เมื่อประมาณสี่ทศวรรษที่ผ่านมา บริเวณชายฝั่งทะเลสาปยูเนี่ยน ในรัฐวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เกิดชุมชน “บ้านเรือ” ของคนชั้นกลางและยากจนรายรอบทะเลสาป ทำความไม่พอใจให้นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม…
|
||||||||
“บ้านเรือ” ของคนชั้นกลางและยากจนรายรอบทะเลสาป ทำความไม่พอใจให้นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพราะกังวลว่าชุมชนจะปล่อยของเสียสู่ทะเลสาป ในขณะที่นักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ กะการกำไร ด้วยการเล็งหาพื้นที่เพื่อสร้างบ้าน และ รีสอร์ท ที่อาจส่งผลให้ผู้อาศัยในบริเวณนั้นต้องแยกย้ายจากรกรากที่ปักหลักดำรงชีวิต …ดูประหนึ่ง ความแตกต่างกำลังจะนำไปสู่ปัญหา ถ้าเป็นในสังคมไทย ภาพที่เราคุ้นชิน คือ การปักป้าย เดินขบวน ไปจนถึงความขัดแย้ง ความรุนแรง .. แต่ที่นั่น.. ชาวบ้านเรือ รวมตัวกัน หาแนวทางสื่อสารกับนักธุรกิจ และนักอนุรักษ์ โดยต่างฝ่ายต่างรักษาผลประโยชน์ทั้งของตนและของส่วนรวม เช่น เจ้าของบ้านเรือยอมจ่ายค่าท่อระบายของเสียไม่ให้ปล่อยลงทะเลสาป การตกลงสร้าง “ชีวิตสาธารณะ” ที่น่าอยู่นี้ เป็นไปโดย “ความร่วมแรงร่วมใจ” ไม่ได้ใช้ “อำนาจ หรือ กฎหมายบังคับ” จนทุกวันนี้ บริเวณดังกล่าว ยังคงความเป็นชุมชนที่น่าอยู่ ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์ สวยงาม |
||||||||
โครงการชีวิตสาธารณะ–ท้องถิ่นน่าอยู่ เป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) โดยมุ่งหวังเสริมสร้างวิถีสาธารณะที่เข้มแข็ง เน้นประเด็นด้าน “สุขภาวะ” ด้วยกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของคนในสังคม โครงการนี้ ดำเนินการในพื้นที่ 35 จังหวัด คือ ภาคเหนือที่ ลำปาง แม่ฮ่องสอน เชียงราย ลำพูน พะเยา เพชรบูรณ์ พิษณุโลก ตาก นครสวรรค์ ภาคอีสานที่ ชัยภูมิ สุรินทร์ อำนาจเจริญ นครราชสีมา เลย ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี ภาคใต้ ที่ปัตตานี นราธิวาส พัทลุง พังงา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี ตรัง ที่เหลืออีก 11 จังหวัดภูมิภาคส่วนกลาง คือ อุทัยธานี ลพบุรี นครปฐม ประจวบคีรีขันธ์ นครนายก สมุทรปราการ ตราด ปราจีนบุรี สระบุรี กาญจนบุรี สมุทรสงคราม โครงการนี้ทำงานกับกลุ่มชุมชนในพื้นที่ 35 จังหวัด มาตั้งแต่ปี 2546 และโครงการจะสิ้นสุดในปีหน้า คือปี 2549 นี้แล้ว ลักษณะสำคัญของ โครงการชีวิตสาธารณะ –ท้องถิ่นน่าอยู่ คือ การเสริมสร้างให้ “พลเมืองผู้ตื่นตัว” หรือ “กลุ่มคนเอาธุระเรื่องสาธารณะ” ที่สนใจต้องการร่วมแก้ไขปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ด้านต่าง ๆ ในชุมชน ด้วยมุ่งหวังสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีร่วมกันในสังคม ได้เข้ามาร่วมงานกับโครงการ ซึ่งมีแนวทางสำคัญในการ “เสริมสร้างท้องถิ่นน่าอยู่ และ ชีวิตที่อยู่เย็นเป็นสุข” คือ |
||||||||
ศักยภาพการสื่อสารและการทำงานกับเครือข่าย และชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างสรรค์ รวมทั้ง การจัดกิจกรรมชุมชน และ เวทีพูดคุย สนทนา ของผู้คน คือกลไก ที่ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยน ความรู้ ความคิด ประสบการณ์ และที่สำคัญ เป็นการทำให้เกิด “ความเข้าใจ และยอมรับ” เพื่อนร่วมชุมชน อย่างเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน ส่งผลให้เกิด “พลังทางบวก” ในการร่วมสร้าง สังคมที่ดี ด้วยพลังชุมชน ตัวอย่างรูปธรรมที่น่าสนใจ เช่น เวที ”โสเหล่สาธารณะ” ที่อุบลราชธานี และ การจัดกิจกรรมสาธารณะรูปแบบหลากหลายของจังหวัดที่ร่วมโครงการ |
||||||||
4. รักษาคุณค่า และสายสัมพันธ์ด้วยการหมั่นประเมินผลโดยสาธารณะ สิ่งที่น่า เศร้าและเกิดขึ้นบ่อย คือ ความสัมพันธ์เชิงสาธารณะมักจะถูกทำลายลงด้วยวิธีการประเมินผลแบบดั้งเดิม ที่ผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญใช้วิธีการเชิงปริมาณ และ มุ่งผลสำเร็จ ซึ่งมักลดทอนคุณค่างานสาธารณะ โดยเฉพาะ “คุณค่าของการมีส่วนร่วม และกระบวนการเรียนรู้ของชุมชน” โครงการชีวิตสาธารณะ–ท้องถิ่นน่าอยู่ ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญคือ “ทักษะ พลังปัญญา และ พลังการทำงานเพื่อสาธารณะ ต้องคงอยู่กับประชาชนตลอดไป แม้โครงการจะต้องปิดลง” ดังนั้น จึงมีการจัดกระบวนการเสริมสร้างแนวคิด และทักษะการดำเนินการให้ชุมชนประเมินผลกิจกรรมด้วยตนเอง ซึ่งตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ได้พิสูจน์ชัดว่า ทำให้เกิดการประเมินอย่างสร้างสรรค์ และปรับปรุงการทำงานอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้งานมีทิศทาง และ รูปธรรมที่ชัดเจน ที่สำคัญ รักษาทั้งคุณค่างาน และ คุณค่าชุมชน รวมทั้งคนทำงาน
ด้วยการทำงานที่มุ่งเน้น การสร้าง “ปัญญา” และ “พลเมืองที่ตื่นตัว” แม้จะต่างเพศ วัย ฐานะ อาชีพ แต่มี “ใจดวงเดียวกัน” คือ ต้องการมี “สุขภาวะสังคม” ที่ประชาชนมีส่วนกำหนดชะตากรรมร่วมแห่งชีวิตสาธารณะ “ในช่วงหนึ่ง” โครงการนี้จึงถูกมองอย่างหวาดระแวง และ ไม่เข้าใจ |
||||||||
|
||||||||
|
||||||||
**สนใจหนังสือ แจ้งชื่อที่อยู่ไปยัง สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา 693 ถ.บำรุงเมือง เขตป้อมปราบ กทม.10100 |
Be the first to comment on "สร้างชีวิตที่อยู่เย็น เป็นสุข ด้วย พลังประชาชน"