เมื่อวันที่ 2-3 เมษายน 2548 ฝ่ายติดตามประเมินผลภายใน ส่วนกลาง โครงการวิจัยและพัฒนาชีวิตสาธารณะ–ท้องถิ่นน่าอยู่ ได้จัดเวที “การวิเคราะห์ตัวชี้วัดและการประยุกต์ใช้ตัวชี้วัด” ในการขับเคลื่อนโครงการวิจัยและพัฒนาชีวิตสาธารณะ–ท้องถิ่นน่าอยู่ ขึ้นที่โรงแรมเจริญธานี ปริ้นเซส จังหวัดขอนแก่น เพื่อพัฒนาศักยภาพของฝ่ายติดตามประเมินผลภายในจังหวัด ในการวิเคราะห์ตัวชี้วัดและการประยกต์ใช้ตัวชี้วัดในการขับเคลื่อนโครงการฯ
ผู้เข้าร่วมมาจาก 8 จังหวัดภาคอีสาน ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี อำนาจเจริญ สุรินทร์ ชัยภูมิ นครราชสีมา เลย และกาฬสินธุ์ จังหวัดละ 3 คน คือ คณะกรรมการบริหารโครงการ 1 คน และฝ่ายติดตามประเมินผลภายในจังหวัด 2 คน
อ.เนาวรัตน์ พลายน้อย
ขณะนี้โครงการฯ กำลังมีฝ่ายประเมินภายนอกจะสุ่มประเมินการทำงานเป็นบางจังหวัด เราจึงควรตรวจสอบ ประเมินการทำงานของเราก่อนที่จะมีคนมาตรวจสอบเรา ว่าไปถึงไหนแล้ว ได้ตามเป้าไหม และอีก 1 ปีที่เหลือเราควรขับเคลื่อนงานไปในทิศทางใด
2 ปีที่ผ่านมาของการทำงานโครงการฯ อ.เนาวรัตน์ ได้ให้ข้อสังเกตว่า โครงการเรามียุทธศาสตร์ แต่กิจกรรมที่ทำมีความเข้มและพลังไม่เพียงพอที่จะนำไปสู่ยุทธศาสตร์ โครงการไม่ถูกทำให้ชัดตั้งแต่แรกทำให้มีปัญหาเรื่องความเข้าใจไม่ตรงกันและส่งผลต่อการทำงาน โครงการดำเนินงานภายใต้วัฒนธรรมองค์กรที่แตกต่าง(ประชาสังคม เอ็นจีโอ หน่วยงานรัฐ เอกชนฯลฯ) จึงเป็นเรื่องยากที่จะประสานการทำงาน โครงการเรามีคอนเซ็ปการทำงานที่ยาก จึงส่งผลให้ทำงานยากตามไปด้วย เพราะฉะนั้นการทำงานในวัฒนธรรมที่แตกต่างจำเป็นต้องประเมินแบบระบบเปิด ที่ประเมินได้หลายทิศทาง ตรวจสอบได้หลายทิศทาง
ฐานคิดในการพัฒนาตัวชี้วัด
อ.ศุภวัลย์ พลายน้อย ฝ่ายติดตามและประเมินผลภายใน ส่วนกลาง ตัวชี้วัดประกอบด้วยตัวชี้วัดทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ และเกณฑ์ที่สะท้อนความก้าวหน้า ตัวชี้วัดที่ดีต้องเที่ยงตรงและเชื่อถือได้ เกณฑ์การประเมินต้องชัดเจน โปร่งใส เปิดเผย การตัดสินใจต้องยุติธรรม และการสื่อสารและข้อตกลงที่เป็นกลาง จะนำไปสู่การตัดสินใจที่ดีที่สุด
หวังว่าการประเมินจะเป็นสิ่งที่ยกระดับการทำงานของเราให้ดีขึ้น โดยหลักประเมินโปร่งใส ใจเป็นกลาง และสะท้อนความจริง และอย่างน้อยจังหวัดควรจะมีตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการของแต่ละจังหวัด ที่ผ่านมามีแต่ตัวชี้วัดความสำเร็จของกิจกรรม เราต้องเชื่อมโยงตัวชี้วัดความสำเร็จของกิจกรรมว่านำไปสู่ความสำเร็จหรือเป้าหมายโครงการได้อย่างไร
การใช้ประโยชน์จากการประเมินในการขับเคลื่อนโครงการ
ดร.ธีรเดช ฉายอรุณ ฝ่ายติดตามและประเมินผลภายใน ส่วนกลาง ที่ผ่านมาส่วนใหญ่งานประเมินไม่ค่อยได้เอาไปใช้ เพราะผลการประเมิน คุณภาพของงานไม่ค่อยดี และเงื่อนไขของโครงการ โครงสร้างวัฒนธรรมไม่เอื้อ คือในแง่วิธีคิดและการยอมรับ
การใช้ประโยชน์จากการประเมินตามแนวคิดใหม่นั้น ต้องหาทางอธิบายได้ว่าเพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น สมเหตุสมผลหรือไม่ วิเคราะห์ความรู้ที่ได้ใช้ไปว่ามันเกิด มันเพียงพอหรือไม่ ต้องแสวงหาความรู้จากภายนอกมาพัฒนางานของจังหวัดและยกระดับงานที่ทำได้ดีเป็นชุดความรู้เพื่อจัดเก็บ เผยแพร่
ในการขับเคลื่อนผลการประเมิน การประเมินภายในควรทำอย่างมีส่วนร่วม สื่อสารผลการติดตามให้รับทราบในที่ประชุมหรือผ่านสื่ออื่น มีเวทีสรุปผลการประเมินรอบปี ทีมบริหารร่วมกันกำหนดประเด็นในการถอดบทเรียนจากการประเมิน(ประเด็นสำคัญๆ) และสร้างชุดข้อเสนอแนะเพื่อการพิจารณานำข้อเสนอแนะบางประเด็นเข้าสู่แผนการทำงาน
การให้ทฤษฎีจากนักวิชาการและทีมงานเป็นเพียงส่วนช่วยเสริมของเวที ที่เน้นหนักอย่างเข้มข้นคือ การปฏิบัติการตรวจสอบ ประเมินการทำงานจากตัวชี้วัดและการถอดบทเรียนของรายจังหวัด ซึ่งแต่ละจังหวัดได้ทำงานกันอย่างขะมักเขม้น เครียดบ้าง เข้าใจไม่ตรงกันบ้าง แต่ท้ายที่สุดหลายจังหวัดได้มองเห็นตัวเอง เข้าใจว่าสิ่งที่ทำมามันใช่หรือไม่กับงานชีวิตสาธารณะ–ท้องถิ่นน่าอยู่ และอีกหนึ่งปีที่เหลือควรจะเดินไปในทิศทางใด
ข้อสังเกตจากเวที
อ.ประภาพรรณ อุ่นอบ คณะสังคมศาสตร์และมนุษศาสตร์ ม.มหิดล ฝ่ายติดตามและประเมินผลภายในส่วนกลาง
ถ้ามองด้านกระบวนการพวกเราทำได้ดี แต่พอมองไปถึงผลลัพธ์มันเกิดค่อนข้างน้อย สิ่งที่สังเกตเห็นมีอยู่ 2 ประเด็นคือ หนึ่ง พวกเราไม่เคยรู้มาก่อนว่าผลลัพธ์ที่โครงการฯ อยากบรรลุมันคืออะไร สอง เรารู้ว่าผลลัพธ์ที่อยากบรรลุมีอะไรบ้าง แต่ไม่สามารถออกแบบให้สอดคล้องได้
สิ่งที่อยากบอกคือ อย่าไปกังวลกับคะแนนจากตัวชี้วัดที่ได้ ให้มองคะแนนเป็นสิ่งที่บอกเหตุทำให้เราสามารถปรับโครงการเดินไปสู่การบรรลุเป้าหมายได้ และเรื่องของการถอดบทเรียนให้ถอดจากประเด็นที่เราสนใจ ต้องการใช้ขับเคลื่อนงานหรือสรุปบทเรียน อาจเป็นประเด็นที่ประสบความสำเร็จหรือไม่ก็ได้
|
Be the first to comment on "เวที”การวิเคราะห์ตัวชี้วัดและการประยุกต์ใช้ตัวชี้วัด” ภาคอีสาน"