Home บทความ
Posted By: Admin
28/08/2016
ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่น้อย ใต้แสงแดดยามสายในสวนสาธารณะที่มีภูมิทัศน์งดงามแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ เพราะ ขนาบด้วยป้อมพระสุเมรุ และ สายน้ำเจ้าพระยา แวดล้อมด้วยชุมชนถนนพระอาทิตย์ “สวนสันติชัยปราการ” คือสถานที่ที่ เครือข่ายพันธมิตรการเมืองภาคพลเมือง ร่วม100 องค์กร
ปิดระบอบทักษิณ – เปิดสังคมใหม่ด้วยพลังสร้างสรรค์ของประชาชน
โดย ทีมงานพัฒนาการสื่อสารฯ สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา
: 3 มีนาคม 2549
ภาย ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่น้อย ใต้แสงแดดยามสายในสวนสาธารณะที่มีภูมิทัศน์งดงามแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ เพราะขนาบด้วยป้อมพระสุเมรุ และ สายน้ำเจ้าพระยา แวดล้อมด้วยชุมชนถนนพระอาทิตย์ “สวนสันติชัยปราการ” คือสถานที่ที่ เครือข่ายพันธมิตรการเมืองภาคพลเมือง ร่วม100 องค์กร จาก 40 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทย อาทิ มูลนิธิสาธาณสุขแห่งชาติ (มสช.) , สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา (LDI), สถาบันการเรียนรู้และพัฒนาประชาสังคม (Civicnet) , สมาคมองค์กรสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมไทยเข้มแข็ง (สXส) , สถาบันพัฒนาสื่อภาคประชาชน ฯลฯ กำหนดเป็นที่นัดพบ เพื่อแถลงคำประกาศ “พลังพลเมือง เพื่อปฏิรูปการเมือง” เมื่อวันศุกร์ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา
บุษบงก์ ชาวกัณหา และ พิศิษฐ ยินดีวี จากจังหวัดปราจีนบุรี และ กาญจนบุรี ทำหน้าที่ตัวแทนเครือข่ายฯ อ่านคำประกาศ “พลังพลเมือง เพื่อปฏิรูปการเมือง” ซึ่งมีสาระสำคัญ คือ
”…..เครือข่ายฯมีความเชื่อมาตลอดว่า สังคมต้องมีพลังอำนาจทางการเมืองเหนือรัฐ การเมืองของพลเมืองต้องเป็นแกนหลักในระบบการเมือง ด้วยอุดมการณ์ประชาธิปไตยของพลเมือง คือ การมีส่วนร่วมกำหนดในทางการเมือง การมีสำนึกในสิทธิหน้าที่ ความเสมอภาค เสรีภาพ และ การเห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน การเมืองของพลเมืองจึงมิใช่เพียงการใช้สิทธิในการเลือกตั้งที่รัฐกำหนดเท่านั้น กลไกสำคัญของการเมืองภาคพลเมือง คือ การสื่อสาร การจัดกิจกรรม การชุมนุม เพื่อแลกเปลี่ยนเพื่อสร้างพลังปัญญา ร่วมกันหาทางออกของความขัดแย้งทางการเมืองด้วยสันติวิธี เพื่อร่วมสร้างระบบการเมืองการปกครองที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส มีคุณธรรม และ ธรรมาภิบาล
บุศบงก์ ชาวกัณหา
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา พลเมืองจำนวนหนึ่ง ได้ถกถามถึงคุณธรรม และ ธรรมาภิบาล ของผู้นำรัฐบาล แต่แทนที่ผู้นำและคณะรัฐบาล จะชี้แจงอย่างชัดเจน และ ตรงไปตรงมา กลับใช้เกมการเมือง กลวิธียอกย้อนอย่างแอบอ้างกฎหมาย รวมทั้งวาทะกรรมที่เอื้อประโยชน์ตน กระตุ้นกระแสสงสารและประชานิยม อย่างหวังเข้ามากอบโกยและทำร้ายประเทศอีกวาระ ในขณะเดียวกัน ก็ปิดกั้นช่องทางการสื่อสารของฝ่ายที่ไม่สนับสนุนตน ใช้อำนาจบนความอ่อนแอของระบบราชการ ให้สื่อรัฐสร้างภาพ ปั้นข้อมูล จนเกิดความสับสนแก่สังคมไปทั่ว
ถึงเวลาแล้วที่เครือข่ายฯต้องรวมตัวกันทำภารกิจเร่งด่วน ใช้พลังพลเมือง พลังแห่งคุณธรรมและจริยธรรม พลังแห่งความรับผิดชอบต่อประเทศ ปลดปล่อยระบอบทักษิณ ระบอบธนกิจการเมืองที่ปล้นชาติขายประเทศ ให้จงได้
พิศิษฐ ยินดีวี
จากนั้นมาร่วมมือกัน ปฏิรูปการเมืองและสังคมไทยหลังระบอบทักษิณที่ทำลายชาติ ด้วยพลังพลเมืองที่ใช้สติ ใช้ปัญญา และใช้ความกล้าหาญทางคุณธรรม เพื่อให้เรามีรัฐธรรมนูญที่ส่งผลเป็นรูปธรรมได้ มีกฎหมายที่ยุติธรรม มีกลไกสนับสนุนการเมืองภาคพลเมืองที่มั่นคง มีองค์กรอิสระที่เป็นอิสระอย่างแท้จริง มีรัฐบาลและนักการเมืองที่มีความสามารถควบคู่กับคุณธรรมและความรับผิดชอบ มีข้าราชการที่เป็นผู้เอื้อประโยชน์สุขแก่ประชาชน มีธุรกิจที่แข่งขันกันอย่างเสรีแต่เป็นธรรม ไม่ผูกขาด ตัดตอน ไม่วิ่งตามกระแสโลก กระแสทุน โดยไม่แยแสต่อชะตากรรมของประชาชน
บ้านเมืองเป็นเรื่องของเรา เครือข่ายพันธมิตรการเมืองภาคพลเมือง ขอประกาศเข้าร่วมกันทำภารกิจเพื่อแผ่นดิน ในวันที่ 5 มีนาคมนี้ ที่สนามหลวง และ ที่พื้นที่สาธารณะของพลเมืองผู้เป็นไท ทั่วประเทศ อย่างจริงจังและถึงที่สุด”
ด้าน นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา ( LDI) หนึ่งในแกนนำเครือข่าย ฯ กล่าวว่า
“ในภาวะที่วิกฤตด้านศีลธรรม จริยธรรม ของผู้นำประเทศเป็นประเด็นใหญ่ เพราะไม่หาทางออกในเชิงสร้างสรรค์ แต่บิดเบือนผูกปมไปเรื่อยๆ เครือข่ายฯจึงจำเป็นต้องมีการแถลงจุดยืนร่วมกับองค์กรพันธมิตร แต่มีความคิดที่เป็นอิสระ ช่วยคิดในบางประเด็น เช่น อาจเกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง เพราะการชุมนุมไม่ควรนำไปสู่ความรุนแรง ความเสียหาย โดยในส่วนของเครือข่ายฯซึ่งจะเข้าร่วมภารกิจ จะมีคนจากเครือข่ายประมาณ 15,000 คน กระจายปะปนไปกับผู้ชุมนุม เพื่อช่วยดูแลประคับประคองสติของฝูงชน เพราะการต่อสู้ควรใช้ ข้อมูล ความรู้ เป็นพลังทางปัญญาอย่างแท้จริง และ เมื่อผ่านเหตุการณ์การชุมนุมวันที่ 5-6 ไปแล้ว เชื่อว่า จะมีการขับเคลื่อนสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้นำไปสู่การปฏิรูปทางการเมืองอย่างแท้จริง พร้อมกับรูปธรรมการเติบโตของการเมืองภาคพลเมือง อย่างเป็นจริงเป็นจัง”
อ.ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ ประธานสถาบันการเรียนรู้และพัฒนาประชาสังคม (Civicnet) ชี้นำทางความคิดในหัวข้อ ปิดระบอบทักษิณ – เปิดสังคมใหม่ด้วยพลังสร้างสรรค์ของประชาชน ว่า
“การเคลื่อนไหวของพลเมืองในครั้งนี้มีมากที่สุด ปัจจุบันนี้มีความสับสนวุ่นวายเกิดขึ้น และเราจะทำอย่างไร วันนี้เราอยู่คนละข้างกับนายกทักษิณ ไม่ใช่เพราะความเกลียดชังใดๆ แต่เพื่อประเทศชาติเท่านั้น คืออนาคตที่จะเกิดขึ้น เพราะวันหนึ่งเราทุกคนต้องจากไป แต่ประเทศชาติต้องอยู่ ทักษิณชอบพูดถึงธรรมะ แต่ท่านไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องเต๋า คือทุกสิ่งทุกอย่างเมื่อถึงจุดสูงสุดก็ต้องลงต่ำ นี่คือเรื่องธรรมดา ไม่มีใครใหญ่กว่าธรรมชาติ น้อมรับให้ดีแล้วทุกอย่างจะเคลื่อนไปด้วยดี พวกเราภาคพลเมือง เมื่อเราทราบกฎธรรมชาติ เราต้องปรับตัว ปรับวิธีการทำงานให้เข้ากับธรรมชาติ เราไม่มีทางฝืนได้ และนี่คือโอกาสของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
เราต้องทำตัวเหมือนน้ำ น้ำที่อ่อนโยนอ่อนไหว แต่ไม่เคยยอมแพ้ น้ำเมื่อถูกแดดเผามากๆก็จะกลายเป็นไอลอยไปบนฟ้า จับตัวเป็นก้อนเมฆ และเมื่อถึงจังหวะที่เหมาะสมก็จะตกลงมา เราเคยเห็นฝนตก7วัน7คืน แล้วกวาดล้างสรรพสิ่งทั้งหลายไปหมด เห็นน้ำที่ดูสงบ งดงาม แต่วันหนึ่งกลายเป็นสึนามิทำลายทุกอย่างได้ การต่อสู้เราต้องเป็นเหมือนน้ำ พลิกแพลงตามสถานการณ์ รอจังหวะ รอโอกาส แต่เคลื่อนไปตลอด อย่ายืนนิ่งอยู่กับที่กับสิ่งที่เราคิดว่าใช่แล้ว สิ่งที่เราจะทำนี้คือการเมืองภาคพลเมือง เพื่อไปสู่อนาคตที่ปรารถนา แต่สถานการณ์ความเป็นจริงวันนี้ ไม่เป็นดังปรารถนา มันยังไม่เป็นธรรม มีสถานการณ์ต่างๆ ท่านจะเห็นว่า ช่องว่างมันมีอยู่ นี่คือความตึงเครียดที่สร้างสรรค์ (Creative tension) เราต้องทำให้สถานการณ์ที่เป็นอยู่เปลี่ยนเป็นความตึงเครียดที่สร้างสรรค์ เพราะนี่คือพลังในการขับเคลื่อน
ท่าน อ.ประเวศยกตัวอย่างว่า สถานการณ์ที่ตึงเครียดขณะนี้ ไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงท้องแก่ที่ใกล้คลอด เป็นสถานการณ์ที่วิกฤติ เจ็บปวดทุรนทุราย แต่เมื่อเด็กได้ออกมาแล้ว ความมหัศจรรย์และความงดงามของชีวิตก็เกิดขึ้น ดังนั้น ในสถานการณ์ที่วิกฤต เราต้องทำให้เป็นโอกาส เช่นลูกไก่ที่ฟักตัวในเปลือกไข่จนถึงระดับหนึ่งแล้ว ลูกไก่ต้องฟักตัวออกมาจากเปลือกไข่ เพื่อทำลายสิ่งเก่า เพื่อให้ลูกไก่ได้ออกมาจากไข่ แล้วเดินออกไป เติบโตไปเรื่อยๆ แต่ถ้าลูกไก่ไม่ออกจากไข่ ลูกไก่ก็จะตาย เป็นไข่เน่า ตลอดสามสิบปีที่ผมทำงานมา ผมสังเกตเห็นว่า มีสิ่งที่กำลังรอคอยการผุดบังเกิด ในท่ามกลางความวุ่นวายสับสน เมื่อได้ที สิ่งที่งดงามและรอคอยการเกิด ก็เกิดขึ้น เป็นอนาคตที่เข้มแข็งของสังคมไทย
คนไทยยังติดอยู่กับเปลือกของภาษา ทำให้มองไม่เห็นแก่น อย่างที่มีคนออกมาบอกว่า อย่าทะเลาะกัน ต้องอธิบายให้ประชาชนส่วนหนึ่งเข้าใจว่า นี่ไม่ใช่การทะเลาะ แต่เป็นเรื่องผิด ชอบ ชั่ว ดี เป็นเรื่องของความถูกต้อง ความขัดแย้งเกิดขึ้นเสมอบนโลก แต่เรามีวิธีจัดการความขัดแย้งไปสู่สิ่งใหม่อย่างไร การใช้ภาษาเป็นสิ่งสำคัญ หากไม่เห็นด้วยก็นำเหตุผลมาพูดคุยกัน
เราเห็นได้จากเด็กนักเรียนที่ออกมาพูดเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม ต่อการเมือง และประเทศชาติของเขา พูดได้อย่างมีวุฒิภาวะ หน่ออ่อนนี้กำลังขยายตัวเป็นพันเป็นหมื่นเป็นแสนคน และยังมีนักศึกษาเป็นแสนคน มีพลเมืองที่จะมาเข้าร่วมทำการเปลี่ยนแปลงเพื่อกำหนดอนาคต เรามีหน้าที่ที่ต้องทำให้สำเร็จคือ ต้องทลายกรอบที่ขัดขวางการเกิดของสิ่งใหม่ สังเกตจากเกาหลีใต้ มีประชาธิปไตยหลังไทย ประท้วงหนักหน่วงรุนแรงยิ่งกว่าคนไทย ประท้วงทีไรตีกันทุกที คนไทยไม่เคยประท้วงแบบเกาหลี แต่เขาชนะระบบเผด็จการมาได้ ประธานาธิบดีทั้งสามคน ได้แก่ ชุนดูวาน,โรแตวู,คิมยังซัม ติดคุกเพราะคอร์รัปชั่น เขามีกระบวนการชำระล้างทางการเมือง ส่งผลทำให้เขามีระบบจริยธรรม เศรษฐกิจ การเมือง ราชการ สังคมที่เข้มแข็งมีคุณธรรม สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นในเมืองไทยในไม่ช้านี้
สิ่งสำคัญของการเคลื่อนไหวในวันที่ 5 มีนาคมนี้ คือ ต้องใจเย็น สงบนิ่ง ใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว เคลื่อนให้เหมือนน้ำ คือไม่ปะทะและหาทางออก ไหลไปได้เรื่อยๆ ไม่มีใครควบคุมน้ำไว้ได้ รัฐบาลทักษิณชอบพูดถึงเรื่องกติกา พูดถึงกฎหมาย แต่กฎหมายร่างไว้เพื่อเจตนารมณ์หนึ่ง แต่รัฐบาลนี้เอาไปใช้อีกอย่างหนึ่ง กฎหมายใดไม่สอดคล้องกับหลักธรรม กฎหมายนั้นใช้ไม่ได้ อ.ประเวศ พูดไว้แล้วในบทความของท่านว่า ธรรมศาสตร์ คือ ธรรมะ เป็นอาวุธที่อยู่เหนือสิ่งอื่นใด และธรรมะเกิดก่อนการเมือง ธรรมะเกิดมาตั้งแต่ Bigbang เป็นจักรวาล พระพุทธเจ้าบอกว่า ท่านเป็นเพียงปากของธรรมะเท่านั้นเอง กฎนี้ไม่มีใครละเมิดได้ สิ่งที่ผมสนใจคือ ปีนี้เป็นร้อยปีชาตกาลของท่านพุทธทาส และ ท่านย้ำเสมอว่า ให้นำธรรมะมาสู่การเมือง มันเป็นจุดเปลี่ยนที่เรานำธรรมะมาสู่การเมือง ธรรมศาสตร์ต้องเหนือสิ่งอื่นใด แต่การทำเช่นนี้ได้ เราต้องรอจังหวะที่จะผลักประตูกล แล้วก้าวผ่านออกไป การเคลื่อนไหวครั้งนี้ท้าทายตัวเราเองทุกคน ท่านมหาตมะคานธีบอกว่า อยากจะเปลี่ยนโลก ต้องเปลี่ยนตัวเองก่อน เราเคยเคลื่อนไหวแบบไหน เคยประท้วงแบบไหน เคยทำงานแบบไหน ต่อไปนี้ต้องตั้งสติว่า ที่เราทำจะไปซ้ำของเดิมหรือจะไปตกหลุมเก่าอีกหรือไม่ เราต้องตั้งสติ หาวิธีการใหม่ๆที่สร้างสรรค์ จำเป็นต้องทะลวงถึงที่สุด หรือ ต่อสู้แล้วหยุดรอจังหวะ แล้วเคลื่อนไหวใหม่
อ.ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์
เพราะท้ายที่สุด เวลาจะอยู่กับอธรรมไม่นาน แต่เวลาจะยืนอยู่ข้างธรรมะเสมอ ถ้ามีการเลือกตั้ง และมีรัฐบาล จะเป็นรัฐบาลโจ๊ก มีตลกให้ดู มีรายงานต่างๆทาง CNN ทั่วโลกจะหัวเราะเยาะ การต่อสู้ของเราจะได้เปรียบ ถ้าหนักแน่นสงบและใจเย็น ต้องทลายกรอบประตูหน้าเหลี่ยมให้ได้”
ด้านคุณป้าบัวหยก ทองโสภิต ผู้เข้าร่วมเวที ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นว่า
“เมื่อประชาชนออกมาชุมนุมเพื่อปฏิรูปการเมือง ทางรัฐบาลที่มีกระบอกเสียงทางสื่อต่างๆ กลับว่า มีมือที่สาม แต่ความจริงแล้วตั้งแต่ 14 ตุลา จะเป็นกลุ่มเด็กๆที่ออกมาต่อสู้ แต่ยุคนี้เป็นยุคพลังสมอง มีความคิด ประชาชนทั้งหลายที่เป็นพลังเงียบ พลังมดต้องออกมาจากรูทั้งหมด ไม่ต้องกลัวว่าจะมีการนองเลือด เพราะนายกก็เป็นประชาชน ไม่มีกำลังที่จะมาสั่ง ตอนนี้ทักษิณเขาเบลอแล้ว มีคนข้างกายออกมากำกับเขา พูดจาเปลี่ยนไปทุกวัน เขาบอกว่า เลือกตั้งครั้งนี้ เลือกเขาเข้ามาแล้วห้าหกเดือนนี้จะปฏิรูปการเมือง ในเมื่อเวลาตั้งห้าปีหกปีทำไมไม่ปฏิรูป เขาใช้ระบบการเมืองปกป้องหาผลประโยชน์ ขายประเทศชาติจนจะหมดแผ่นดิน และสื่อต่างๆโดนครอบงำจนเราไม่มีที่หายใจแล้ว สินทรัพย์ต่างๆที่ขายไปและอยู่อย่างร่ำรวยมหาศาลก็เป็นของประเทศชาติทั้งสิ้น ดิฉันในฐานะคนชราที่ติดตามข่าว ต้องขอบคุณกลุ่มพลังพลเมืองเพื่อปฏิรูปการเมืองที่มานำเสนอว่า เราต้องออกมาร่วมกันเคลื่อนไหวเพื่อประเทศชาติ”
กิจกรรมวันนั้น สิ้นสุดลงด้วยคำมั่นสัญญาว่า เราจะพบกัน วันที่ 5 มีนาคมนี้ ด้วยความมุ่งมั่น ที่จะปิดระบอบทักษิณ – เปิดสังคมใหม่ด้วยพลังสร้างสรรค์ของประชาชน
บ้านเมืองเรื่องของเรา
พลังพลเมือง เพื่อปฏิรูปการเมือง
เครือข่ายพันธมิตรการเมืองภาคพลเมือง
สถาบันการเรียนรู้และพัฒนาประชาสังคม (Civicnet) / สมาคมองค์กรสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมไทยเข้มแข็ง(สxส) / มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ(มสช) / สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา(LDI) / บางกอกฟอรั่ม / สถาบันพัฒนาสื่อภาคประชาชน / สถาบันสร้างบ้านแปงเมือง / สถาบันสลาตัน / ประชาคมทักษิณ / กลุ่มเพื่อนนักพัฒนาอันดามัน / กลุ่มยุวชนสร้างสรรค์ / เครือข่ายเยาวชน 3 จังหวัดชายแดนใต้ / เครือข่าย ประชาสังคม 3 จังหวัดชายแดนใต้ / กลุ่มนักศึกษากับการเมืองเพื่อการมีส่วนร่วม 3 จังหวัดชายแดนใต้ / สมัชชาตรัง / ตรังเคเสวนา / สงขลาฟอรั่ม / ประชาสังคมจังหวัดสุราษฏร์ธานี / สภาที่ปรึกษา ประชาสังคมสุราษฏร์ / สถาบันประชาคมภูเก็ต / ประชาคมระนอง / เครือข่ายองค์กรการเงินชุมชนสุราษฏร์ธานี / เครือข่ายประชาสังคมจังหวัดสตูล / เครือข่ายองค์กรชุมชนฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบสึนามิ จังหวัดสตูล / โครงการประชาคมสิทธิ์ / โครงการเมืองน่าอยู่จังหวัดปัตตานี / โครงการวิจัยพื้นที่ชุ่มน้ำจังหวัดปัตตานี / เครือข่ายสัมพันธ์พัฒนาอาชีพจังหวัดยะลา / เครือข่ายสตรีกับสันดิ / เครือข่ายอนุรักษ์อ่าวปัตตานี / ศูนย์พิทักษ์รักษ์พังงา / เครือข่ายองค์กรสตรีตำบลตะกั่วทุ่ง / เครือข่ายเยาวชนจังหวัดพังงา / เครือข่ายสมุนไพรทับปุด / มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพันธุ์พืชจังหวัดพังงา / ศูนย์ข้อมูลท้องถิ่นเพื่อ การพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา / เครือข่ายวิทยุชุมชนคนโคราช / สมาคมนักวิทยุชุมชนเพื่อประชาสังคม / กลุ่มภูมิปัญญาท้องถิ่นพิมาย / กลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำมูล / เครือข่ายองค์กรชุมชนเมืองโคราชพัฒนา / เครือข่ายวิทยุชุมชนอีสานใต้ / แนวร่วมประชาชนสุรินทร์เพื่อประชาธิปไตย 26 องค์กร / ประชาคมเมืองอุทัยธานี / ประชาคมจังหวัดตาก / สถาบันการเรียนรู้สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นล้านนา / ศูนย์พัฒนาครอบครัวระดับตำบล 10 ตำบลจังหวัดพะเยา / นครสวรรค์ฟอรั่ม / กลุ่มพิทักษสิ่งแวดล้อมพยุหะ / คณะกรรมการอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตกจังหวัดนครสวรรค์ / คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมภาคเหนือตอนล่าง / ชมรมพิทักษ์สิ่งแวดล้อมอุทัยธานี / กลุ่มรักษ์ เมืองอู่ไทย / เครือข่ายผู้ติดเชื้อจังหวัดลำพูน / เครือข่ายวิทยุชุมชนจาวล้านนา / เครือข่ายคนลุ่มน้ำลี้ / เครือข่ายความร่วมมือในการจัดการทรัพยากรพื้นที่ลุ่มน้ำแม่ลี้ 14 องค์กร / ชมรมเพื่อนร่วมพัฒนาลำพูน / ศูนย์ประสานงานการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพท้องถิ่น / เครือข่ายเด็กและเยาวชน จังหวัดพิษณุโลก / องค์กรชุมชนพัฒนาเนินมะปราง / เครือข่ายผู้สนใจประวัติศาสตร์จังหวัดพิษณุโลก / ชมรมคนรักษ์ป่าลุ่มน้ำตอนอำเภอนครไทย / ชมรมคนรักษ์ถิ่น อำเภอนครไทย / ชมรม Working woman บ.ไทยแอร์โรว์ / เครือข่ายอาสาสมัครทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม / เครือข่ายประชาคมสุขภาพ จังหวัดพิษณุโลก / ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรประชาชนจังหวัดพิษณุโลก / เครือข่ายหัวเมืองเหนือเพื่อประชาธิปไตย / ชมรมคนรัก วัดโบสถ์ / เครือข่ายแพทย์แผนไทย ตำบลหนองกุลา อ.บางระกำ / เครือข่ายธุรกิจชุมชนตำบลบึงพระ จังหวัดพิษณุโลก / ศูนย์ประสานงานการเรียนรู้ชุมชนคนวัดโบสถ์ประชาคมจังหวัดนครนายก / สมาคมประชารัฐจังหวัดประจวบ / สมาคมคนรักษ์สมุทรปราการ / เครือข่ายประชาชนเพื่อประชาธิปไตยลพบุรี / เครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชั่นจังหวัดลพบุรี / เครือข่ายพลเมืองอาสาจังหวัดลพบุรี / กลุ่มเยาวชนเพิ่มรัก / กลุ่มปฏิรูปสื่อกาญจนบุรี / กลุ่มอนุรักษ์กาญจน / กลุ่มสตรีกาญจนบุรี / เครือข่ายพัฒนาสังคมจังหวัดสระบุรี / กลุ่มอนุรักษ์แม่น้ำป่าสัก / ประชาคมจังหวัดสมุทรสงคราม / ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ภาคพลเมืองจังหวัดนครปฐม /ศูนย์พัฒนากิจกรรมภาคพลเมืองจังหวัดปราจีนบุรี(DOF)
คำประกาศ “พลังพลเมือง เพื่อปฏิรูปการเมือง”
เครือข่ายพันธมิตรการเมืองภาคพลเมือง
ประกาศ ณ สวนสันติชัยปราการ ถนนพระอาทิตย์ กรุงเทพมหานคร
เมื่อวันศุกร์ที่ 3 มีนาคม พุทธศักราช 2549
****************************************************************
เรียน เพื่อนสื่อมวลชน และพลเมืองผู้เป็นไททุกท่าน
เรามารวมกัน ณ ที่นี้ เพื่อประกาศภารกิจ และ ความมุ่งมั่น ในการปฏิรูปการเมือง ด้วยพลังพลเมือง อันเป็นพันธกิจของทุกผู้คนที่พำนักในผืนแผ่นดินไทยนี้ร่วมกัน
เรามีความเชื่อเสมอมาว่า ในความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับสังคมนั้น สังคมต้องมีพลังอำนาจทางการเมืองเหนือรัฐ นั่นคือ การเมืองเป็นการเมืองของพลเมืองไม่ใช่การเมืองของรัฐเท่านั้น โดยที่ บุคคลที่เป็นพลเมือง ต้องมีความสำนึกในอุดมการณ์ประชาธิปไตย ที่มิใช่เพียง การใช้สิทธิในการเลือกตั้ง แต่คือการมีส่วนร่วมในทางการเมือง การมีสำนึกในสิทธิหน้าที่ ความเสมอภาค และเสรีภาพ การมีสำนึกสาธารณะที่เห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน กลไกสำคัญของการเมืองภาคพลเมืองคือเครือข่าย และ การติดต่อสื่อสาร การจัดกิจกรรม ตลอดจนการชุมนุม เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร ความคิดเห็น โดยมุ่งหวังให้เกิด “พลังปัญญา” ร่วมแก้ไขปัญหาหรือร่วมกันหาทางออกของความขัดแย้งทางการเมืองด้วยสันติวิธี เพื่อสร้างระบบการเมืองการปกครองที่มีประสิทธิภาพ แต่เพียบพร้อมด้วยความโปร่งใส และ คุณธรรม หรือ ธรรมาภิบาล
แต่ ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา พลเมืองจำนวนหนึ่ง ได้ร่วมกันถามถึง คุณธรรม และ ธรรมาภิบาลของผู้นำรัฐบาล รวมทั้งคณะนักการเมืองกลุ่มรัฐบาล และภาคราชการที่รับผิดชอบในการบริหารบ้านเมืองตามบทบาทหน้าที่ที่ประชาชนมอบหมายให้ แทนที่จะได้รับคำชี้แจง หรือ วิถีปฏิบัติที่คำนึงถึงมาตรฐานทางศีลธรรมจรรยา ควบคู่กับความถูกต้องชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ และ กติกาที่เป็นกฎระเบียบต่าง ๆ แต่คำตอบ หรือ ปฏิกิริยาตอบกลับจากทั้งผู้นำรัฐบาลและพลพรรค กลับเป็นการใช้เกมการเมือง กลวิธียอกย้อนอย่างแอบอ้างกฎหมาย รวมทั้งวาทกรรมหรือการสร้างชุดคำและความเชื่อที่เอื้อประโยชน์และความถูกต้องแก่กลุ่มตน บนฐานคิด ยุทธศาสตร์ และ ลีลาการสื่อสารการตลาด กระตุ้นกระแสสงสาร และ ประชานิยม พร้อมการใช้อำนาจรัฐบาลรักษาการณ์สร้างเงื่อนไขเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ได้รับการเลือกตั้ง อย่างหวังมากอบโดยและทำร้ายประเทศอีกวาระ ขณะเดียวกัน ก็ยังคงสกัดกั้นข้อมูลข่าวสารของฝ่ายผู้ไม่สนับสนุนตน ไม่ให้ไหลผ่านสื่อมวลชนทั้งกระแสหลัก กระแสรอง แม้กระทั่งสื่อทางเลือก แต่ใช้อำนาจบนความอ่อนแอของระบบราชการ ให้สื่อของรัฐสร้างสารสนับสนุนความคิด ความเชื่อ สร้างภาพ ปั้นข้อมูล เพื่อประโยชน์ของกลุ่มตน จนสร้างความสับสนแก่สังคม
เพื่อนพลเมืองผู้เป็นไท บัดนี้ ถึงเวลาแล้ว ที่เราต้องรวมตัวกัน ทั้งในแม่น้ำสายใหญ่ที่กรุงเทพฯ และ แม่น้ำสายเล็กสายน้อยทั่วแผ่นดิน ทำภารกิจเร่งด่วน ใช้พลังพลเมือง พลังแห่งคุณธรรมและจริยธรรม พลังแห่งความร่วมรับผิดชอบต่ออนาคตของประเทศ ปลดปล่อยระบบทักษิณ ระบอบธนกิจการเมือง ที่ปล้นชาติขายประเทศ ก่อนที่จะร่วมมือกัน ปฏิรูปการเมืองและสังคมไทยหลังระบบทักษิณ เพื่อให้เรามีรัฐธรรมนูญที่ส่งผลเป็นรูปธรรมได้ มีกฎหมายที่ยุติธรรม มีองค์กรอิสระที่เป็นอิสระอย่างแท้จริง มีรัฐบาลและนักการเมืองที่มีความสามารถควบคู่กับคุณธรรมและความรับผิดชอบ มีข้าราชการที่เป็นผู้เอื้อประโยชน์สุขแก่ประชาชน มีธุรกิจที่แข่งขันกันอย่างเสรีแต่เป็นธรรม ไม่ผูกขาด ตัดตอน ไม่วิ่งตามกระแสโลก กระแสทุน อย่างทิ้งประชาชน
“บ้านเมืองเป็นเรื่องของเรา” มาร่วมกันกวาดล้างระบบทักษิณที่ทำลายชาติ ด้วยพลังพลเมืองที่ใช้สติ ใช้ปัญญา และใช้ความกล้าหาญทางคุณธรรม ก่อนจะมาร่วมสร้างชาติที่เป็นของประชาชนและพลเมืองผู้เป็นไท อย่างแท้จริง ต่อไป
เครือข่ายพันธมิตรการเมืองภาคพลเมือง ซึ่งประกอบด้วยองค์กรดังมีรายชื่อในเอกสารนี้ ขอประกาศเข้าร่วมกันทำภารกิจเพื่อแผ่นดิน ในวันที่ 5 มีนาคมนี้ ที่สนามหลวง และ ที่พื้นที่สาธารณะของพลเมืองผู้เป็นไท ทั่วประเทศ
Be the first to comment on "ปิดระบอบทักษิณ เปิดสังคมใหม่ด้วยพลังสร้างสรรค์ของประชาชน"