เวทีสังเคราะห์ แลกเปลี่ยนข้อมูล และยกระดับการทำงาน สนับสนุนการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจชายแดนแม่สอด

จังหวัดตากมีความได้เปรียบด้านที่ตั้ง สามารถสนองตอบต่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดนได้เป็นอย่างดี และการตั้งอยู่ปลายแนวเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก(East-West Economic Corridor) สามารถเชื่อมโยงไปยังพม่าและกลุ่มประเทศเอเชียใต้หรือเชื่อมโยงไปยัง สปป.ลาว และเวียดนามใต้…..

เรื่องเขตเศรษฐกิจชายแดนแม่สอด คณะทำงานฝ่ายประชาชนคือ ประชาคมแม่สอดและประชาคมตาก ได้ทำบทบาทในการขับเคลื่อนงานเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น โดยการจัดเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูล สถานการณ์ปัจจุบันกับหอการค้ามาโดยตลอด ประกอบกับมีงานวิจัยโครงการวิจัยและพัฒนาชีวิตสาธารณะท้องถิ่นน่าอยู่ (สนับสนุนโดยสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนาและสสส.) กำลังดำเนินงานเพื่อค้นหาแนวทาง การกำหนดอนาคตตนเองของท้องถิ่น ผ่านประเด็นเขตเศรษฐกิจชายแดน ด้วยกระบวนการประชาธิปไตยอย่างมีวิจารณญาณ(Deliberative Democracy) ซึ่งดำเนินงานมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2547  หลังจัดเวทีประชุมแลกเปลี่ยนมาหลายครั้งพบว่า

          ความรู้เรื่องเขตเศรษฐกิจชายแดน เป็นความรู้ใหม่และกระจายอยู่ในกลุ่มคน หน่วยงานหลากหลายระดับ แต่ขาดการรวบรวม สรุป และเผยแพร่ให้เกิดการเรียนรู้ เข้าใจร่วม ทำให้การรับรู้ข้อมูลในหลายภาคส่วนไม่เท่ากันและไม่ทันสถานการณ์ จำเป็นอย่างยิ่งที่ กลไกการจัดการ ซึ่งเป็นแนวทางใหม่ที่ยุ่งยากและซับซ้อน ต้องอาศัยการบูรณาการ ระดมพลัง ทั้งความรู้เดิม ความรูใหม่ จากบุคคล หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชน ที่จำเป็นต้องมีความต่อเนื่องในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

          เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2547 ที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ศูนย์อุดมศึกษาแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ศูนย์อุดมศึกษาแม่สอด ประชาคมแม่สอด  หอการค้าจังหวัดตาก สภาอุตสาหกรรม ชมรมสื่อมวลชนชายแดน และคณะทำงานพิจารณากำหนดแนวทางการสนับสนุนนโยบายส่งเสริมเขตเศรษฐกิจชายแดน จ.ตาก(คสศ.ตาก)  ได้ร่วมกันจัดเวที สังเคราะห์ แลกเปลี่ยนข้อมูล และยกระดับการทำงาน สนับสนุนการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจชายแดนแม่สอด ขึ้นเพื่อรับรู้ แลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการทำงานและเพื่อยกระดับการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน

          มีผู้เข้าร่วมเวทีจากหลายภาคส่วนด้วยกันคือ คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สภาอุตสาหกรรม หอการค้า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาคมจังหวัด ประชาคมอำเภอ  นักวิชาการ เครือข่ายภาคีพัฒนา สื่อมวลชน นักเรียนและนักศึกษา

          กระบวนการในเวทีได้แบ่งออกเป็น 3 ช่วงคือช่วงแรกเป็นช่วงของการกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมเวที  โดย รองผู้ว่าฯ เชิดศักดิ์ ชูศรี ประธานคณะทำงาน คสศ.ตาก และต่อด้วยการนำเสนอสถานการณ์การรับรู้ และกิจกรรมในพื้นที่เรื่องเขตเศรษฐกิจชายแดนโดยทีมประชาคมตาก

          ช่วงที่สองคือ การนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องเขตเศรษฐกิจชายแดนจังหวัดตากจากคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ      

          คุณนิชชรี สายประทุมทิพย์ คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องเขตเศรษฐกิจชายแดนจังหวัดตากไว้ดังนี้

          จังหวัดตากมีความได้เปรียบด้านที่ตั้ง สามารถสนองตอบต่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดนได้เป็นอย่างดี และการตั้งอยู่ปลายแนวเศรษฐกิจตะวันออกตะวันตก(East-West Economic Corridor) สามารถเชื่อมโยงไปยังพม่าและกลุ่มประเทศเอเชียใต้หรือเชื่อมโยงไปยัง สปป.ลาว และเวียดนามใต้ได้

          โดยเฉพาะอำเภอแม่สอด  แม่ระมาด  และพบพระ  ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนและอยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบและทรัพยากรธรรมชาติทั้งในไทยและพม่า จึงมีโอกาสพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตเศรษฐกิจชายแดน เพื่อสนับสนุนการกระจายการพัฒนาไปยังภูมิภาคอื่นที่มีความเจริญน้อยกว่าเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจ

เขตเศรษฐกิจชายแดนจังหวัดตาก

          เหตุผลและความจำเป็น

ปัจจัยภายใน

1. การสนับสนุนจากนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศของไทยพม่า ให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายแดน
ระดับประเทศ
              

ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกัมพูชา ลาว พม่า และไทย(Ayeyawady-Chao Phraya-Mekong Economic cooperation Strategy : ACMECS) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพพื้นที่ชายแดนให้รองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
ระดับพื้นที่ชายแดน   

กำหนดการพัฒนาร่วมกันในลักษณะเมืองคู่แฝดแม่สอดเมียวดี นำร่อง ระหว่างไทยกับพม่า เพื่อสร้างและเชื่อมโยงกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเชิงพื้นที่ ยกระดับคุณภาพชีวิตและจัดระเบียบการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว

2. พื้นที่จังหวัดตากมีศักยภาพและมีความได้เปรียบด้านที่ตั้ง สามารถพัฒนาบริเวณชายแดนให้เป็นเขตเศรษฐกิจชายแดน

·         พื้นที่ อ.แม่สอดเป็นฐานการค้าชายแดน และฐานการผลิตที่ใช้แรงงานเข้มข้น มีแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่และบริเวณโดยรอบ

 

 ·         พื้นที่ อ.พบพระและแม่ระมาดเป็นฐานการผลิตพืชเกษตรและอุตสาหกรรมที่สามารถเชื่อมโยงกับอำเภอแม่สอดได้สะดวก

 ·         พื้นที่มีจำนวนมากสามารถรองรับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดน

 ·         พื้นที่มีศักยภาพที่จะขยายโอการการลงทุนเป็นเขตเศรษฐกิจชายแดนร่วมกับเมียวดีของพม่าได้ในอนาคต

3. ความพร้อมด้านเส้นทางคมนาคมสามารถเชื่อมโยงเพื่อนบ้านครบเต็มระบบในปี 2550

 ·         ไทย         อุตสาหกรรม (เทโนโยลี,บริหาร)

             ·     พม่า    แรงงาน, วัตถุดิบ

ปัจจัยภายนอก

1.      โครงสร้างการผลิตของจังหวัดตากหลากหลายและมีศักยภาพในการผลิตเช่น สาขาเกษตรกรรม สาขาการค้า สาขาเหมืองแร่และสาขาการบริการ

2.      พื้นที่ชายแดนมีความพร้อมในการยกระดับเป็นเขตเศรษฐกิจ

     ·         พื้นฐานทางเศรษฐกิจเข้มแข็ง

     ·         มูลค่าการค้าชายแดนที่แม่สอดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2540 มีมูลค่าการค้ารวมประมาณ 5.03 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 9.7 พันล้านบาทในปี 2546 ซึ่งเพิ่มเป็นประมาณ 2 เท่าในรอบ 7 ปี

     ·         จุดผ่านแดนถาวรแม่สอดตั้งอยู่ใกล้เมืองศูนย์กลางของพม่าและเป็นศูนย์กลางการคมนาคมที่สำคัญ

     ·         แม่สอดเป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญและมีชื่อเสียงของจังหวัดตาก

     ·         พื้นที่มีจำนวนมากและสามารถรองรับการพัฒนาได้

     ·         มีแรงงานมากและค่าจ้างแรงงานต่ำ

 

ศักยภาพและโอกาสในการพัฒนา

ด้านการค้า             มีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการนำเข้าส่งออก จัดตั้งศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้า

 

ด้านท่องเที่ยว           ศูนย์กลางการท่องเที่ยว โดยเน้นการท่องเที่ยวแนวอนุรักษ์ธรรมชาติและการผจญภัย

 

ด้านเกษตร               อุตสาหกรรมแปรรูปเกษตร

 

ด้านอุตสาหกรรม       มีกลุ่มฐานการผลิตเดิมเช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอ, อัญมณี เครื่องประดับ

 

แนวคิดและแนวทางการพัฒนา

1.      จัดวางผังเมืองพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน       

·         วางผังเมืองรวมและเฉพาะ

·         พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภคและสาธาณูปการ

·         แก้ปัญหาและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานชุมชน

·         ศึกษาความเหมะสมการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม

·         พัฒนาแนวงานสนับสนุนด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม

2. สิทธิประโยชน์และมาตรการสนับสนุน กำหนดสิทธิประโยชน์ทางภาษีและไม่ใช่ภาษี พัฒนาการให้บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จ(One Stop Services)ในเขตนิคมอุตสาหกรรมและบริเวณด่านชายแดน จัดระบบแรงงานต่างด้านแบบผ่อนปรน ปรับปรุงธุรกรรมเงินตรา ประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและเชิญชานนักลงทุนจากต่างประเทศ

3. จัดตั้งกลไกการบริหารจัดการที่ดี 3 ระดับ คือ

ระดับชาติ                  คณะกรรมการพัฒนาแนวทางการจัดตั้งและบริหารจัดการ

ระดับเขตเศรษฐกิจ       คณะกรรมการระดับจังหวัดโดยให้ผู้ว่า CEO เป็นประธาน

ระดับนิคมอุตสาหกรรม  การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.)  อำนวยความสะดวก

 

กรอบการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจชายแดนจังหวัดตาก

ระยะสั้น

          ประกาศเขตเศรษฐกิจชายแดน โดยเน้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดน ได้แก่ โครงข่ายถนนเชื่อมเขตเศรษฐกิจเข้าสู่พื้นที่ในประเทศ สะพานและด่านชายแดน

ระยะปานกลางยาว

          เน้นการพัฒนาระบบคมนาคมเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้านให้สามารถเดินทางและขนส่งสินค้าได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ ได้แก่การพัฒนาเชื่อมโยงเส้นทางแม่สอดเมียวดีผาอันท่าตอนย่างกุ้ง และพัฒนาโครงข่ายการบินระหว่างเมืองหลักกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อใช้ในการขนส่งสินค้าและส่งเสริมการท่องเที่ยว

 

ประโยชน์ที่จะได้รับ

          ระดับประเทศ ช่วยสร้างฐานการลงทุนใหม่เพิ่ม ระดับภูมิภาคและชุมชน ช่วยป้องกันและควบคุมการพัฒนาให้เป็นไปอย่างเหมาะสม, สร้างงาน ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูประโภคต่างๆ ซึ่งนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

 

          ในเรื่องท่าทีของพม่าทางสภาพัฒนฯ ได้กล่าวไว้ว่า ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมาท่าทีของพม่าช่วงแรกยังแบ่งรับแบ่งสู้ แต่ช่วง 3-4 ปีหลัง พม่ามีท่าทีเชิงบวกในการให้ความร่วมมือระหว่างประเทศมากขึ้น พม่ามีความต้องการในเรื่อง เม็ดเงินในการลงทุน ความช่วยเหลือทางด้านวิชาการและต้องการรักษาความสัมพันธ์กับไทย จีน และอินเดีย

ค้นหาสิ่งที่ขาดหายและเติมเต็มซึ่งกันและกัน


 

         ช่วงที่สามต่อจากการนำเสนอข้อมูลของคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติคือการแบ่งกลุ่มย่อยโดยดูจากกลุ่มผู้เข้าร่วม แบ่งออกเป็น 7 กลุ่ม คือ ส่วนราชการ, พลเมืองและภาคประชาชน, สถาบันการศึกษาและนักวิชาการพื้นที่, การปกครองส่วนท้องถิ่น, การค้าและอุตสากรรม, กลุ่มสื่อและกลุ่มนักวิชาการ 

 

เพื่อแลกเปลี่ยน ค้นหาสิ่งที่ขาดหายและเติมเต็มซึ่งกันและกัน ในสามคำถามดังนี้

1.  ความเข้าใจของท่านสิ่งที่เรียกว่า เขตเศรษฐกิจชายแดนคืออะไร?

1.      กลุ่มของท่านเกี่ยวข้องและมีบทบาทอย่างไร

2.      กลุ่มของท่านเห็นและประเมินสถานการณ์ เขตเศรษฐกิจชายแดนแม่สอดอย่างไร

 

ทุกกลุ่มมีความสนใจร่วมกันคิด และแลกเปลี่ยน ออกมาได้อย่างน่าสนใจ ถึงแม้ว่ามุมมองเกี่ยวกับเรื่องเขตเศรษฐกิจชายแดนจะมีความแตกต่างและมองมาจากส่วนที่ตนเองเกี่ยงข้องก็ตาม  แต่ทุกความคิดล้วนสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อเวทีนี้

 ความเข้าใจต่อ เขตเศรษฐกิจชายแดน ทุกกลุ่มเข้าใจเหมือนๆ กันคือ นโยบายของรัฐเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจโดยมีประโยชน์ร่วมกันในการใช้ทรัพยากรและแรงงาน ใช้พื้นที่ชายแดนเป็นประตูเชื่อมโยงเรื่องการค้า การท่องเที่ยว การคมนาคมและการลงทุน และเป็นเขตที่ได้รับการพัฒนาสาธารณูปโภค สาธารณูปการ

บทบาทและความเกี่ยวข้องมีความแตกต่างกัน เช่น กลุ่มสื่อมองว่าสื่อควรมีบทบาทในการเสนอข่าวสารข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความเข้าใจและกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัว, ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลก่อนการนำเสนอและเป็นกระจกสะท้อนสังคม

กลุ่มราชการ ช่วยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน, นำเสนอปัญหาและแนวทางแก้ไขต่อรัฐ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมในเรื่องของการปฏิบัติและตรวจสอบ

กลุ่มพลเมืองและภาคประชาชน ช่วยเตรียมความพร้อมของประชาชนแม่สอดในด้านความคิดและจิตใจ ให้มองเห็นการเปลี่ยนแปลงนั้นจะเปลี่ยนแปลงไปทางไหน เพื่อเผชิญและแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

กลุ่มสถาบันการศึกษาและนักวิชาการพื้นที่ บทบาทคือให้ความรู้ที่ถูกต้อง ชัดเจน กับกลุ่มคนในวงการศึกษาทุกสถาบัน และสร้างหลักสูตรเรื่อง เขตเศรษฐกิจชายแดน

กลุ่มการปกครองส่วนท้องถิ่น บทบาทคือประสานงาน ประชาสัมพันธ์เพื่อให้เกิดความเข้าใจและสนับสนุนอย่างเต็มที่

กลุ่มการค้าละอุตสาหกรรม บทบาทคือผลักดันการประกาศเขตเศรษฐกิจชายแดนและประสานงานราชการ, มีส่วนร่วมในการกำหนด ทิศทางเช่น กำหนดนโยบาย การกำกับดูแลการบริหารการจัดการ มาตรการการควบคุมผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม, ทำการศึกษาวิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย, ส่วนท้องถิ่นช่วยพัฒนาฝีมือแรงงาน สร้างรายได้ให้คนในพื้นที่ และสร้างความเข้าใจให้ประชาชน, ส่วนของการลงทุน ชักชวนนักลงต่างพื้นที่และขยายการลงทุน

ประเมินสถานการณ์และสิ่งที่เห็นเกี่ยวกับ เขตเศรษฐกิจชายแดนแม่สอด โดยรวมของทุกกลุ่มเห็น ดังนี้

·         มีความเป็นไปได้เพราะพื้นที่เหมาะสม มีวัตถุดิบและแรงงาน

·         การลงทุนนักลงทุนส่วนหนึ่งยังไม่มั่นใจ

·         ข้อตกลงระหว่างไทยกับพม่า เปลี่ยนตามตัวผู้นำ

·         ระหว่างหน่วยการด้วยกันยังไม่ขัดเจน ยังว่ากันคนละเรื่องบางกลุ่มบางส่วนความรู้ไม่ละเอียด

·         ประชาชนไม่รู้ไม่เข้าใจว่าเกี่ยวข้องยังไง

·         อุตสาหกรรมอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิต

·         การทะลักของแรงงานพม่า, ความแตกต่างทางวัฒนธรรมอาจทำให้เกิดการปะทะ ขัดแย้ง

·         เกิดผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย เช่นโรคติดต่อ

·         การขายที่ดินของคนในพื้นนำไปสู่การขยาย บุกลุกที่ทำกินและการย้ายถิ่นฐานที่อยู่

·         อาจเกิดการเวณคืนที่ดิน เนื่องจากโครงการของรัฐ

·         ต้องสร้างความสัมพันธ์ทั้งสองฝังไทยพม่า

·         ควรสร้างหลักสูตร การศึกษาและวิชาการ

 

กลุ่มนักวิชาการจากส่วนนอกพื้นที่ได้แก่ .ขวัญสรวง อติโพธิ, ผศ.ดร.เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์, ผศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ และอ.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ร่วมแสดงความคิดเห็นและให้ข้อคิดไว้ว่า เรื่องนี้มีหลายระดับหลายแง่ หลายมุม แม่สอดหากเปรียบเทียบแล้วสามารถเอาชนะเขาได้เพราะมีแรงงานราคาถูก  แต่ขณะนี้ทางข้างหน้าจะเป็นยังไง ยังคุยกันไม่ชัดว่าอุตสาหกรรมอะไรจะเข้ามา? และการพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดนจะทำให้เกิดการไหลของแรงงาน

สิ่งน่าคิดสำหรับเรื่องนี้คือ รัฐบาลพม่าไทย มีความแตกต่าง มีความไม่เข้าใจกันอยู่ไทยเราฝันกันไปเองหรือเปล่า, โลกยุคนี้ควบคุมกักไม่อยู่, ความมั่นคงชายแดน?, อาจเป็นเขื่อนเรียกน้ำหรือเปล่า?, เรารู้จักชายแดนดีหรือยัง? และแรงงานราคาถูกแต่พื้นที่การลงทุนแพงจะส่งผลให้เกิดการกดขี่แรงงาน

 

ความเหมือนที่เกิดจากความต่าง

จุดน่าสนใจของที่โดดเด่นก็คือ ความเหมือนที่เกิดจากความต่างของการคิดร่วม ได้ช่วยสะท้อนให้เห็นว่าคนแม่สอดคิดเหมือนกันเกี่ยวกับเรื่องเขตเศรษบกิจชายแดนแม่สอด ยังไง

สิ่งที่มองเห็นเหมือนกันของทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น สภาอุตสาหกรรม หอการค้า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาคมจังหวัด ประชาคมอำเภอ  นักวิชาการ เครือข่ายภาคีพัฒนา สื่อมวลชน นักเรียนและนักศึกษา ก็คือ

©       ความเปลี่ยนแปลงกำลังจะมาสู่แม่สอด

©       เราตบมือข้างเดียวหรือเปล่า?

©       ไม่รู้เลยว่าฝั่งพม่าคิดยังไง?

©       ยังไม่ชัดทุกระดับแต่ออกวิ่งแล้ว

©       มีงานข้างหน้าให้ทำ อยู่เยอะทีเดียว เช่น ทำความรู้กลาง หลักสูตรการศึกษา เตรียมความพร้อม เป็นต้น

©       สื่อน่าจะสำคัญ

©       คนแม่สอดจะมีส่วนร่วมอะไรตรงไหนบ้าง?

 

จะไปต่อร่วมกันอย่างไร

            การแลกเปลี่ยนทำความเข้าใจร่วมจะไม่เกิดผลเลยหากไม่มีการทำงานร่วมกัน เพราะฉะนั้นในเวทีจึงหาคนที่สมัครใจเสนอตัวเป็นผู้ประสานของกลุ่ม โดยให้ส่งรายชื่อ เบอร์ติดต่อ ซึ่งสิ่งที่จะต้องทำร่วมกันคือ ให้แต่ละกลุ่มเสนอความต้องการว่าจะให้ช่วยอะไรบ้าง, ใครจะทำอะไรตรงไหนบ้าง เช่น ทำความรู้กลางให้ชัด จัดเวทีเรียนรู้ที่ต่อเนื่องเป็นกิจวัตร พร้อมกันนั้นประชาคมตากได้เสนอตัวในเรื่องของการให้ข้อมูลและสนับสนุนการจัดเวทีและ สถาบันราชภัฏกำแพงเพชร ศูนย์อุดมศึกษาแม่สอด จังหวัดตากเสนอเป็นศูนย์กลางในติดต่อการประสานงานของทุกกลุ่ม

 

นพรัตน์ จิตรครบุรี : รายงาน

กองบรรฯธิการ : ทีมสื่อสารสาธารณะ
27 ธันวาคม 2547

Be the first to comment on "เวทีสังเคราะห์ แลกเปลี่ยนข้อมูล และยกระดับการทำงาน สนับสนุนการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจชายแดนแม่สอด"

Leave a comment

Your email address will not be published.