ผลัดใบที่ไทยพีบีเอส
พลเดช ปิ่นประทีป
ประจำวันพุธที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๕
ท่ามกลางกระแสความห่วงใยของเครือข่ายและการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งภายในและภายนอกองค์การ ในที่สุดกระบวนการเปลี่ยนผ่านอำนาจการนำและการบริหารในโครงสร้างส่วนบนสุดของไทยพีบีเอสก็มาถึงบทสรุปที่ชัดเจนแล้ว
๒๖ กรกฎาคม คณะกรรมการนโยบายได้ใช้ดุลยพินิจที่เป็นอิสระอย่างยิ่ง ด้วยคะแนนที่เป็นเอกฉันท์(๘ : ๐) เลือกคุณสมชัย สุวรรณบรรณ เป็นผู้อำนวยการ ส.ส.ท.คนใหม่ ซึ่งจะเริ่มรับหน้าที่ต่อจากคุณเทพชัย หย่อง ในวันที่ ๑๐ ตุลาคมนี้
๒๗ กรกฎาคม คณะกรรมการสรรหาบอร์ด อันเป็นกลไกอิสระตามกฎหมาย ได้มีการพิจารณาในขั้นตอนสุดท้ายเพื่อ ลือกกรรมการนโยบายอีก ๕ คนเข้ามาแทนที่คนเก่าที่จะหมดวาระลงครึ่งหนึ่ง ทราบมาว่าการโหวตของกรรมการทั้ง ๑๕ ท่านมีความเป็นธรรมชาติและเป็นอิสระอย่างยิ่งเช่นกัน โหวตกันอยู่หลายรอบมากเสียจนความพยายามใดๆ ที่จะจัดตั้งหรือล็อบบี้ทำไม่ได้เลย ซึ่งในที่สุดก็ได้ คุณธีรภัทร สงวนกชกร ศ.ปราณี ทินกร คุณสมพันธ์ เตชะอธิก คุณสมศรี หาญอนันทสุข และ ศ.วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ โดยทั้ง ๕ ท่านจะเริ่มเข้ามาทำหน้าที่ทันทีที่ได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษา
นับเป็นกระบวนการผลัดใบที่ผลลัพธ์ออกมาดีมากทั้งสองส่วน เพราะในเบื้องต้นนี้ ภาพรวมนับเป็นสูตรที่ลงตัวดีกว่าที่ผมและกรรมการนโยบายชุดปัจจุบันคาดหวังเอาไว้มากทีเดียว ดังนั้นที่หลายคนห่วงใยก็น่าจะคลายความวิตกกังวลลงได้
เรื่องนี้ต้องขอบคุณผู้ที่ออกแบบกฏหมายเพราะทำไว้ได้ดี ทั้งในด้านหลักประกันการแทรกแซงจากรัฐบาลและมีระบบถ่วงดุลจากฝ่ายต่างๆ ที่พอเหมาะลงตัว ป้องกันบล็อคโหวตได้จริง ที่สำคัญต้องขอบคุณกรรมการทุกท่าน ทั้งสองส่วน ที่ปฏิบัติหน้าที่แทนสาธารณะด้วยความซื่อตรง กล้าหาญทางจริยธรรม มีเกียรติภูมิและใช้ดุลยพินิจที่เป็นอิสระ โดยไม่วอกแวกหวั่นไหวไปกับกระแสและแรงกดดันจากภายนอก นับเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจมากสำหรับกระบวนการสรรหาในองค์กรสาธารณะอื่น
ในช่วง ๔ ปีแรกของการก่อตั้ง ไทยพีบีเอสก็เหมือนองค์กรทั่วไป คือเป็นช่วงของการบุกเบิกถากถาง อันธรรมชาติของงานบุกเบิกนั้นย่อมต้องการผู้นำที่มีบุคลิกภาพแบบนักบุกเบิก คือแข็งกล้า บึกบึน ทุ่มเท และบางครั้งต้องเสียสละเอาตัวเข้าแลก จึงมักเกิดการบาดเจ็บ บอบช้ำจากการทำงานเป็นธรรมดา เมื่อภารกิจช่วงบุกเบิกได้ผ่านพ้นไปและประสบความสำเร็จที่งดงามพอประมาณแล้ว ต่อนี้ไปคือยุคของการสร้างสรรค์พัฒนาที่ต่อยอด ซึ่งไทยพีบีเอสควรได้ทีมผู้นำที่มีความใหม่สดและมีบุคลิกภาพอีกแบบหนึ่งเพื่อไปสู่ยุคใหม่
เหมาเจ๋อตง ผู้นำการทำสงครามปฏิวัติเปลี่ยนแปลงประเทศจีนจนได้ชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อมาทำหน้าที่ประธานธิบดีกลับไม่ประสบความสำเร็จในการบริหาร ซ้ำยังนำพาประเทศเข้าสู่การปฏิวัติวัฒนธรรมจนเสียหายอย่างหนัก ประเทศจีนต้องรอจนกระทั่งเหมาถึงแก่กรรมไปตามอายุไข จึงได้เติ้งเสี่ยวผิงขึ้นมาแทนและสามารถนำพาประเทศจนกลายเป็นมหาอำนาจของโลก
อีกกรณีหนึ่งคือวินสตัน เชอร์ชิลก็คล้ายกัน ท่านเป็นวีระบุรุษสงครามที่ยิ่งใหญ่มาก ทั้งในความทรงจำของคนอังกฤษและชาวโลก แต่เมื่อลงเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ชาวอังกฤษกลับไม่เลือกเพราะสังคมใหญ่ของเขาเลือกเชิงยุทธศาสตร์ โดยรู้ว่าควรใช้ผู้นำแบบใดจึงสอดคล้องกับยุคสมัย
ไทยพีบีเอสในช่วงบุกเบิก บอร์ดและผู้บริหารชุดแรกได้สร้างและสั่งสมทุนเชิงสถาบันเอาไว้แล้วมีหลากหลาย อาทิ การมีแบรนด์ทางบวกที่โดนเด่นขึ้นทุกวัน ได้รับรางวัลเกียรติยศจากสังคมเพิ่มขึ้นทุกปี พนักงานทั้ง ๙๐๐ ชีวิตได้เคยผ่านประสบการณ์ในการทำหน้าที่สื่อสารนำพาสังคมไทยฝ่าวิกฤติการณ์ความรุนแรงทางการเมือง๓ครั้งและพิบัติภัยธรรมชาติอีก๒ปีซ้อนจึงมีความรู้และภูมิปัญญา มีเครือข่ายทางสังคมกว้างขวางอยู่ทั่วประเทศ นอกจากนั้นยังได้รับการยอมรับจากวงการสื่อภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิคในฐานะสื่อสาธารณะ (PBS) น้องใหม่และเป็นดาวรุ่งของวงการที่หลายประเทศสนใจศึกษารูปแบบ มีภูมิคุ้มกันทางสากลที่ขยายตัวออกไป และที่สำคัญมีสำนักงานใหญ่ที่มีความมั่นคง สมสง่าและเอื้อต่อการทำงานในทุกด้าน ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดเพิ่งเสด็จมาทรงเป็นประธานเปิดเมื่อกลางเดือนที่แล้ว
กรรมการชุดคาบเกี่ยวและชุดใหม่อย่างละครึ่งคงจะได้มีการถ่ายทอดข้อมูลและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในเร็ววัน กระบวนการส่งต่อภารกิจที่วางแผนไว้ใน ๑-๒ เดือนข้างหน้าจะยิ่งเพิ่มความมั่นใจสำหรับทุกฝ่าย ในฐานะที่เคยเป็นกรรมการนโยบายด้วยคนหนึ่ง ผมขออนุญาตที่จะต้องกล่าวถึงผู้ร่วมบุกเบิกที่ทรงคุณค่าสัก๒คน เพื่อบันทึกไว้ด้วยความชื่นชม ภาคภูมิใจและขอบคุณยิ่ง
คุณเทพชัย หย่อง ในฐานะผู้อำนวยการคนแรกที่สามารถนำพาขบวนพนักงาน ปฏิบัติหน้าที่ในภาวะวิกฤติที่ถาโถมตลอด ๔ ปีและสร้างผลงานเป็นที่ชื่นชมของสังคมและวงการ ด้วยบุคคลิกความสุภาพบุรุษ มีความอดทนอดกลั้นอย่างสูง มีความเชื่อมั่นและลุ่มลึกต่อแนวทางสื่อสาธารณะอย่างยิ่ง เสียสละทุ่มเทและแบกรับแรงกระแทกจากทุกทาง ผลงานตลอดยุคสมัยของเขาได้สร้างสมและไต่ระดับขึ้นมาอย่างมั่นคง จนถึงขีดสูงสุดให้ประจักษ์แล้วในวันพิธีเปิดอาคารที่ทำการ
คุณวสันต์ ภัยหลีกลี้ รองผู้อำนวยการ ผู้ดูแลการก่อสร้างมูลค่า ๑,๑๓๖ ล้านบาท การจัดซื้อจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์ที่ทันสมัยมูลค่าอีกร่วม ๑,๐๐๐ ล้านบาท ตลอดจนการย้ายที่ทำการทั้งหมดโดยไม่หยุดออกอากาศแม้แต่วินาทีเดียว ซึ่งเป็นงานที่ยากมากแต่สามารถทำได้อย่างเรียบร้อย ตรงตามเวลาและได้รับเสียงชื่นชมไปทั่ว ทั้งนี้เพราะความเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์ซื่อตรง มีกรอบคิดและหลักเกณฑ์การทำงานที่ละเอียดถี่ถ้วน จึงทำให้การจัดซื้อจัดจ้าง การติดตั้งและการส่งมอบงานทุกอย่างเป็นไปด้วยความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล
Be the first to comment on "ผลัดใบที่ไทยพีบีเอส"