68 กิโลเมตร ของสายน้ำแห่งนี้ มีทั้งรีสอร์ท นิคมอุตสาหกรรม ชุมชนเมือง เขตเกษตรกรรม และการเพาะเลี้ยงปลากระชัง แม่น้ำปราจีนวันนี้มีปัญหา ทั้งน้ำท่วม น้ำเค็ม น้ำแล้ง น้ำเสีย….ชะตากรรมแม่น้ำปราจีน จะเป็นอย่างไร ?
วิกฤตแม่น้ำปราจีนฯ : ปัญหาสาธารณะที่รอการจัดการ
โครงการวิจัยและพัฒนาชีวิตสาธารณะ –ท้องถิ่นน่าอยู่
|
|||||||
แม่น้ำปราจีนบุรี เส้นเลือดสำคัญที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนในจังหวัดปราจีนบุรี ได้ใช้อุปโภคบริโภค เป็นแหล่งน้ำประปาของชุมชน เป็นปัจจัยการผลิตทางการเกษตร และอุตสาหกรรม เป็นแหล่งประมงน้ำจืด และเป็นต้นน้ำที่สำคัญของแม่น้ำบางปะกง แม่น้ำปราจีนบุรี จึงนับเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญยิ่งต่อการดำรงชีวิต แม้จะเป็นทรัพยากรที่ไม่หมดสิ้น เกิดขึ้นใหม่ได้เสมอ แต่ทรัพยากรน้ำจะมีคุณค่าต่อเมื่อมีปริมาณที่พอเหมาะในเวลาที่มนุษย์ต้องการ ไม่มีมากเกินไปจนเกิดอุทกภัย มีน้อยเกินไปจนเกิดความแห้งแล้งขาดแคลน หรือน้ำที่จะนำมาอุปโภคบริโภค คุณภาพของน้ำจะต้องสะอาดปราศจากการปนเปื้อนสารพิษ สารเคมีต่างๆ |
|||||||
แม่น้ำปราจีนบุรีเกิดจากการรวมของแควพระปรงและแควหนุมานบริเวณ อำเภอกบินทร์บุรีและประจันตคามโดยไหลไปทางตะวันตกเข้าสู่เขตอำเภอเมืองปราจีนบุรีและไหลไปรวมตัวกับแม่น้ำนครนายกเป็นแม่น้ำบางประกงมีความยาวประมาณ 68 กิโลเมตร แม่น้ำปราจีนบุรีไหลผ่าน 6 อำเภอ รวม 19ตำบล มีเพียง 1 อำเภอเท่านั้นที่ไม่ไหลผ่าน คือ อำเภอศรีมโหสถ |
|||||||
วิกฤตปัญหาแม่น้ำปราจีนบุรีในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ปี 2538 – ปลาตายทั้งแม่น้ำ ตั้งแต่ศรีมหาโพธิจนถึงบ้านสร้าง – พันธุ์ปลาประจำถิ่นเริ่มหายไป เช่น ปลาลิ้นหมา, ปลาแก้มช้ำ, ปลา สมพร (ปลาเนื้ออ่อน), ปลาลิ้นวัว, ปลาน้ำดอกไม้ เป็นต้น – น้ำท่วมใหญ่ที่ อ.เมือง, อ.บ้านสร้าง, อ.ประจันตคาม และอ.กบินทร์บุรี ปี 2542 “วิกฤตปลาตายลอยหัว” รอบ 1 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ ปี 2546 “วิกฤตปลาตายลอยหัว” รอบ 2 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ ปี 2547 ตลิ่งริมน้ำพังลงบริเวณ อ.ศรีมหาโพธิจนถึงอ.บ้านสร้าง ปี 2547 น้ำท่วม อ.กบินทร์บุรี และเกิดวิกฤตปลาลอยหัวที่ อ.บ้านสร้าง |
|
||||||
บริเวณต้นน้ำ พื้นที่ครอบคลุม อ.กบินทร์บุรี อ.นาดี อ.ประจันตคาม สภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบสูง พื้นที่ทางการเกษตรเพาะปลูกไร่มัน พื้นที่ปลูกข้าว ข้าวโพด และมีสวนบางส่วนบริเวณต้นน้ำ ใช้ประโยชน์เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดปราจีนบุรี สภาพทั่วไปเป็นป่าที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ เป็นป่าเบญจพรรณ นอกจากนี้พื้นที่บางส่วนเป็นพื้นที่สำหรับเลี้ยงสัตว์ (สุกร, ไก่) ปัญหาที่พบบริเวณพื้นที่ต้นน้ำที่สำคัญ คือ ปัญหาน้ำท่วมและตลิ่งพัง สาเหตุหลักเกิดจากการบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อการสร้างรีสอร์ทเป็นแหล่งท่องเที่ยวและเพาะปลูก และมีการตัดถนนเข้าไป ทำให้ทิศทางของน้ำเปลี่ยนไป และระบายน้ำไม่ทัน ประกอบกับพื้นที่ในการดูดซับน้ำน้อยลง เพราะป่าถูกทำลาย ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมบริเวณที่พบปัญหาคือ ต.โพธิ์งาม ต.บุฝ้าย อ.ประจันตคาม ต.กบินทร์ ต.เมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี ต.สะพานหิน อ.นาดี |
|||||||
บริเวณกลางน้ำ ครอบคลุม อ.กบินทร์บุรี (ต.หนองกี่ ต.บ้านนา ต.กบินทร์บุรี)อ.ศรีมหาโพธิ (ต.ท่าตูม) อ.ประจันตคาม (ต.โพธิ์งาม) “พื้นที่กลางน้ำตอนบน” สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่อุตสาหกรรม เช่น นิคม อุตสาหกรรม 304 (ท่าตูม), นิคมอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี (หนองกี่),เครือสหพัฒน์ (กบินทร์บุรี), ลานมัน (กบินทร์บุรี), โรงงานหน่อไม้ (ประจันตคาม) รวมโรงงานที่ตั้งอยู่เฉพาะช่วงกลางน้ำ ประมาณ 600 กว่า แห่ง และเป็นพื้นที่อยู่อาศัยชุมชนเมือง ปัญหาที่พบบริเวณพื้นที่กลางน้ำตอนบนที่สำคัญ คือ ปัญหาการดูดทรายจากแม่น้ำ ที่ ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ และที่ ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรีเพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง ซี่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำขุ่นและตลิ่งพัง และปัญหาการปล่อยน้ำเสียจากโรงงานอุตสาห กรรมและปัญหาน้ำทิ้งจากอาคารบ้านเรือน “พื้นที่กลางน้ำตอนล่าง”ครอบคลุม อ.เมือง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทำนา เลี้ยงปลาในกระชัง ปัญหาที่พบบริเวณพื้นที่กลางน้ำตอนล่างที่สำคัญคือ ปัญหาน้ำทิ้งจากครัวเรือน ปัญหาการทิ้งขยะมูลฝอยจากครัวเรือนลงสู่แม่น้ำทำให้น้ำเน่าเสีย และปัญหาน้ำเสียจากสารเคมีในการเลี้ยงปลา กุ้ง และตะกอนจากบ่อปลา บ่อกุ้ง |
|||||||
บริเวณปลายน้ำ พื้นที่ครอบคลุม อ. บ้านสร้าง ลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบลุ่ม ทำนาข้าว และนากุ้ง น้ำส่วนใหญ่ใช้เพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและเพื่อการอุปโภคบริโภค ปัญหาที่พบบริเวณพื้นที่ปลายน้ำที่สำคัญ คือ สภาพน้ำกร่อย น้ำเค็ม น้ำเน่า ซึ่งสาเหตุหลักของน้ำกร่อยเกิดจากน้ำทะเลหนุนเข้ามาในพื้นที่สืบเนื่องจากการดูดน้ำขึ้นมาทำนาปรังทำให้ปริมาณน้ำจืดน้อยลง นอกจากนั้นยังมีปัญหาน้ำเน่าเสียจากการทำเกษตรเคมี และอุตสาหกรรมจากโรงงานอุตสาหกรรม |
|||||||
ต้องการน้ำออกเป็น 7 ประเภท ตามสภาพพื้นที่ดังนี้ 1. การใช้น้ำด้านการเกษตร 2. การใช้น้ำด้านอุปโภคบริโภค 3. การใช้น้ำด้านอุตสาหกรรม 4. การใช้น้ำด้านการปศุสัตว์ 5. การใช้น้ำด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 6. การใช้น้ำด้านการท่องเที่ยว 7. การใช้น้ำเพื่อการรักษาระบบนิเวศและผลักดันน้ำเค็ม |
|||||||
ปัญหาความแห้งแล้ง จากภาวะฝนแล้งเกิดในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมของทุกปี ทำให้ปริมาณน้ำที่ผิวดิน และน้ำใต้ดิน ลดลง ประกอบกับการทำลายป่าที่เป็นแหล่งต้นน้ำ ของแม่น้ำหลายสายในจังหวัดปราจีนบุรีและฉะเชิงเทรา ทำให้เกิดภาวการณ์ขาดแคลนน้ำ โดยเฉพาะน้ำในแควหนุมาน แควพระปรง และแม่น้ำปราจีนบุรีที่แห้งขอดจนเกิดปัญหาต่อระบบน้ำประปาของชุมชน ทำให้ไม่สามารถสนองความต้องการใช้น้ำเพื่อกิจกรรมต่างๆ ของจังหวัด
ปัญหาน้ำท่วม เกิดในช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคมของทุกปี พบที่อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอเมือง และอำเภอประจันตคาม บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำในเขตตำบลสัมพันธ์ บ้านทาม ท่าตูม หัวหว้า หาด ยาง ดงกระทงยาม และบางกุ้ง เกิดสภาวะน้ำหลากล้นตลิ่งเป็นปริมาณมากทุกปี ประกอบกับการระบายน้ำไม่เพียงพอ เพราะการถมที่ดินของภาคเอกชนในบริเวณพื้นที่รับน้ำ และการก่อสร้างถนนขวางกั้นการระบายน้ำ ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผลผลิตทางการเกษตรเป็นอย่างมาก
ปัญหาแหล่งน้ำธรรมชาติตื้นเขิน ในพื้นที่อำเภอประจันตคาม ศรีมหาโพธิ และศรีมโหสถ แหล่งน้ำธรรมชาติมีสภาพตื้นเขิน ขาดการพัฒนาเพื่อนำไปใช้ในการเก็บกักน้ำ เมื่อถึงฤดูฝนทำให้เกิดน้ำท่วมจนทำให้พื้นที่เกษตรได้รับความเสียหาย
ปัญหาขาดแคลนน้ำ สภาพพื้นที่ของจังหวัดมักเกิดปัญหาน้ำท่วมในฤดูฝน และมีการขาดแคลนน้ำใช้ในฤดูแล้งเนื่องมาจากแหล่งน้ำที่มีอยู่ตื้นเขินไม่สามารถกักเก็บน้ำได้เพียงพอ ปัญหาการไม่สามารถแยกน้ำจืดจากน้ำเค็มได้อย่างชัดเจน ข้อเท็จจริงของการแยกน้ำออกจากกันนั้นไม่สามารถทำได้ เพราะน้ำเค็มสามารถซึมเข้าสู่ใต้ผิวดินได้ การใช้งบประมาณในการกั้นแม่น้ำดังกล่าวอาจสูญเสียโดยไม่จำเป็น ตัวอย่างจะเห็นได้จากโครงการเขื่อนบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา
ปัญหาการต่อเนื่องของตลิ่งพัง จากที่ผ่านมามีเหตุการณ์ที่เขื่อนบางปะกงปิดประตูระบายน้ำ ทำให้เกิดการพังของตลิ่งทั้งสองข้างแม่น้ำ
ถ้ายังไม่มีการวางแผนจัดการที่ดีพอ แม่น้ำปราจีนบุรีคงมีปัญหาอื่นๆ ตามมา เนื่องจากจังหวัดปราจีนบุรีเป็นจังหวัดหนึ่งที่อยู่ในแผนพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกระยะที่ 2 และเป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตส่งเสริมการลงทุนเขตที่ 3 อีกทั้งมีโครงข่ายการคมนาคมที่เชื่อมต่อกับพื้นที่อื่นๆ และไม่ไกลจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล ดังนั้นจึงเป็นจุดสนใจของนักลงทุนที่จะมาลงทุนทางด้านอุตสาหกรรม ทำให้มีการใช้ทรัพยากรและทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง แต่เนื่องจากข้อจำกัดทางด้านทรัพยากรถ้าหากยังคงดำเนินการพัฒนาโดยไม่คำนึงถึงทรัพยากรที่มีอยู่ ในอนาคตแม่น้ำปราจีนบุรีคงมีสภาพที่แย่ลงเรื่อยๆ |
|||||||
|
Be the first to comment on "วิกฤตแม่น้ำปราจีนฯ"