การที่จะมีองค์กรแบบ สสส.จะเป็นองค์กรที่จะค้ำจุน เป็นเสาต้นเล็ก ๆ ซึ่งมีความสำคัญ แต่ว่าจะลงลึก ที่จะทำให้รากฐานตัวนี้มันเป็นรากแก้วและขยายไปอย่างซึมลึกและเป็นประโยชน์ไปอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตามประชาชนเป็นกำลังสำคัญสำหรับคนไทยในการที่จะขับเคลื่อนในเรื่องสุขภาวะ
เรียบเรียงโดย : กองบรรณาธิการ | |||
![]() |
|||
รศ.ดร.อนุชาติ พวงสำลี
|
|||
ในการสัมมนาเรื่องเครือข่ายองค์กรสาธารณะประโยชน์ เพื่อสุขภาวะของสังคมไทย วันที่ 31 สิงหาคม 2547ที่ไบเทค บางนา มีผู้ทรงคุณวุฒิ 4 ท่านมาร่วมแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นในหลายประเด็น ได้แก่ บทบาทของ สสส. ทิศทางในอนาคตของ สสส. การเมืองกับเรื่องสุขภาวะรวมถึงประเด็นต่างๆที่น่าสนใจดังนี้ | |||
รศ.ดร.อนุชาติ พวงสำลี คณะบดี คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล | |||
ประชาธิปไตยที่สามารถกำหนดใจและอนาคตของตนเองได้
|
|||
เป็นรูปแบบของประชาธิปไตยที่เกิดขึ้นจากคนกลุ่มเล็กๆ เปรียบกับดอกไม้ดอกเล็ก ๆ คือสิ่งที่เราเริ่มคิดจากโจทย์ ปัญหาและประเด็น จากความร่วมมือของคนกลุ่มเล็กๆในท้องถิ่น ในระดับพื้นที่ที่รวมตัวกันแล้วทำหน้าที่ของความเป็นพลเมืองของเรา โดยไม่ต้องรอให้คนอื่นหรือผู้แทนของเราไปทำหน้าที่ ซึ่งความหมายของประชาธิปไตยแบบกำหนดใจตนเองกำหนดอนาคตตนเองเช่นนี้จะมีความแตกต่างกับระบบประชาธิปไตยแบบตัวแทน
|
|||
ในสังคมหนึ่งๆจะต้องมีระบบประชาธิปไตยทั้งสองระบบรวมอยู่ด้วยกัน ถ้าระบบประชาธิปไตยแบบตัวแทน มีแนวโน้มที่จะเป็นระบบประชาธิปไตยที่มีความผูกขาดมากขึ้น เป็นระบบที่จะต้องพึ่งพิงผู้นำเพียงคนเดียวมากขึ้น ระบบประชาธิปไตยแบบกำหนดใจและอนาคตตนเองจึงต้องทำหน้าที่ในการถ่วงดุลและบอกให้เห็นว่าเราต้องการอนาคต กำหนดบทบาทและสังคมของตนเอง มิใช่เป็นสิ่งที่ผู้แทนจะมาบอกเราฝ่ายเดียวเท่านั้น
|
|||
ตรงนี้ถ้าจะกล่าวถึงทุนทางสังคม ดอกไม้ดอกเล็ก ๆ ที่เปรียบเปรยตัวท่านเองท่านก็คือทุนทางสังคมที่มีความสำคัญเป็นอันมาก เพราะฉะนั้นนัยยะของการเกิดขึ้นและเติบโตของเครือข่ายของ สสส. ในวันนี้จึงเป็นนัยยะที่ไปเสริมความเข้มแข็งของเครือข่าย ภาคสังคม นอกจากเป็นการเสริมสร้างทุนทางสังคมแล้ว ปฏิบัติการที่ท่านได้ช่วยกันทำในพื้นที่จะสะท้อนสิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ เป็นปฏิบัติการที่จะทำให้พลเมืองช่วยกันยกระดับจิตสำนึกสาธารณะที่เป็นสำนึกของสาธารณะได้อย่างชัดเจน
|
|||
![]() |
|||
อ.กฤตยา อาชวนิจกุล
|
|||
อาจารย์กฤตยา อาชวนิจกุล รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยประชากรและสังคมหาวิทยาลัยมหิดล
|
|||
จริงๆ แล้ว สสส. เป็นองค์กรอิสระ แม้ว่าไม่ได้เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญก็ตาม สสส. มี พ.ร.บ. ของตัวเอง แล้ว สสส. ก็มีเงินทุนที่มันไหลมาทุกปี ไม่เหมือนองค์กรอิสระอื่น ๆ ที่ต้องไปขอเงินใคร คณะกรรมการสิทธิฯ กกต. ต้องของบประมาณจากรัฐ แต่ สสส. ไม่ต้องของบประมาณ เพราะมีพระราชบัญญัติบอกแล้วว่า ๒% จากภาษีเหล้าบุหรี่ จะต้องมาสู่กองทุนนี้ และนี่อาจจะกลายเป็นปัญหา เพราะมันดีเหลือเกินที่มันมาทุกปี และไม่ต้องอ้อนวอนขอใคร แต่ตัว พ.ร.บ. สสส.เองเราไปยึดโยงกับนักการเมือง ว่าให้ประธานมาจากนักการเมือง คือ นายกรัฐมนตรี และดิฉันเข้าใจว่านายกรัฐมนตรีไม่ว่าสมัยนี้หรือทุกๆ สมัยไหนคงไม่มีใครเป็นในแง่ทำงานจริงๆ แต่มอบหมายให้รองนายกฯ มาทำ การที่เราไปยึดโยงกับนักการเมืองตรงนั้น เดิมเราอาจจะคิดว่าสามเหลี่ยมจะเขยื้อนภูเขา แต่ว่าระบบของอำนาจทางการเมืองไทยเป็นระบบอำนาจที่มีความแตกต่างกันเยอะ
|
|||
เพราะฉะนั้นอำนาจทางการเมืองสามารถจะผลักให้สามเหลี่ยมตัวนี้เซได้ แต่รัฐบาลไม่มีสิทธิล้มได้ สิ่งซึ่งเราจะทำให้ สสส. กลับมามีพลังได้นั่นคือกระบวนการอย่างที่เรากำลังทำอยู่ในขณะนี้ แต่ว่า สสส. เองมีความจำเป็นต้องสร้างระบบการตรวจสอบภายในทุกระดับ แล้วท่านเองในแต่ละชุมชนแต่ละกลุ่มซึ่งเราเอาเงิน ซึ่งจริงๆ ไม่ได้มากกันสักเท่าไหร่นั้น ก็ต้องสร้างระบบตรวจสอบภายในตัวของเราเองขึ้นมาด้วย
|
|||
นอกจากเป็นการลงทุนในการทำงานของเราเองให้มีความเชื่อมั่น ให้มั่นใจว่าเราทำอย่างใสสะอาด ประเด็น สสส. ที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ไม่มีประเด็นทุจริตเลย แต่เป็นประเด็นเรื่องเงิน ประเด็นเรื่องอำนาจที่จะเอามาใช้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม เราซึ่งทำงานกับ สสส. และสสส. เองจำเป็นต้องทำอันนี้ และจำเป็นต้องทำอย่างเร่งด่วน
|
การเมืองกับเรื่องสุขภาวะ |
การเมืองไทยเป็นการเมืองซึ่งรัฐธรรมนูญปัจจุบันของเราเป็นรัฐธรรมนูญที่สนับสนุนระบบทุนนิยมแบบเสรีนิยมแล้วแข่งขันเป็นประเด็นที่สำคัญ เพราะฉะนั้นรัฐบาลชุดนี้ก็เป็นรัฐบาลที่มาใช้กลไกของรัฐธรรมนูญให้เป็นประโยชน์กับตัวเองมากที่สุดแล้วสอดคล้องกับเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ เพราะว่าเป็นรัฐบาลที่มีทุนเยอะจากการที่เขาเป็นรัฐบาลที่มีทุนเยอะสามารถจะไต่เต้าขึ้นสู่อำนาจได้
|
เพราะฉะนั้นจึงเกิดการควบรวม พรรคการเมืองจำนวนมากให้เข้ามา เพื่อจะมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดมากขึ้น มีระบบวิธีคิดตายตัวแต่คำพูดเปลี่ยนแปลงไปได้เรื่อยๆ ก็คือกำไรสูงสุด GDP เป็นตัวชี้ขาด รัฐบาลชุดนี้ประสบความสำเร็จในแง่เศรษฐกิจ ในแง่ของการทำให้ GDP ขยายตัว แต่ในรายละเอียดนั้นก็มีนักเศรษฐศาสตร์หรือนักวิชาการหลายท่านพูดไปแล้วว่า ถ้าเราไปดูในแต่ละภาคอุตสาหกรรม แต่ละอันๆ หรือภาคการเกษตรกรรมแล้ว
|
ท่านจะเห็นได้ชัดเจนว่าที่โตนั้นไปโตที่ไหนบ้าง ภาคอุตสาหกรรม ไปโตกองกับคนไม่เกิน 2 พันคน ซึ่งไม่ใช่พวกเรา แล้วเราก็ไม่ต้องการโตแบบนั้น เพราะฉะนั้นนี่คือภาพส่วนหนึ่งเป็นภาพรวม และรัฐบาลฉลาดที่จะใช้เงิน รัฐบาลทำสงครามกับยาเสพติด แต่รัฐบาลให้ยาเสพติดตัวใหม่กับประชาชน คือเอาเงินไปให้เรา นโยบาย SML จะเป็นยาเสพติดสำหรับเรา และเป็นอันตรายในอนาคตอย่างยิ่ง นายกฯ สั่งเอาเงินไปให้ตรงนั้นตรงนี้ แล้วก็ไม่มีใครที่เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่จะลุกขึ้นมาบอกว่าทำอย่างนี้ไม่ได้ ซึ่งจริงๆ ในข้อเท็จจริงแล้วทำไม่ได้ แล้วเงินมาจากไหน แล้วระบบวิธีการใช้เงินแบบนี้เรามั่นใจได้อย่างไร กับเพียงแค่ สสส. ซึ่งไม่ได้ทำผิดหรือทุจริต ยังถูกตั้งคำถามขนาดนี้
|
อ.กฤตยา ยังได้กล่าวอีกว่า ประชาชนต้องกลับไปตั้งคำถามกับคนดีที่สื่อตั้งให้ว่าไม่เคยเสื่อม รวมถึงการกินเงินอยู่เรื่อง ๖,๒๐๐ ล้าน เขื่อนคลองท่าด่าน และอื่นๆ ทำไมไม่ขยับ รัฐบาลทำให้ตัวเลข GDP โต แต่รัฐบาลล้มเหลวอย่างยิ่งเรื่องการปฏิรูปการศึกษา รัฐบาลล้มเหลวในการปฏิรูปสุขภาพอย่างแท้จริง เพราะว่าเรื่อง ๓๐ บาท เป็นเรื่องหาเสียงโดยแท้ แต่ดิฉันไม่ได้ปฏิเสธว่านโยบาย ๓๐ บาทประชาชนได้ประโยชน์ แต่รัฐบาลเลือกที่จะทำตรงนี้เพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อตนเอง
|
เพราะฉะนั้นอยากสรุปว่า โดยทั้งหมดแล้วระบบวิธีคิดของพรรคการเมืองปัจจุบันที่มีอำนาจคิดแบบทุนนิยมซึ่งไม่ได้พึ่งตัวเองทำให้เราซึ่งต้องการที่จะพึ่งตัวเองหรือต้องการที่จะมีอำนาจในการกำหนดใจตนเองในเรื่องของเราในท้องถิ่นของเราทำได้ด้วยความยากลำบาก เรากำลังจะก้าวไปสู่ยุคเชื่อผู้นำ เราพ้นภัย แต่ชาติจะเป็นอย่างไรเราไม่รู้
|
ดังนั้นการที่จะมีองค์กรแบบ สสส.จะเป็นองค์กรที่จะค้ำจุน เป็นเสาต้นเล็ก ๆ ซึ่งมีความสำคัญ แต่ว่าจะลงลึก ที่จะทำให้รากฐานตัวนี้มันเป็นรากแก้วและขยายไปอย่างซึมลึกและเป็นประโยชน์ไปอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตามประชาชนเป็นกำลังสำคัญสำหรับคนไทยในการที่จะขับเคลื่อนในเรื่องสุขภาวะ
|
|
![]() |
|
อ.บัญชร แก้วส่อง
|
|
อ.บัญชร แก้วส่อง ที่ปรึกษาคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคอีสาน |
|
ทิศทางข้างหน้าของ สสส. ไม่ใช่เป็นเพียงแหล่งทุนที่ให้ชาวบ้านเข้าไปทำงานเล็กน้อย ๆ สนุกสนานกันไป แต่ควรจะเป็นทุนที่ไปสร้างพลังของประชาชนและพลังประชาชนนั้นนำมาเกาะเกี่ยวกับ ไม่ใช่พลังแยกส่วน โดดเดี่ยว สังคมไทยเป็นสังคมรวมหมู่ ไม่ใช่สังคมปัจเจก ยกตัวอย่างการกินข้าวให้ดูแล้ว โดยธรรมชาติเป็นสังคมรวมหมู่ ทำอะไรด้วยกัน เพราะฉะนั้นมันต้องมีโซ่ร้อยการเกาะเกี่ยว โซ่ที่จะร้อยได้ต้องหาโซ่ทางวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็น พระ ผี เป็นเรื่องสำคัญ พระมีคุณค่าของการร้อย ผีก็มีคุณค่าของการร้อย เพราะฉะนั้นถ้าใช้ทั้งพระและผี มาช่วยร้อย สุขภาพใจของคนดีขึ้นมากครับ ไปไหว้ผีก็รู้สึกมีพลัง ได้ไหว้ปู่ ย่า ตา ยาย ก็คิดถึง ตรงนี้พลังรวมหมู่ก็จะเกิดขึ้น ดังนั้นทิศทางข้างหน้าของ สสส. ควรเป็นทิศทางที่เชื่อมร้อย แล้วในขณะเดียวกันพลังที่เกิดขึ้นจากงาน สสส. น่าจะหยิบไปใช้ในการขับเคลื่อนและเปลี่ยนแปลงนโยบายด้วย
|
|
![]() |
|
ศ.นพ. ประกิต เวทีสาธกกิจ
|
|
ศ.นพ. ประกิต เวทีสาธกกิจ |
|
สสส.ทำให้เกิดประชาสังคม
|
|
การเมืองทำให้มันเปลี่ยนไปได้แต่อยู่ที่พวกเราว่าสิ่งที่เราได้มา ผมจะไม่บอกว่าใช้ด้วยความลำบาก ๖-๗ ปีที่ผ่านมามันเป็นเรื่องเล็กมันผ่านไปแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญคือมันเกิดขึ้นมาแล้วเป็นประโยชน์ต่อสังคมไทย เราจะให้มันหายไปหรือ เราจะให้มันเปลี่ยนไปหรือ เรามีวิธีอย่างไรที่จะให้คงอยู่ และทำงานอย่างเจตนารมณ์ที่เป็น ทันที่ที่ผมถูกปลดจากตำแหน่ง สิ่งที่ตามมาคือบอกว่าต้องมีการเปลี่ยนหลักเกณฑ์ ทบทวนหลักเกณฑ์ ประทานโทษครับหลักเกณฑ์ที่เป็นอยู่เสียหายอย่างไร ฝ่ายการเมืองเอาผมไม่ได้ง่ายๆ ครับ นั่นคือเห็นชัดแล้วครับ นั่นคือเบื้องหลังของการที่มีปัญหาตรงนี้ ผมก็คงจะไม่กล่าวอะไรมากนะครับ ยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าได้เห็นประโยชน์ สสส.ที่มีต่อการพัฒนาด้านสุขภาพ และด้านการพัฒนาประชาสังคมของประเทศไทย
|
|
ผมหวังว่าฝ่ายการเมือง เรามีประธาน ๒ ท่านแรกไม่มีปัญหา ท่านเข้าใจ พูดกันรู้เรื่อง แต่พอมาเจอคนที่ไม่เข้าใจมันก็เกิดเรื่องเหล่านี้ ดังนั้นขออย่ามองฝ่ายการเมืองว่ามีปัญหาไปเสียหมด คนที่เข้าใจก็มีเยอะและก็อาจเยอะกว่าด้วย แต่เพียงคนหนึ่งคนที่ไม่เข้าใจก็เกิดปัญหาใหญ่หลวง สิ่งที่สำคัญกว่าคือช่วยกันรักษา สสส. ไว้ครับ สสส.จะต้องอยู่ได้ด้วยเจตนาเดิม
|
|
|
Be the first to comment on "บทบาทของ สสส. และทิศทางในอนาคต"