึ่งติดตัวไปเป็นทุนหางานทำในมาเลเซีย เมื่อมีรายได้ก็นำมาใช้หนี้ (ปิยะ กิจถาวร และคณะ: 2543) ผู้บริโภคในจังหวัดปัตตานีมีผลกระทบอย่างไรต่อปัญหาของอ่าวและชุมชนรอบอ่าวปัตตานี เกิดผลกระทบต่อผู้บริโภคในวงกว้าง เนื่องจาก ปริมาณสัตว์น้ำที่ลดลง และคุณภาพน้ำในอ่าวที่เสื่อม ทำให้ราคาสัตว์น้ำสูงขึ้น ต้องบริโภคสัตว์น้ำในราคาแพง และมีคุณภาพต่ำลง เนื่องจากมีการปนเปื้อนของสารพิษ
|
นโยบายการแก้ปัญหาของอ่าวปัตตานีในอนาคตจะเป็นไปในทิศทางใด
|
– จัดทำปะการังเทียมแบบทั่วไปและแบบพื้นบ้านในเขตชายฝั่งอ่าวไทย เพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ – รณรงค์ให้ชาวประมงที่ใช้อวนรุนเลิกใช้เครื่องมือนั้นและหันมาใช้เครื่องมือที่ไม่ทำลายแทน – จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ของชุมชน สะสมเงินและเป็นแหล่งทุนสำหรับการประกอบอาชีพ ใช้ดอกผลมาสร้างสวัสดิการชุมชน ปัจจุบันมีกลุ่มออมทรัพย์ในเครือข่ายสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านไม่น้อยกว่า 50 กลุ่ม มีเงินสะสมไม่น้อยกว่า 30 ล้านบาท และมีสมาชิกไม่ต่ำกว่า 20,000 คน – อนุรักษ์ป่าชายเลน โดยจัดการในรูปป่าชายเลนชุมชน – ส่งเสริมกิจกรรมชุมชนต่างๆ เช่น การแปรรูปสัตว์น้ำ รวมกลุ่มทำตลาดสัตว์น้ำ ทำน้ำปลา ทำธุรกิจเรื่องมือประมง ฯลฯ – รณรงค์เพื่อการจัดการทรัพยากรชายฝั่งแบบยั่งยืน เช่น ให้ยกเลิกเครื่องมือทำลายล้างชนิดต่างๆ เช่น อวนรุน เรือไฟปั่น ปลากะตัก ให้ออกพรบ.ป่าชุมชน เป็นต้น
|
สาเหตุที่การแก้ปัญหายังไม่บรรลุผล
– เครื่องมือทำลายล้างชนิดต่างๆยังไม่มีการยกเลิก ให้ทำได้นอกเขต 3,000 เมตร แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถติดตามควบคุมได้เพราะพื้นที่กว้างขวางมาก – เจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมบางคนทุจริต รับเงินจากเรือประมงที่ทำผิดกฎหมาย ไม่จับกุมผู้กระทำผิด ถ้าจับก็เสนอลงโทษน้อยที่สุด ทำให้มีการละเมิดกฎหมายอยู่ทั่วไป – กฎหมายไม่เอื้อกับการที่ชาวประมงจะจัดการทรัพยากร เช่นไม่มีกฎหมายป่าชุมชนที่ให้อำนาจชาวบ้านจัดการอนุรักษ์ป่าชายเลน กฎหมายประมงรวมศูนย์การตัดสินใจอยู่ที่ส่วนกลาง ไม่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และประชาชนในการจัดการทรัพยากร – เครื่องมือทำลายล้างเปลี่ยนแปลงไปเป็นชนิดต่างๆได้ง่าย กฎระเบียบที่มีอยู่ (และส่วนกลางเป็นคนกำหนด) ตามไม่ทันพัฒนาการเหล่านั้น แก้ปัญหาไม่ได้ – สังคมยังไม่ตระหนักถึงความเสื่อมโทรมของทรัพยากรทางทะเลซึ่งเป็นแหล่งอาหารของประเทศ ไม่เข้าใจและไม่สนับสนุนชาวประมงพื้นบ้านในการรณรงค์เพื่อการจัดการทรัพยากรทะเลที่ยั่งยืน – รัฐไม่มีนโยบายลดเครื่องมือพาณิชย์ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นตัวทำลายทรัพยากรทางทะเลและไม่กล้าจัดการปัญหาที่กระทบกระเทือนกับประมงพาณิชย์ เพราะเป็นฐานเสียงและฐานเงินของพรรคการเมืองต่างๆ – รัฐจัดทำโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบกับทรัพยากรทางทะเลขึ้นมาเรื่อยๆ เช่นโครงการนิคมอุตสาหกรรมที่ปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเล การใช้พื้นที่ป่าชายเลน เป็นต้น**
วัฒนา สุกัณศีล , 2539. การเปลี่ยนแปลงปัญหาและทางเลือกของชุมชนประมง : กรณีศึกษาการใช้ประโยชน์จากป่าชายเลนหมู่บ้านดาโต๊ะ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี . ภาควิชาสังคมศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 77 ตอนที่ 73 วันที่ 6 กันยายน 2503 สัมภาษณ์ชาวบ้านชุมชนบ้านสะบารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี 19 ธันวาคม 2542 สัมภาษณ์ชาวบ้านตันหยงลูโล๊ะ อ.เมือง จ.ปัตตานี รายงานสรุปโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปัตตานี พ.ศ.2541 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา ปัตตานี สำนักชลประทานที่ 12 กรมชลประทาน กรงทรวงเกษตรและสหกรณ์ สัมภาษณ์ชาวบ้านบางตาวา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ผศ. นุกูล รัตนดากุล เอกสารบรรยายสรุปเขตอุตสาหกรรมปัตตานี เสนอต่อฯพณฯนายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี โดยสำนักงานบริหารเขตอุตสาหกรรมปัตตานี องค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี 19 กันยายน 2541 นายยูโซะ หะยียูโซ๊ะ สัมภาษณ์ชาวบ้านบางตาวา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี Everaats , J.M. and Seonnen , C 1987. Heavy Metals (Zn , Cu , Cd , Pb) in some benthic Invetebrate Species and in Sediment from Three Coastal Areas in Thailand and Malaysia. J. Sci. Soc. Thailand 13 (4) : 189 – 203. เอกสารการปฏิบัติงานของโครงการวิจัยพื้นที่ชุ่มน้ำ แบบบันทึกข้อมูล โครงการประกอบการจัดทำแผนแม่บทชุมชนการพัฒนาอ่าวปัตตานีตามยุทธศาสตร์การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างชาญฉลาดจังหวัดปัตตานี / แกนนำหมู่บ้าน 21 หมู่บ้าน 7 ตำบล ในอำเภอเมือง และอำเภอยะหริ่ง คำถามจากกระบวนการ Focus Group สุรพล อารีกุล และคนอื่น ๆ , โลหะหนักในลุ่มน้ำปัตตานี รูสะมิแล ปีที่ 15 ฉบับที่ 1 มกราคม – เมษายน 2536 สัมภาษณ์ นายยูโซะ เจะฮามะ สัมภาษณ์ นายวันฮามันซรีย์ เจะฮามะ สัมภาษณ์ นายดอเลาะ เจะแต สัมภาษณ์ นายมะรอนิง ตานอ สัมภาษณ์ นายอุมา สือแต เอกสารโครงการวัจัยพื้นที่ชุมชน โครงการจัดการคุณภาพน้ำและการจัดทำแผนปฏิบัติการในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคใต้และชายฝั่งทะเล . 2539. รายงานหลัก . กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม หน้า 4 – 2 ถึง 4 – 12 สัมภาษณ์ นายมะลี ก๊ะอาบู เอกสารกระบวนการของชุมชนประมงขนาดเล็กอ่าวปัตตานี กรณีโครงการพัฒนาร่องน้ำและท่าเรือปัตตานีของกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคมและจังหวัดปัตตานี พ.ศ. 2540 นสพ. ข่าวสด หน้า 28 ภูมิภาค 24 มิถุนายน 2540 นสพ.ฐานเศรษฐกิจ หน้า 24 16–17 มิถุนายน 2540 หน้า 84 – 85 นสพ.ฐานสัปดาห์วิจารณ์ ฉบับที่ 15 19–25 เมษายน 2540 หน้า 84 – 85 ชุมพรบริเวณชายฝั่งแม่น้ำปัตตานี ตั้งแต่สะพาน ปลายูโย สะบารัง โรงอ่าง และตะลูโบะ สัมภาษณ์ชาวประมงพื้นบ้านขนาดเล็กรอบอ่าวปัตตานี นางสาวลม้าย มานะการ
|
Be the first to comment on "ทำพรื้อกับอ่าวปัตตานี"