ประเพณี วิถีพื้นบ้าน สืบตำนานเมืองพิษณุโลก

พระพุทธชินราชงามเลิศ ถิ่นกำเนิดพระนเรศวร สองฝั่งน่านล้วนเรือนแพ เป็นคำกล่าวที่บ่งบอกถึงความรู้สึกร่วมของคนพิษณุโลกได้เป็นอย่างดี แต่เรื่องราวและประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นจะมีพลังเพียงพอในการเชื่อมร้อยจิตใจผู้คน สืบสานวัฒนธรรม เพื่อสร้างท้องถิ่นพิษณุโลกให้น่าอยู่ได้หรือไม่

 

ออกอากาศทางเนชั่นแชนแนล ทีทีวี1 วันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม 2548

 

พระพุทธชินราชงามเลิศ ถิ่นกำเนิดพระนเรศวร สองฝั่งน่านล้วนเรือนแพ เป็นคำกล่าวที่บ่งบอกถึงความรู้สึกร่วมของคนพิษณุโลกได้เป็นอย่างดี แต่เรื่องราวและประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นจะมีพลังเพียงพอในการเชื่อมร้อยจิตใจผู้คน สืบสานวัฒนธรรม เพื่อสร้างท้องถิ่นพิษณุโลกให้น่าอยู่ได้หรือไม่

งานวันรำลึกถึงวันเสด็จสวรรคต ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ครบรอบ 400 ปี ที่จัดขึ้นในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งของคนพิษณุโลก

 

เป็นรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ที่สามารถปลุกจิตสำนึกความเป็นท้องถิ่นของคนรุ่นปัจจุบันได้เป็นอย่างดี และถือเป็นก้าวย่างเพื่อสร้างความตระหนักรู้คุณค่าทางวัฒนธรรมของตนเอง

เสน่ห์ มั่นทับ ทีมบริหารโครงการวิจัยและพัฒนาชีวิตสาธารณะ-ท้องถิ่นน่าอยู่ จ. พิษณุโลก

“จากการที่เรามาจับจุดของประเด็นประวัติศาสตร์ จริงๆเราต้องการสร้าง ศึกษารากฐานของสังคม คนพิษณุโลกได้ตระหนักละเตรียมตัวในเรื่องความเปลี่ยนแปลง คือถ้าเราเป็นสังคมที่ไม่มีการวางอนาคต มันก็จะไปตามยถากรรม ”

 

น้อย ลายคราม ประธานที่ปรึกษาโครงการวิจัยและพัฒนาชีวิตสาธารณะ-ท้องถิ่นน่าอยู่ จ.พิษณุโลก

เพราะเรารู้ว่าทุกแห่งทุกพื้นที่มีที่มา มีรากเหง้าของตัวเอง เพียงแต่เราลืม รากเหง้าของตัวเองมันฝังอยู่ในจิตของทุกๆคน เพียงแต่เราไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาด้วยกระบวนการเรียนรู้ทางการศึกษาของเรา เป็นแค่กระแสเป็นแค่ว่าวันนี้เป็น สี่ร้อยปีแล้วพากันมา แต่มันยังไมเข้าไปในตัวความรู้เรื่องของพิษณุโลก ต่อไปพิษณุโลกน่าอยู่ก็เพราะเรามีอันนี้เป็นเครื่องนำใจ

 

นอกเหนือจากเรื่องราวของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชแล้ว พระพุทธชินราชคือศูนย์รวมใจอีกสิ่งหนึ่งของคนท้องถิ่นพิษณุโลก ความศรัทธาในองค์พระพุทธชินราช คือที่มาของประเพณี แห่ผ้าห่มหลวงพ่อพุทธชินราช ที่กำลังจะได้รับการรื้อฟื้น เพื่อสร้างสำนึกความเป็นท้องถิ่นพิษณุโลกร่วมกัน เฉลียว สกุณา ชาวบ้านจากชุมชนบ้านคลอง เล่าให้ฟังว่า ตัวเขาเองเคยได้มีโอกาส นำผ้าไปห่มหลวงพ่อพุทธชินราชด้วยมือตนเองมาแล้ว ซึ่งถือเป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันมาตลอด ในพิธีทำบุญกลางบ้าน ที่จัดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี
เฉลียว สกุณา ชาวบ้านชุมชนบ้านคลอง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก

คิดว่าประเพณีนี้คงตลอดชีวิตไปเลย เพราะว่าเขามีมานานแล้ว สมัยก่อนเขาให้สรงน้ำหลวงพ่อพุทธชินราชด้วยตัวเองเลย ต่อมามันสกปรกน้ำมันเลอะเทอะมาก เขาก็ไม่อนุญาต แต่อนุญาตให้เอาผ้าห่มหลวงพ่อได้ ต่อมาผ้ามันเปียกน้ำ เขาก็กลัวว่า ทองที่ปิดหลวงพ่อจะลอก กลัวรา เขาก็เลยไม่ให้เอาห่ม

สอน ขำปลอด ทีมบริหารโครงการชีวิตสาธารณะ-ท้องถิ่นน่าอยู่ จ.พิษณุโลก

ถ้าเราจะรื้อฟื้นตรงนี้ขึ้นมา เราไปหาต้นตอมาว่า ใครเป็นต้นคิดเรื่องแห่ผ้าห่มหลวงพ่อมีเหลืออยู่หรือเปล่า เพื่อเรียกพลังศรัทธาคืนมา สายน้ำในแม่น้ำน่านทั้งเหนือทั้งใต้จะล่องมา เพราะถนนยังไม่มี บ้านโน้นบ้านนี้ก็จะทอผ้ากันมาเพื่อมาห่มหลวงพ่อ ก็เอาขึ้นเรือขบวนแห่ ตามฝั่งแม่น้ำก็จะมีชาวบ้านมาช่วยกันเต็มไปหมด มาอยู้ด้วยกันด้วยความรักความศรัทธาในหลวงพ่อจริงๆ

 

ด้วยสภาพชีวิตที่แปรเปลี่ยนไปในปัจจุบัน เรื่องราวของวิถีชาวบ้าน คือ อีกหนึ่งคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ที่นับวัน กำลังจะหายสาบสูญ แม้วัยจะล่วงเลยมากว่า 73 ปี แต่จ่าสิบเอกทวี บูรณเขตต์ ก็ยังคงขะมักเขม้นอยู่กับงานไม่เคยเปลี่ยน การคลุกคลีช่วยงานด้านช่างศิลป์กับผู้เป็นพ่อ คือพื้นฐานที่หล่อหลอมให้ลุงจ่า มีความผูกพันกับสิ่งของในชีวิตท้องถิ่น และผลจากการประกอบอาชีพช่างปั้นหล่อพระพุทธรูปมากว่า 33 ปี คือปัจจัยที่ทำให้ลุงจ่ามีรายได้พอเพียงในการซื้อหาสิ่งของต่างๆมาเก็บสะสมไว้ ด้วยความตั้งใจเพียงอย่างเดียวคือ อนุรักษ์วัฒนธรรมทางปัญญาของคนรุ่นก่อนไว้ ไม่ให้สูญหายตามความเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป

จ่าสิบเอกทวี บูรณเขตต์ เจ้าของพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน จ.พิษณุโลก

ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้คนยังไม่มองเห็นคุณค่าอะไรเท่าที่ควรก็ตาม วันข้างหน้ามันต้องเป็นของที่สำคัญของอนุชนที่จะได้รู้ถึงรากเหง้าและก็รู้จักตนเอง คนเรานะไม่รู้ว่าในบ้านของตัวมีอะไรดีๆ ไมรู้ว่าอะไรที่น่าจะอวดเขาน่าจะเก็บมาทำประโยชน์ และถ้าเรารู้ในอดีตมา และรักษาไว้ให้คนปัจจุบัน รักษาไว้ให้คนรุ่นหน้า มันจะมีความต่อเนื่องระหว่างคนแต่ละรุ่น เป็นความผูกพัน

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านของจ่าสิบเอกทวี คือ น้ำพักน้ำแรง ที่เกิดจากการเก็บสะสมมาตลอดช่วงชีวิต จนทุกวันนี้ ได้กลายเป็นคลังความรู้ทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของพิษณุโลก และวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยที่หาชมได้ยากยิ่ง

จ่าสิบเอกทวี บูรณเขตต์ เจ้าของพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน จ.พิษณุโลก

อย่างน้อยๆนะ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้กลายเป็นต้นแบบของคนในสังคม นำไปทำทั่วประเทศในเวลานี้ เกิดแนวคิดแล้วไปทำในท้องถิ่นของตน นี่ก็พอใจภูมิใจ

แม้จะมีความพยายามในการสืบสานคุณค่าทางวัฒนธรรมอยู่ตลอด แต่กระแสของความเปลี่ยนแปลงที่ถาโถมเข้ามา ก็เป็นเรื่องยากที่จะหยุดยั้ง ซึ่งมีผลต่อการถดถอยของวิถีชีวิตเรือนแพตามลำน้ำน่าน เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอีกอย่างของพิษณุโลก

น้อย ลายคราม ประธานที่ปรึกษาโครงการวิจัยและพัฒนาชีวิตสาธารณะ-ท้องถิ่นน่าอยู่ จ.พิษณุโลก

ถ้าชาวแพยังอยู่ ผมคิดว่าเป็นจุดขายที่พิษณุโลกก็ภูมิใจ ว่ามันเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของพิษณุโลกเราเหมือนกัน

 

น้อย ลายคราม

 

จ่าสิบเอกทวี บูรณเขตต์ เจ้าของพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน จ.พิษณุโลก

เป็นเอกลักษณ์ของเมืองเป็นจิตวิญญาณของเมือง หายไปก็จิตวิญญาณของเมืองก็หมดไปอย่างหนึ่ง

น้อย ลายคราม ประธานที่ปรึกษาโครงการวิจัยและพัฒนาชีวิตสาธารณะ-ท้องถิ่นน่าอยู่ จ.พิษณุโลก

แล้วผู้มีอำนาจก็เอาไปสร้างไว้สามหลัง พิพิธภัณฑ์เรือนแพ แต่มันไม่ได้คอนเซ็ปต์ มันเลยทำให้คนไม่เกิดคุณค่าและความหมายที่ดี

ไม่เพียงแต่เรื่องราวของบุคคล ความเชื่อ และความศรัทธาทางประวัติศาสตร์ ที่ได้รับการสืบสาน แต่ในมุมเล็กๆของวิถีชีวิตชาวบ้าน คืออีกเรื่องราวหนึ่งที่ได้รับการสืบต่อ ต้นเดือนหกของทุกปี ชาวบ้านในอำเภอวัดโบสถ์ จะมีพิธีไหว้ครูภูมิปัญญาพื้นบ้าน ในเครือข่ายของตนเอง เพื่อเป็นการระลึกถึงครูที่ได้ให้วิชา ความรู้ และเครื่องมือทำมาหากิน แต่ในปีนี้สิ่งที่แตกต่าง คือการรวมใจของคนอำเภอวัดโบสถ์ ที่จัดพิธีไหว้ครูร่วมกัน เพื่อรวมคน สร้างสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นในจิตใจ น้ำเชี่ยว มากศรทรง แม่ครูบายศรี คือ หนึ่งในผู้ที่มีส่วนผลักดันให้เกิดการรวมคน รวมใจ ในการไหว้ครูร่วมกัน น้ำเชี่ยว บอกว่า งานครั้งนี้เกิดจากการร่วมกันคิดของชาวบ้าน ที่ต้องการเห็นการรวมพลัง เพื่อสืบสานวัฒนธรรมภูมิปัญญาพื้นบ้านของคนวัดโบสถ์ไปสู่คนรุ่นหลังต่อไป

 

น้ำเชี่ยว มากศรทรง แม่ครูบายศรี ต.ท้อแท้ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก

ทุกคนเขาอยากทำในเรื่องของสืบสานวัฒนธรรมครูพื้นบ้าน นั่นก็ครูพื้นบ้าน นี่ก็ครูพื้นบ้านก็เสนอว่าไหว้ครูรวมกันมั๊ย ทุกคนเป็นครูด้วยตัวเอง เราสอนลูกเราก็เป็นครูลูกแล้ว ลูกสอนลูกเขาก็เป็นครูเขาแล้ว ถ้าเราทำอะไรดีๆทำด้วยใจสักอย่าง ก็คือมาระลึกนึกถึงครู ตัวเองสบายใจ แล้วมันจะหายมั๊ย ไม่หายนะถ้าทุกคนระลึกถึงครูบาอาจารย์ มีครูอยู่ในตัวเองทุกคน ไม่สูญหาย เพราอย่างน้อยมีกลุ่มต่างๆเป็นสิบๆกลุ่ม เขาสืบทอดกันมานานแล้ว ถ้าเราไม่จุดประกายให้เขาที่จะมาร่วมกันตรงนี้ เขาก็ทำของเขา แต่เราจุดประกายให้เขารู้ว่า เราหลากหลายแล้วมารวมกันได้ แล้วคิดว่าตราบใดที่คนเรายังมีชีวิตอยู่แล้วคนเราต้องไหว้กัน คิดว่าในโลกนี้ไม่หาย คำว่ามีครู

ศรายุทธ พูนพิน ผู้ประสานงานโครงการชีวิตสาธารณะ-ท้องถิ่นน่าอยู่ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก

ถ้าประเด็นที่เราทำแล้ว เราก็ได้ ครอบครัวก็ได้ ชุมชนก็ได้ คนอื่นก็ได้ ทุกคนได้หมดมันน่าจะเป็นประเด็นที่มีพลัง คนเดียวที่มีลักษณะเป็นปัจเจกบุคคล มีความรักความหวงแหนชุมชนอย่างไร คนเดียวก็ไม่มีพลังที่จะไปเคลื่อนเมืองทั้งเมืองได้ ในวันนี้เราเหมือนเป็นการเชื่อมจิตใจ ของคนให้เกิดจากตัวเราคนเดียวแล้วขยายผลจากทีมงานแล้วก็ไปสู่ชุมชน บ้านเมืองเราจะไม่ค่อยน่าอยู่นะ ถ้าเราต่งคนต่างไม่เอาธุระในเรื่องของบ้านเมือง

 

เรื่องราวของพิษณุโลกในวันนี้ แตกต่างจากอดีตอย่างมาก แต่นั่น ไม่ใช่สิ่งที่แยกให้ผู้คนออกห่างจากความเป็นท้องถิ่น การรับรู้และเข้าใจในการสร้างท้องถิ่นให้น่าอยู่ ต้องเกิดจากผู้คนในท้องถิ่นร่วมกันสร้าง ด้วยการเรียนรู้คุณค่าจากอดีต เชื่อมโยงกับปัจจุบัน เพื่อนำไปสู่การวางอนาคตของท้องถิ่นร่วมกัน

 

 

สารคดี : บ้านเมืองเรื่องของเรา ชุดชีวิตสาธารณะ ท้องถิ่นน่าอยู่
ผลิตโดย :
งานพัฒนาการสื่อสารฯ โครงการวิจัยและพัฒนาชีวิตสาธารณะท้องถิ่นน่าอยู่ สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา

 

Be the first to comment on "ประเพณี วิถีพื้นบ้าน สืบตำนานเมืองพิษณุโลก"

Leave a comment

Your email address will not be published.