เวทีประชาสังคมภาคเหนือ ครั้งที่ 2

เมื่อวันที่ 28 – 30 มีนาคม 2548 ทีมสนับสนุนส่วนกลาง ร่วมกับทีมงานในโครงการวิจัยและพัฒนาชีวิตสาธารณะ – ท้องถิ่นน่าอยู่ภาคเหนือ จัดเวทีประชาสังคมภาคเหนือ ครั้งที่ 2…เพื่อให้พื้นที่ภาคเหนือได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เล่าถึงเรื่องราวและประเด็นการทำงานเชิงความรู้ของแต่ละจังหวัด …

บรรยากาศของงาน

 

เมื่อวันที่ 28 – 30 มีนาคม 2548 ทีมสนับสนุนส่วนกลาง ร่วมกับทีมงานในโครงการวิจัยและพัฒนาชีวิตสาธารณะ – ท้องถิ่นน่าอยู่ภาคเหนือ จัดเวทีประชาสังคมภาคเหนือ ครั้งที่ 2 ณ วังธารรีสอร์ท จ.เชียงใหม่ มีผู้เข้าร่วมประมาณ 20 คน การจัดเวทีครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้พื้นที่ภาคเหนือในชุดโครงการวิจัยและพัฒนาชีวิตสาธารณะ – ท้องถิ่นน่าอยู่ ได้แก่ ตาก แม่ฮ่องสอน พะเยา ลำพูน ลำปาง เชียงรายเพชรบูรณ์ พิษณุโลก มาพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เล่าถึงเรื่องราวและประเด็นการทำงานเชิงความรู้ของแต่ละจังหวัด สรุปสาระสำคัญของแต่ละจังหวัดดังนี้

 

นางเพลินใจ เลิศลักขณวงศ์ จากประชาคมจังหวัดตาก กล่าวว่า ตาก เป็นเมืองที่มีความหลากหลาย ทั้งเศรษฐกิจ วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม

ลักษณะของเมือง ฝั่งตะวันออกวิถีชีวิตของผู้คนเรียบง่ายอาชีพเกษตรกรรม เลี้ยงสัตว์ เป็นเมืองศูนย์ราชการ มีแหล่งหินแกรนิตและมีเขื่อนภูมิพล เป็นสัญลักษณ์

ฝั่งตะวันตกสะท้อนภาพของการดิ้นรนต่อสู้การค้าชายแดนมายาวนานกว่าร้อยปี มีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมกลุ่มชนต่างๆที่หลากหลาย

มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ การค้าอัญมณี และตลาดริมเมยเป็นสัญลักษณ์มีปัญหายาเสพติด แรงงานต่างด้าว การลักลอบเข้าเมือง การทำลายป่าที่สูงเพื่อทำเกษตรเคมีและพี่น้อง คนไทยพลัดถิ่นที่ยังไม่ได้รับสัญชาติไทย

ด้านสิ่งแวดล้อม ปัญหาเรื่องสารแคดเมียมพื้นที่ตำบลพระธาตุผาแดง แม่กุ แม่ตาว การบริโภคข้าวที่มีสารแคดเมียม น้ำขุ่นที่เกิดจากการทำแร่ทำให้สารแคดเมียมไหลมาตามเหมืองฝาย ลงนาข้าว ปัญหาการจัดการทรัพยากร การบุกรุกพื้นที่ป่า เปิดหน้าดินเพื่อทำการเกษตรเคมีและปลูกพืชเชิงเดี่ยว การสร้างผนังคอนกรีตกั้นลำห้วย การตัดต้นไม้ใหญ่ริมห้วย ทำผนังคอนกรีตและออกแบบให้มีทางเดินริมห้วย เมื่อน้ำท่วมก็ไม่อาจต้านทานกระแสน้ำ และทะเลซุงได้

 

ด้านเศรษฐกิจ เขตเศรษฐกิจชายแดนไทย-พม่า ที่จังหวัดตากและอำเภอแม่สอด

 

เขตเศรษฐกิจที่ไม่พึงประสงค์

 

-มองผลกำไรขาดทุนเฉพาะทางเศรษฐกิจเป็นหลัก และเป็นรายได้เฉพาะกลุ่ม
นำไปสู่เมืองแออัด(สลัมแรงงานในเมือง) ปัญหามลพิษทางดิน น้ำ อากาศ ช่องว่างระหว่างคนรวย-จน อาชญากรรม
-พลเมืองอยู่แบบผู้ถูกปกครอง ขาดการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยใหม่

เขตเศรษฐกิจที่พึงประสงค์
-มองผลกำไรร่วมทางสังคมระยะยาว มิใช่เพียงแค่ตัวเลขทางเศรษฐกิจ

-คำนึงถึงความเป็นมนุษย์ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การสร้างเมืองน่าอยู่
-พลเมืองอยู่อย่างรู้เท่าทันและมีการปรับตัวเข้ากับยุคสมัยใหม่
-มีส่วนร่วมและมีทางเลือกหลายๆทาง

-พลเมืองมีความเป็นเจ้าของร่วมและมีการออกแบบการกำหนดภาพอนาคตของเมือง ว่าอยากอยู่อย่างไรใน 5 10 20 ปีข้างหน้า
-เป็นการส่งมอบสิ่งที่ดีให้แก่ลูกหลานรวมทั้งด้านสิ่งแวดล้อมสังคมและวัฒนธรรม
-นำไปสู่การก่อเกิดกลุ่มพลเมืองที่ลุกขึ้นมาเอาธุระ ทำภารกิจที่ยากยิ่งและท้าทายนี้ ให้เป็นอานิสงค์ของบ้านเมืองและประเทศชาติ เป็นแบบอย่างของการพัฒนาที่นำไปสู่ความยั่งยืน

ที่มาและทิศทางการทำงานของประชาคมตาก
– ความเป็นพลเมือง
– สำนึกรักท้องถิ่นรัก/แผ่นดิน
– การมุ่งประโยชน์ส่วนรวม
– เป็นงานอาสาสมัคร
– มีอิสระทางความคิด-ไม่ถูกครอบงำจากฝ่ายใด-เข้าออกตามประเด็นที่สนใจ
– กำหนดกฎกติกาในการทำงานร่วมกันเป็นเรื่องๆ เป็นพลวัต
– ใช้ปัญญา ความรู้เป็นตัวนำการเปลี่ยน แปลงที่ดีให้แก่สังคม เน้นการพัฒนาที่นำไปสู่ความยั่งยืน

 

นายศิระ อารินทร์ จากเชียงราย กล่าวว่า “ประเด็นปีแรกที่เชียงรายทำอยู่ คือ – ด้านการศึกษาเรื่องวิถีพุทธ – ด้านสุขภาพ เรื่องขยะรีไซเคิล – เรื่องการจัดการรถสามล้อ มีการรวมกลุ่ม จัดระเบียบ ตรวจสุขภาพ จัดคิว จัดสถานที่จอด การแต่งกายเพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ของเชียงราย ปีที่สอง – ด้านวัฒนธรรม เรื่องศิลปะการฟ้อนรำ สิ่งทอ ตุง – ฟื้นฟูชุมชนต้นแบบ ปีที่สาม – เรื่องข่วงสรีแก้ว (ลานต้นโพธิ์แก้ว) เพื่อการเผยแพร่ศาสนา เป็นสถานที่ ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้และปรินิพพาน”

นายประยูรณ์ ศิริน้อย จากแม่ฮ่องสอน “ตอนนี้ทำงานโครงการ 3 เรื่อง (1) เรื่องทรัพยากรธรรมชาติ (2) เกษตรกรรมยั่งยืน (3) วัฒนธรรมประเพณี แต่จะเน้นหนักเรื่องการจัดการลุ่มน้ำ เช่นแม่น้ำปาย,แม่น้ำยวง,แม่ลาน้อย,แม่สะเรียง เราจะใช้สายน้ำเป็นหลักในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย ใช้วัฒนธรรมประเพณีเช่นประเพณีสืบชะตาแม่น้ำเป็นตัวขับเคลื่อนในการฟื้นฟูลำน้ำ”

นายตระการชัย ธรรมานุวงศ์ จากลำพูน “เรื่องการจัดการแม่น้ำลี้ ในอดีตประมาณ พ.ศ.2507 แม่น้ำลี้กว้างถึง 30 เมตร ยาว 180 กิโลเมตร มีน้ำไหลตลอดทั้งปี แต่ในปัจจุบันมีน้ำไหลเฉพาะฤดูฝน ช่วงเดือนสิงหาคม – กุมภาพันธ์ จากนั้นแม่น้ำลี้ จะแห้งผากเพราะการตัดไม้ทำลายป่า เกษตรกรประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในการประกอบอาชีพ การสืบทอดวัฒนธรรมเช่นการแห่ช้างเผือก สืบชะตาแม่น้ำ เป็นเรื่องที่ต้องทำควบคู่กันไปกับการจัดการแม่น้ำ”

นายบุญโชติ เรือนสอน จากพะเยา “การทำงานปีที่สองมีวัตถุประสงค์คือ สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ที่มีคุณธรรม และนำความเชื่อ ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในวิถีชีวิต เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย คือ เกิดสภาประชาชนบนพื้นฐานศาสนา วัฒนธรรม ภูมิปัญญา”

คุณวิไลลักษณ์ จากลำปาง “งานโครงการที่ลำปางตอนนี้ ทำเรื่องหอศิลป์ คือการฟื้นพื้นที่เก่าที่ศาลากลางเป็นหอศิลป์ เป็นที่ว่างสาธารณะที่ให้คนลำปางได้มาใช้ประโยชน์ อีกเรื่องคือ การทำปฎิทินชาติพันธุ์ เนื่องจากลำปางมีคนหลากหลายเชื้อชาติการทำปฏิทินทำให้รู้ว่า เขาอยู่กันอย่างไร มีวิถีชีวิตอย่างไร และสิ่งที่จะทำต่อไปคือ การจัดตั้งมูลนิธิชุมชน เพื่อเป็นแหล่งหาทุน ระดมทุนเพื่อพัฒนาลำปาง”

นายชาติรัฐ จากพิษณุโลก ประเด็นงานที่พิษณุโลกทำอยู่มีดังนี้

ด้านวัฒนธรรม ประเพณี
– พิธีแห่ผ้าห่มหลวงพ่อพุทธชินราช
– รูปเก่าเล่าเรื่องเมืองสองแคว จัดทำนิทรรศการ ชมภาพในอดีต
– ล่องเรือสำรวจเส้นทางประวัติศาสตร์ สำรวจวิถีชีวิต สืบค้น ศึกษาข้อมูล เช่น วัดสกัดน้ำมัน วัดท่าโรงตะวันตก สถานที่ขุดเรือยาวที่แรกของพิษณุโลก ห้องสมุดเรือ หลวงพ่อขาว จัดระบบชุมชนที่วัดปากพิงตะวันตกซึ่งเป็นที่ตั้งทัพของพระเจ้าตากสิน ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว

ด้านเยาวชน สร้างเครือข่ายเยาวชน กลุ่มเด็กรักพิดโลก จัดกิจกรรมรณรงค์วันเอดส์โลก เวทีสำรวจผังเมืองเก่า กิจกรรมสี่ร้อยปีสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

นายสุรพงษ์ พรมเท้า จากเพชรบูรณ์ ดำเนินการเชื่อมร้อยเครือข่ายภาคประชาสังคม ในปีที่สอง เราพยายามทำให้ภาครัฐเห็นตัวตนของภาคประชาสังคมโดยการเชื่อมต่อการทำงานกับผู้ว่าราชการ สิ่งที่จะทำต่อไปคือ จัดทำสื่อต้นแบบ ค้นหางานต้นแบบ และเรื่องผลผลิตทางการเกษตร ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ใช้กระบวนการมีส่วนร่วม การดำเนินงานคือ การร่วมกันระดมทุนจัดทำฐานการเรียนรู้โดยการศึกษาจากชุมชนต้นแบบด้านอาชีพเกษตร เพื่อยกระดับความคิดจากกรอบเดิม

จากการเข้าร่วมเวทีครั้งนี้ ทำให้ได้เห็นทิศทาง แนวทางการทำงานของคนทำงานภาคประชาสังคมในแต่ละจังหวัด และทำให้ผู้เข้าร่วมทุกคนนำประโยชน์ที่ได้ไปปรับใช้และพัฒนางานให้บรรลุตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของโครงการต่อไป

ทีมสื่อสารสาธารณะ
10 เม.ย. 48

 

Be the first to comment on "เวทีประชาสังคมภาคเหนือ ครั้งที่ 2"

Leave a comment

Your email address will not be published.