เวทีเสวนาการจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำ

• มองน้ำเป็นสินค้า ที่มีมูลค่า ซื้อขาย ถ่ายโอนผันน้ำเป็นการลงทุน โดยทิศทางดังกล่าวทำให้ผู้มีสิทธิเข้าถึงน้ำ คือผู้มีโอกาสทางเศรษฐกิจสูงเข้ามาลงทุน แต่คนยากจนนั้นจะลำบาก
• มองน้ำในฐานะเป็นมวลน้ำหรือวัตถุดิบ แยกขาดจากความสัมพันธ์เชิงนิเวศ เศรษฐกิจ และสังคมท้องถิ่น

รายงานกิจกรรมเวทีเสวนาการจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำ
โครงการวิจัยและพัฒนาชีวิตสาธารณะ
ท้องถิ่นน่าอยู่


วันที่26 ตุลาคม 2547 มูลนิธิชุมชนท้องถิ่นพัฒนา(LDI)

สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัดที่โรงแรมเดอะทวินทาวเวอร์ บางกอก

เริ่มต้นการเสวนานั้นก็ได้มีการกล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดการเสวนา ดังนี้

1.เพื่อความเข้าใจฐานคิดการจัดการฐานทรัพยากรลุ่มน้ำ

2.เพื่อเป็นเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันของนักวิชาการ ผู้ปฏิบัติการ และผู้สนับสนุนกระบวนการ

3.เพื่อหารือแนวทางการเคลื่อนงานในพื้นที่ต่อไป

หลังจากนั้นก็มีการให้แนะนำตัวของผู้เข้าร่วมในแต่ละท่านว่ามีประสบการณ์อย่างไรเกี่ยวกับการจัดการลุ่มน้ำ

ต่อมาผู้ดำเนินรายการได้แนะนำวิทยากรที่มาบรรยายในหัวข้อเรื่อง แนวคิด มุมมองการจัดการทรัพยากร /ลุ่มน้ำ โดยคุณ กฤษฎา บุญชัย จากมูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ

โดยคุณ กฤษฎา ก็ได้กล่าวถึงเรื่องของ แนวคิดกระแสหลักต่อการจัดการน้ำ

  • มองน้ำเป็นสินค้า ที่มีมูลค่า ซื้อขาย ถ่ายโอนผันน้ำเป็นการลงทุน โดยทิศทางดังกล่าวทำให้ผู้มีสิทธิเข้าถึงน้ำ คือผู้มีโอกาสทางเศรษฐกิจสูงเข้ามาลงทุน แต่คนยากจนนั้นจะลำบาก
  • มองน้ำในฐานะเป็นมวลน้ำหรือวัตถุดิบ แยกขาดจากความสัมพันธ์เชิงนิเวศ เศรษฐกิจ และสังคมท้องถิ่น

หลังจากนั้นคุณ กฤษฎา ก็ได้พูดถึงเรื่อง ระบบการผันน้ำหรือ WATER GRID ในไทย

นั้นเป็นการโฆษณาเกินจริง มีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แต่ไม่ได้บอกว่าประชาชนจะเข้ามามีส่วนร่วมกับโครงการนี้ยังไงบ้าง

ทำให้เราเห็นได้ว่า ตอนนี้เรากำลังเผชิญกับเรื่องการจัดการทรัพยากรน้ำอยู่ การเผชิญถึงกลไกต่างๆซึ่งมาทำเป็นเชิงธุรกิจต่างๆเปลี่ยนจากน้ำมาเป็นเงิน

ต่อจากนั้น อ.ชัยพันธ์ ประภาสะวัต ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อสิทธิชุมชน ก็ได้มากล่าวถึงกรณีตัวอย่าง เรื่อง ลุ่มน้ำแม่ตาช้าง จ.เชียงใหม่ ในช่วงแรก อ.ชัยพันธ์ ฉายวีดีทัศน์ เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นของแม่ตาช้าง ในเรื่อง ” พรุ่งนี้ยังมีน้ำ” แม่ตาช้าง

โครงการฟื้นฟูและจัดการลุ่มน้ำแม่ตาช้าง

“เพื่อศึกษาการสร้างกฎ กติกาในการจัดการทรัพยากรน้ำของลุ่มน้ำแม่ตาช้าง และลักษณะของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในแม่ตาช้างเกี่ยวกับเรื่องการใช้น้ำซึ่งเป็นปัญหาที่ค่อนข้างรุนแรงโดยจะเป็นการจับคู่ทะเลาะกันของชาวบ้านในสามพื้นที่”

“คนที่ราบสูง จะขัดแย้งกับ คนพื้นราบ”

“คนพื้นราบ จะขัดแย้งกับ คนพื้นราบ”

“สถานประกอบการ จะขัดแย้งกับ คนพื้นราบในพื้นที่”

“การทำงานนั้นจะมีการแบ่งเป็นระดับการทำงาน 4 ระดับด้วยกัน เพื่อจะได้ง่ายต่อการพัฒนาพื้นที่แม่ตาช้าง ระดับชุมชน , ระดับพื้นที่ , ระดับลุ่มน้ำ , ระดับเครือข่าย ซึ่งจะเห็นได้ว่าการแบ่งเป็นระดับการควบคุม โดยจะร่วมกันสร้างกฎ และกติกา ในบริเวณที่แม่ตาช้างไหลผ่านและควบคุมพื้นที่โซนนิ่ง ของบรรดารีสอร์ททั้งหลายให้อยู่ในพื้นที่ที่กำหนดไว้”

“นี่คือปัญหาที่ได้รับการแก้ไขและพัฒนา แล้วสำหรับแม่ตาช้างซึ่งเป็นพื้นที่ตัวอย่างเล็กๆที่หยิบยกมาให้ดูเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับแม่ตาช้าง”

เริ่มต้นกระบวนการในช่วงบ่ายเป็นการนำเสนอกรณีศึกษาของพื้นที่ ลุ่มน้ำปราจีนและ

อ่าวปัตตานี เรื่อง “สภาพการณ์ที่เป็นอยู่และแนวทางที่จะขับเคลื่อน”

ต่อมากระบวนการสุดท้ายของการประชุม คือการแลกเปลี่ยนและระดมความคิดเห็น เพื่อหาแนวทางการเคลื่อนงานของกรณีศึกษาและนำเสนอแลกเปลี่ยนในกลุ่มใหญ่เพื่อเติมความคิดและข้อคิดเห็นต่อแนวทางของพื้นที่ โดยผู้เข้าประชุมจากผู้เข้าร่วมโดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับลุ่มน้ำปราจีนบุรีและอ่าวปัตตานี ร่วมแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม โดยเริ่มจากลุ่มน้ำปราจีนบุรีแสดงความคิดเห็นว่า ต้องมีการรวมตัวกันเพื่อขับเคลื่อน ในการดูแล ในตรงนี้ต้องมีการร่วมมือกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะกลุ่มเป็นชาวบ้านและโรงงานอุตสาหกรรม ต้องช่วยกันทีละขั้นและให้เป็นขั้นเป็นตอน

ส่วนของอ่าวปัตตานีก็ได้หาแนวทางร่วมกัน คือ ต้องสร้างความเข้าใจในพื้นที่ก่อน และก็ค่อยๆทำให้เป็นประเด็นร่วมกันของทุกกลุ่ม และก็เชื่อมโยงเครือข่ายข้ามชาติ และหาวิธีการบุกในเชิงรุก โดยจะใช้วิทยุชุมชนเป็นสื่อกลางในการเคลื่อนไหว และทั้งหมดที่กล่าวมานี้คือประเด็นสำคัญของงานเสวนาในครั้งนี้


Be the first to comment on "เวทีเสวนาการจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำ"

Leave a comment

Your email address will not be published.