ปฏิญญาว่าด้วยสิทธิชุมชนท้องถิ่น : ฐานปฏิรูปการเมือง

สังคมการเมืองไทยตกอยู่ภายใต้กระแสอํานาจนิยมที่ว่านี้ ในทํานองเดียวกันกับสังคมอื่นๆ ในภูมิภาคฐานทรัพยากรธรรมชาติเขตร้อนของโลก อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ โดยมีเป้าหมายเพื่ออํานาจครอบครองครอบงําของมหาอํานาจทุนอุตสาหกรรมตะวันตกมาตั้งแต่ต้น โดยนัยนี้เอง ประเด็นปัญหาหลักของผลกระทบยังความสูญเสียต่อชีวิตความเป็นอยู่ อันเป็นสิทธิขั้นมูลฐานของ…

ปฏิญญาว่าด้วยสิทธิชุมชนท้องถิ่น : ฐานปฏิรูปการเมือง

 

. การประชุมเวทีสาธารณะเรื่องสิทธิชุมชน :มิติการปฏิรูปการเมือง๑๔๑๕ กรกฎาคม ๒๕๔๙ ณ สภาคริสตจักรในประเทศไทยนี้ ถือเปนการปดทายตอจากการสัมมนาในหัวขเปดศักราชสิทธิชุมชน๒ ครั้ง เมื่อ ๑๒ มีนาคม ๒๕๔๔ และ ๑๑๑๒ ธันวาคม ๒๕๔๖ ณ ศูนยมานุษยวิทยาสิรินธร ทั้งสามครั้ง เปนผลสรุปจากงานวิจัยชุดโครงการสิทธิมนุษยชนไทยในสถานการณสากลกับชุดโครงการสิทธิชุมชนศึกษาตามลําดับ ซึ่งเปนการตอเนื่องและเสริมซึ่งกันและกัน

. การดําเนินงานโครงการศึกษาวิจัยดังกลาวนี้ มีวัตถุประสงคเพื่อแสวงขอมูลและความรูความเขาใจถึงโครงสรางและกระบวนการปฏิสัมพันธของสังคมการเมือง ๓ ระดับ คือระดับนานาชาติและระดับรัฐประชาชาติ ลงไปยังระดับมวลชุมชนรากหญา ซึ่งไมเปนที่ยอมรับในสถานะความเปนเอกลักษณและสิทธิในความเปนตัวตน ภายใตระบบนิติศาสตรการเมืองในกรอบของอํานาจอธิปไตยแหงรัฐประชาชาติตามที่ยึดถือกันในปจจุบัน พรอมทั้งวิเคราะหประเมินผลกระทบตอสิทธิมนุษยชน ซึ่งสําหรับงานวิจัยนี้ ถือเปนเกณฑคุณคาวัดระดับความมั่นคงและความกาวหนาของมวลมนุษยชาติ

 

. งานศึกษาวิจัยนี้ พยายามทําความเขาใจเกี่ยวกับความหมายและขอบขายของสิทธิมนุษยชนยอนไปในอดีต เปนที่ยืนยันไดชัดเจนวา มีความเปนพลวัต และมีพัฒนาการอยูเสมอ ตามบริบทเศรษฐกิจการเมืองที่แปรเปลี่ยนไป มิใชคงที่ตายตัวอยางที่ยึดมั่นถือมั่นกันดุจนิกายศาสนาในวัฒนธรรมตะวันตก เพราะเหตุจากความยึดมั่นถือมั่นนี้เอง สิทธิมนุษยชนของตะวันตก จึงเสื่อมถอยลงไปเปนเพียงเรื่องของอํานาจกดขี่เบียดเบียน ดังที่แสดงออกในรูปของจักรวรรดินิยมเศรษฐกิจตลาดเสรี ซึ่งแผขยายอํานาจออกไปทั่วโลก หรือตามที่เรียกรวมๆ กันไปวา โลกาภิวัตน

 

. สังคมการเมืองไทยตกอยูภายใตกระแสอํานาจนิยมที่วานี้ ในทํานองเดียวกันกับสังคมอื่นๆ ในภูมิภาคฐานทรัพยากรธรรมชาติเขตรอนของโลก อันอุดมสมบูรณไปดวยความหลากหลายทางชีวภาพ โดยมีเปาหมายเพื่ออํานาจครอบครองครอบงําของมหาอํานาจทุนอุตสาหกรรมตะวันตกมาตั้งแตน โดยนัยนี้เอง ประเด็นปญหาหลักของผลกระทบยังความสูญเสียตอชีวิตความเปนอยูอันเปนสิทธิขั้นมูลฐานของมวลชนในชุมชนทองถิ่นรากหญา รวมทั้งบูรณภาพความยั่งยืนของฐานทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งประกอบเปนปจจัยสี่เพื่อการดํารงชีวิตของมวลชนเหลานี้ ในขณะเดียวกัน ชนชั้นนําไทยในยุคสมัยใหมโดยผลจากการศึกษาและกระบวนการปลูกฝงทางวิชาชีพวิชาการ ก็ตั้งตนเปนชนชั้นอํานาจเหนือมวลชุมชนรากหญา และเขามาควบคุมจัดการใชประโยชนในนามของสิทธิอธิปไตยเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแหงรัฐ กอใหเกิดสภาวะแปลกแยกชัดเจน ภายในของสังคมการเมืองไทย

 

 

. ภายใตสถานการณบั่นทอนทําลายตอทั้งสิทธิในชีวิตและบูรณภาพความยั่งยืนของฐานทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพ อันทรงคุณคาความสําคัญตอโลกโดยสวนรวม เชนนี้ ประกอบกับกระแสขบวนการเรียกรองสิทธิในหมูมวลชุมชนรากหญา ซึ่งขยายวงกวางขวางตอเนื่องและเขมขน สถานะความเปนตัวตนผูทรงสิทธิของชุมชนทองถิ่น จึงปรากฏตนเปนที่รับรูรับรองกวางขวางขึ้นโดยลําดับ ทั้งในแวดวงวิชาการและองคการโลกอยางเชน สหประชาชาติ ซึ่งกอตั้งขึ้นเพื่อสรางเสริมสันติภาพและสิทธิมนุษยชน ทั้งหลายทั้งปวงเหลานี้ เปนเหตุผลที่ชุดโครงการวิจัยสิทธิมนุษยชนไทยในสถานการณสากลหยิบยกขึ้นมาเปนประเด็นหลัก และพัฒนาตอมาเปสิทธิชุมชนศึกษาดังที่เอยอางถึงขางต

 

. ในที่สุด โดยผลของกระแสมหาชนเรียกรองการปฏิรูปการเมือง ๒๕๓๕๔๐ สิทธิชุมชนฐานทรัพยากรทองถิ่น จึงไดรับการบรรจุประกอบเปนสวนหนึ่งของสิทธิและเสรีภาพของของชนชาวไทยภายใตรฐธรรมนูญฉบับประชาชน๒๕๔๐ โดยเฉพาะอยางยิ่งสิทธิอนุรักษหรือฟนฟูจารีตประเพณี ภูมิปญญาทองถิ่น ศิลปะ หรือวัฒนธรรมอันดีของทองถิ่นและของชาติ และมีสวนรวมในการจัดการ การบํารุงรักษา และการใชประโยชนจากทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอมอยางสมดุลและยั่งยืน (มาตรา ๔๖) “สิทธิของบุคคลที่จะมีสวนรวมกับรัฐและชุมชนในการบํารุงรักษา และการไดประโยชนจากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ และในการคุมครอง สงเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอม เพื่อใหดํารงชีพอยูไดอยางปกติและตอเนื่อง ในสิ่งแวดลอมที่จะไมอใหเกิดอันตรายตอสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพ หรือคุณภาพชีวิตของตน “(มาตรา ๕๖) และบุคคลยอมมีสิทธิไดรับขอมูลคําชี้แจงและเหตุผลจากหนวยราชการ หนวยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการสวนทองถิ่น กอนการอนุญาตหรือการดําเนินการโครงการ หรือกิจกรรมใดที่อาจมีผลตอคุณภาพสิ่งแวดลอม สุขภาพอนามัย คุณภาพชีวิต หรือสวนไดเสียสําคัญอื่นใดที่เกี่ยวกับตนหรือชุมชนทองถิ่น และมีสิทธิแสดงความคิดของตนในเรื่องดังกลาว” (มาตรา ๕๙)

 

. นับเปนครั้งแรกที่เอกลักษณความเปนตัวตนของจารีตประเพณี ภูมิปญญาทองถิ่น ศิลปะหรือวัฒนธรรมอันดีของทองถิ่น ไดรับการรับรูรับรองตามรัฐธรรมนูญ อันเปนกฎหมายสูงสุดของประเทศ รวมทั้งมีความหมายความสําคัญในแงของการกระจายอํานาจสูชุมชนทองถิ่นอันเปนรากฐานของระบอบประชาธิปไตย

 

. ดังเปนที่ทราบกัน หลักการสิทธิชุมชนเปนอันตองเปนหมันไปเกือบจะในทันทีที่ประกาศใชรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนวยเหตุหลักๆ อยางนอย ๓ ประการ คือประการแรก การที่ตองถูกกํากับไววยขอบัญญัติทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติซึ่งหมายถึงวา สิทธิชุมชนทองถิ่นตามรัฐธรรมนูญยังตองขึ้นอยูกับกฎหมายธรรมดาที่บัญญัติขึ้นจากศูนยอํานาจกลาง ประการที่สอง ปมปญหาวัฒนธรรมทางการเมืองใน

 

ระบบนักเลือกตั้งและวัฒนธรรมการอุปถัมภอันเปนบอเกิดของการทุจริตคอรัปชั่นทั้งปวง และประการที่สาม เปนปมปญหาจากภายในของบรรดาชุมชนทองถิ่นเองที่ยังขาดการจัดตั้งรวมตัวเปนเครือขายอันหนึ่งอันเดียวกัน จึงเปนชองทางใหอํานาจอิทธิพลและผลประโยชนจากภายนอกกอความแปลกแยกและแตกแยกไดโดยงาย

 

. สถานการณบั่นทอนทําลายสิทธิชุมชนทองถิ่นเปนไปอยางเปนระบบขึ้น เมื่อกลุมทุนขนาดใหญพรอมดวยเสนสายโยงใยกับกลุมทุนเศรษฐกิจใหมระดับชาติและขามชาติ ทั้งภายในและภายนอก ไดโอกาสกาวขึ้นสูอํานาจดวยชัยชนะการเลือกตั้งกุมเสียงขางมากเด็ดขาดในรัฐสภา เปนชองทางใหตั้งตัวเองขึ้นเปนระบบอํานาจเบ็ดเสร็จของรัฐบาลพรรคเดียว เหนือกฎกติกาใดๆ ตามรัฐธรรมนูญเพื่อสงเสริมและคุมครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน นั่นก็คือ รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนเปนอันตองถูกลมลางไปโดยสิ้นเชิง จะมีหลงเหลืออยูาง ก็เฉพาะในสวนที่เสริมสงระบอบอํานาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ในแบบฉบับที่แทบไมผิดเพี้ยนไปจากประชาธิปไตยรวมศูนย” (Democratic Centralism) ที่เคยใชปฏิบัติมาในระบอบสหภาพโซเวียตสมัยสงครามเย็น

 

๑๐. บนพื้นฐานของอํานาจเบ็ดเสร็จในทวงทํานองประชาธิปไตยรวมศูนยนี้เอง เราจึงไดเห็นการดําเนินนโยบายมาตรการแบบประชานิยมโดยการหวานกระจายเงินงบประมาณของแผนดินลงไปในชนบท ซึ่งโดยสาระกคือ กุศโลบายการตลาดเพื่อสรางกําลังซื้อในหมูประชาชนรากหญานั่นเอง และในขณะเดียวกันกับที่เปดประตูใหพันธมิตรทุนชาติและขามชาติไดเขามาครอบครองครอบงําเศรษฐกิจไทย และฐานทรัพยากรธรรมชาติ ดังกรณีตัวอยางโดดเดน อยางเชน รางกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษ การเจรจาความตกลงการคาเสรี การขยายอาณาบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิออกไปเปนมหานคร ซึ่งลวนแลวแตงผลกระทบเลวรายตอชีวิตและคุณภาพชีวิตของชุมชนทองถิ่น และฐานทรัพยากรสวนรวมของทองถิ่นทั้งสิ้น ในประการสําคัญ ขัดตอเจตนารมณและบทบัญญัติรัฐธรรมนูญดังกลาวขางต

 

๑๑. การดําเนินนโยบายและอภิมหาโครงการเหลานี้ เปนไปโดยปราศจากความโปรงใส ขัดตอหลักการธรรมาภิบาล และขาดการกลั่นกรองตรวจสอบจากสถาบันรัฐสภาภายใตการครอบงําของเสียงขางมากเดดขาด เปดชองใหเกิดการทุจริตคอรัปชั่นอยางกวางขวาง ทั้งในภาคราชการและภาคเอกชน เปนเหตุใหเกิดกระแสการวิพากษอตาน ซึ่งขยายวงออกไปอยางรวดเร็ว จนกลายเปนวิกฤตรุนแรงทางการเมือง และกระแสเรียกรองการปฏิรูปการเมืองอีกวาระหนึ่งในชั่วเวลาไมถึง ๙ ปของการประกาศใชรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน

๑๒.ความคิดอานปฏิรูปการเมือง จําเปนอยางยิ่งที่จะตองคํานึงถึงบทเรียนจากการปฏิรูปการเมือง ๒๕๓๕๔๐ จนบรรลุผลไดรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนรับรองสิทธิเสรีภาพคอนขางสมบูรณโดย

 

ครอบคลุมไปถึงสิทธิชุมชนทองถิ่นดังกลาวขางตน หากแตไมเกิดผลใชบังคับอะไรจริง เพราะภายใตโครงสรางที่เปนอยูตกอยูในอุงอํานาจเบ็ดเสร็จของศูนยอํานาจกลาง อยางที่ทราบกนดี ดังนั้น กระบวนการวิธีการปฏิรูปการเมืองรอบสองนี้ จึงตองเปนไปโดยเปดโอกาสชองทางใหมวลสมาชิกชุมชนทองถิ่นเลือกผูแทนของตนเขามามีบทบาทโดยตรง ไมใชเพียงอาศัยผูรูผูเชี่ยวชาญจัดทํารางรัฐธรรมนูญสําเร็จรูปขึ้น แลวนําไปเสนอใหมีการประชาพิจารณ “ซึ่งก็เปนรูปแบบที่ดีไมไดผิดอะไร เพียงแตาไมไดเปนการเสริมสรางสํานึกของความเปนเจาของเพียงพอที่จะปกปองสิทธิตามรัฐธรรมนูญดวยตนเองโดยตรง

 

๑๓. รวมความแลว การปฏิรูปการเมืองจะตองประกอบดวยทั้งหลักการเนื้อหาสาระ และกระบวนวิธีการมีสวนรวมโดยตรงของมวลชุมชนทองถิ่น สวนจะกระทําในรูปแบบใด ก็เปนเรื่องที่พึงตองพิเคราะหกําหนดลูทางปฏิบัติกันตอไป

 

๑๔. กลาวโดยเฉพาะถึงหลักการเนื้อหาสาระของสิทธิชุมชนปฏิญญาเพื่อการปฏิรูปการเมืองนี้ ขอยืนยันในประเด็นที่เคยแสดงไวตามปฏิญญาวาดวยสิทธิชุมชนทองถิ่น : รากเหงาประชาธิปไตยมิถุนายน ๒๕๓๕ ซึ่งเปนผลสืบเนื่องจากงานวิจัยเชิงปฏิบัติการ เรื่องาชุมชนในประเทศไทย : แนวทางการพัฒนาโดยขยายเพิ่มเติมประเด็นใหมๆ เกี่ยวของกับปญหาเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชวง ๑๕ ปหลังจากนั้นโดยเฉพาะเกี่ยวกับสิ่งที่ทึกทักกันวาเปนสิทธิขาดในทรัพยสินทางปญญา ภายใตอิทธิพลจากเทคโนโลยีชีวภาพ และธุรกิจการค

 

๑๕. หลักการเนื้อหาสาระของสิทธิชุมชนทองถิ่น อาจประมวลเปนประเด็นสิทธิชุมชนทองถิ่นตางๆ ที่เกี่ยวเนื่องกันดังนี้ :

๑๕.๑ ทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพเปนของปวงชน รัฐและชุมชนทองถิ่นมีหนาที่รวมกันในการอนุรักษและพัฒนาการใชประโยชนอยางยั่งยืน

๑๕.๒ สิทธิชุมชนทองถิ่น พึงไดรับการสถาปนาสงเสริมจากรัฐดวยการกระจายอํานาจหนาที่ การบริหารจัดการ และสามารถแสดงออกซึ่งสิทธิเสียงไดตามรัฐธรรมนูญ

๑๕.๓ บรรดาขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี วัฒนธรรมและกฎเกณฑการจัดการทรัพยากรปาที่ชุมชนถือปฏิบัติเปนวิถีชีวิตสืบเนื่องกันมา ถือเปนสิทธิชุมชนทองถิ่นที่รัฐพึงใหการรับรองเปนสวนหนึ่งของนโยบายแหงชาติ

๑๕.๔ สิทธิชุมชนที่วานี้ จะตองปราศจากการแทรกแซงจากรัฐ

๑๕.๕ รัฐพึงทบทวนกฎหมายและนโยบายทั้งหมดที่เกี่ยวของกัน การจัดการทรัพยากรป

๑๕.๖ รัฐพึงทบทวนนโยบายและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ และปรับแกไขใหไปในทิศทางที่เปนเสรี สมดุล ยั่งยืน และเปนธรรม

 

 

๑๕.๗ ชุมชนทองถิ่นในฐานะเปนผูดูแลและอนุรักษและพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติอันเปนตนทุนของคนทั้งชาติ พึงตองไดรับการสงเสริมสนับสนุนดานเงินอุดหนุน

๑๕.๘ สิทธิที่จะควบคุมการเขาถึงและแสดงความเปนเจาของในพันธุพืช และแรธาตุอันจําเปนยิ่งยวดตอวัฒนธรรมของชุมชนทองถิ่น

๑๕.๙ สิทธิในมาตรการพิเศษเพื่อคุมครอง และพัฒนาวิทยาศาสตรเทคโนโลยี และการแสดงออกทางวัฒนธรรมของชุมชนทองถิ่นรวมไปถึงทรัพยากรมนุษยและทรัพยากรทางพันธุกรรมอื่นๆ เมล็ดพันธุยา ความรูในคุณสมบัติของพืชและสัตวจารีตมุขปาฐะ วรรณกรรม งานออกแบบ และทัศนศิลปและศิลปะการแสดง

๑๕.๑๐ สิทธิในคาสินไหมทดแทนที่เปนธรรมเหมาะสมสําหรับการอันใดก็ตามที่กอใหเกิดผลกระทบคุกคามในทางสภาพแวดลอม เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม หรือจิตวิญญาณ

 

๑๖. เพื่อใหสัมฤทธิผลตามหลักการและเนื้อหาของสิทธิชุมชนทองถิ่นดังกลาว บรรดาชุมชนทองถิ่นทั่วประเทศทั้งในระดับของชุมชนฐานทรัพยากรและในระดับเขตการปกครองทองถิ่นพึงประสานรวมมือรวมใจกัน เพื่อเขามีสวนรวมในกระบวนการปฏิรูปการเมือง และควบคุมดูแลใหสิทธิตามรัฐธรรมนูญบังเกิดผลบังคับอยางแทจริงในทางปฏิบัติ

 

๑๗. ควบคูไปกับการรวมตัวเตรียมการเขารวมกระบวนการปฏิรูปการเมืองโดยตรง มวลชุมชนทองถิ่นทั่วประเทศ พึงรวมตัวรวมใจกันจัดตั้งสมัชชาสิทธิชุมชนขึ้นเพื่อสงเสริมใหกระจายอํานาจไดเปนมรรคเปนผลอยางแทจริงในการปกปองคุมครองฐานทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพอันเปนตนทุนของชาติ

๑๘.ปฏิญญาวาดวยสิทธิชุมชนทองถิ่นนี้ ถือเปนหลักการและแนวทางในฐานะวาระแหงชาติ เพื่อบรรลุผลตอการพัฒนาที่ยั่งยืนและเปนธรรม ผูวมประชุมอันประกอบดวย ผูนําชุมชนทองถิ่น องคกรภาคประชาสังคม ผูทรงคัณวุฒิ นักวิชาการ ผูรักความเปนธรรม และคณะวิจัย จึงขอรวมกันประกาศแสดงฉันทมติไวณ ที่นี้ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๔๙

 

 

 

สิทธิชุมชนกับมิติปฏิรูปการเมืองจากภาคประชาชน

 

พวกเราชุมชนทองถิ่นมีบทบาทการจัดการทรัพยากรธรรมชาติมาอยางยาวนานจากทั่วประเทศ ไดมาประชุมเวทีวิชาการสาธารณะเรื่องสิทธิชุมชน: มิติการปฏิรูปการเมืองในวันที่ ๑๔๑๕ กรกฎาคม ๒๕๔๙ ณ สภาคริสตจักรในประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณความรูในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอยางยั่งยืน ตลอดจนแสวงหาแนวทางในการผลักดันใหเกิดการปฏิรูปการเมืองตามแนวทางของสิทธิชุมชนตอฐานทรัพยากร วิถีชีวิต เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม

พวกเรามีขอสรุปรวมกันวา การปฏิรูปการเมืองที่เกิดขึ้น และที่เปนกระแสอยูในขณะนี้ ยังไมไดอใหเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสรางดานการจัดการทรัพยากรและการพัฒนา ที่ซึ่งจะทําใหชุมชนมีสิทธิในทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และการมีสวนรวมของประชาชนคนรากหญาไดอยางแทจริง เพราะหากกระแสการปฏิรูปการเมืองยังวนเวียนอยูเฉพาะโครงสรางอํานาจในสวนบน หรือเฉพาะตัวบทกฎหมายในรัฐธรรมนูญ ก็ยังไมถือวาเปนการปฏิรูปการเมืองที่ตอบสนองปญหา และความตองการของพวกเราไดอยางแทจริง

วยเหตุนี้ ที่ประชุมแหงนี้จึงขอเสนอแนวคิด เหตุผล และแนวทางการปฏิรูปการเมืองตามแนวทางสรางสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากร การพัฒนา และการกําหนดตัวตน ซึ่งเปนหลักการที่

สอดคลองกับวัฒนธรรม ประเพณีของชุมชนทองถิ่นตลอดจนไดรับการรับรองไวในรัฐธรรมนูญ

แลวดังตอไปนี้

 

สาเหตุ และปญหาของการละเมิดสิทธิชุมชน

ฐานทรัพยากรของชุมชนและปาเขตรอนถูกทําลาย ผูกขาดโดยรัฐและทุน สงผลใหเกิดการสูญเสีย ความเสื่อมโทรม และการลมสลายในชุมชนทองถิ่น

ภายใตแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจเสรีและโลกาภิวัตนจึงเกิดการละเมิดสิทธิอยาง กวางขวางทั้งภายในชุมชน และภายนอกชุมชน ดังนั้นการสรางและพัฒนาสิทธิ ชุมชนใหเกิดขึ้นอยางจริงจัง เพื่อแกไขปญหาการสูญเสียฐานทรัพยากรเขตรอน ความขัดแยง ความรุนแรงในสังคม และการลมสลายของชุมชน

ระบบรัฐ นโยบาย กฎหมาย กลไก ตลอดจนสถาบันการเมืองตางๆ ที่เปนอยูในขณะนี้ ไมยอมรับการมีสวนรวมของภาคประชาชน ทําใหเปนอุปสรรคตอการปฏิรูปการเมืองบนฐานสิทธิชุมชนอยางแทจริงและยั่งยืน

 

 

หลักการพื้นฐานการปฏิรูปการเมืองบนฐานสิทธิชุมชน

ชุมชนมีสิทธิจัดการทรัพยากรธรรมชาติและภูมิปญญาทองถิ่นตามวิถีวัฒนธรรม ประเพณี และตามรัฐธรรมนูญ

สิทธิชุมชนไมใชเรื่องเฉพาะของทองถิ่น แตเปนหลักการสากลที่ไดรับการรับรองโดยขอตกลง ปฏิญญา อนุสัญญาระหวางประเทศหลายฉบับ ดังนั้นทิศทางปฏิรูปการเมืองจึงตองสอดรับกับหลักการสากล

ปฏิรูปการเมืองคือ ประชาชนตระหนักสิทธิตนเอง และเขาไปมีสวนรวมในการกําหนดกฎเกณฑกติกา นโยบาย กฎหมาย และกลไกตางๆ ตลอดจนปฏิบัติการใดๆ เพื่อพิทักษสิทธิของชุมชน

การปฏิรูปการเมืองไมใชเรื่องเฉพาะรัฐบาล พรรคการเมือง นักวิชาการ แตเปนเรื่องของประชาชน ดังนั้นชุมชนมีสิทธิในวิถีชีวิต การจัดการทรัพยากรโดยพื้นฐาน แตการไดรับสิทธินั้นชุมชนจะตองแข็งแรง มีจิตใจตอสูรวมกลุม และทํางานตอเนื่อง

 

อเสนอในการปรับปรุงกฎหมาย นโยบาย และกลไกรัฐ

ใหมีกฎหมายสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากร เศรษฐกิจ สังคม และการเมือง อยางหลากหลายและสอดคลองกับพื้นที่ และสิทธิในการไดรับการชดเชยจากผลกระทบการพัฒนาใดๆ ที่ทําลานฐานทรัพยากรและวิถีชีวิตชุมชน ตลอดจนใหมีกลไกสนับสนุนและตรวจสอบในทางนโยบาย วิชาการ และงบประมาณเพื่อใหไดรับการปฏิบัติอยางจริงจัง

ใหมีการปฏิรูปกฎหมาย และกลไกดานสื่อ เพื่อใหชุมชนมีสิทธิในการสื่อสารอยางเปนอิสระ

ประชาชนมีสิทธิที่จะตรวจสอบ ฟองรอง ไปจนถึงขั้นเขาชื่อปลดผูแทนราษฎร วุฒิสมาชิก หรือนักการเมืองอื่นๆ ตลอดจนราชการที่สรางผลกระทบตอทรัพยากรและชุมชน ไมทําตามเจตนารมณของประชาชน และไมเปนไปตามรัฐธรรมนูญ

ใหมีการแกกฎหมายที่ละเมิดสิทธิชุมชน เชน กฎหมายปาไมกฎหมายที่ดิน และอื่นๆ ใหสอดคลองตามหลักการสิทธิชุมชนในรัฐธรรมนูญและตามวิถีชีวิตของชุมชน

ปฏิรูประบบราชการใหมโดยพัฒนากลไกราชการทั้งระบบใหสอดรับกับหลักการสิทธิชุมชน และปรับยุบกลไกราชการที่ประจักษชัดวาลมเหลวในการจัดการทรัพยากร หรือยังรวมศูนยอํานาจ เชน ระบบผูาฯ ซีอีโอ และใหสรางกลไกใหมใหชุมชนมีสวนรวมในการจัดการทรัพยากร

ยุติกฎหมาย นโยบาย โครงการใดๆ ที่กระทบตอฐานทรัพยากรและการดํารงชีพของชุมชน ชุมชนมีสิทธิเขาชื่อในการยกเลิกกฎหมาย นโยบาย โครงการดังกลาว

 

 

แนวทางการปฏิบัติ

ประชาชนควรเรงศึกษา ตรวจสอบ นโยบาย กฎหมาย และกลไกของรัฐในทุกระดับกระทบตอทรัพยากรและชุมชน และใชสิทธิทางกระบวนการยุติธรรมฟองรองเจาหนาที่รัฐหรือใครก็ตามที่สรางผลกระทบตอชุมชน เพื่อใหสิทธิชุมชนไดรับการรับรองจากกระบวนการยุติธรรม

ประชาชนควรทําความเขาใจเงื่อนไข ปญหา และจุดแข็งของตนเองทั้งในระดับครอบครัว ชุมชน และสังคม เพื่อปฏิรูปตนเองใหเกิดความเขมแข็ง

ภาคประชาชนควรเรงสื่อสาร รณรงคอสาธารณะในเรื่องสถานการณญหา และบทบาทของชุมชนในการจัดการทรัพยากรปาเขตรอน

ผลักดันใหมีกองทุนและกระบวนการตางๆ ชวยเหลือผูถูกคดีจากการใชสิทธิชุมชน หรือผูสูญเสียจากการใชสิทธิชุมชน

ผลักดันใหมีกองทุนหรือธนาคารที่ดินที่ทําหนาที่ซื้อที่ดินที่มีความสมบูรณนิเวศ และเปนฐานทรัพยากรที่สําคัญของชุมชนคืนจากเอกชนใหแกชุมชน

ผลักดันใหมีการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติขอมูลขาวสารอยางจริงจัง

ควรมีกระบวนการสงเสริมการวิจัยสิทธิชุมชนใหทั่วถึงและตอเนื่อง โดยเนนการเสริมสรางทุนชุมชน ทุนสังคมใหเขมแข็ง

พัฒนาหลักสูตรทองถิ่นในดานชุมชนกับทรัพยากร ตลอดจนสงเสริมทั้งดานงบประมาณ และอื่นๆ ใหชุมชนและโรงเรียนนําหลักสูตรดังกลาวไปปฏิบัติไดจริง

วมกันกอตั้งและเสริมสรางเครือขายสิทธิชุมชนใหเชื่อมโยงทั่วประเทศ

 

๑๕ กรกฎาคม ๒๕๔๙

Be the first to comment on "ปฏิญญาว่าด้วยสิทธิชุมชนท้องถิ่น : ฐานปฏิรูปการเมือง"

Leave a comment

Your email address will not be published.