วันที่ 19 ตุลาคม 2547 ที่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก คณะรัฐมนตรีสัญจรนำโดยนายกทักษิณ ชินวัตร ได้อนุมัติให้ยกระดับ 3 อำเภอชายแดนของจังหวัดตากคือ อ.แม่สอด อ.พบพระ และ อ.แม่ระมาด เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2547 ที่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก คณะรัฐมนตรีสัญจรนำโดยนายกทักษิณ ชินวัตร ได้อนุมัติให้ยกระดับ 3 อำเภอชายแดนของจังหวัดตากคือ อ.แม่สอด อ.พบพระ และ อ.แม่ระมาด เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งมติดังกล่าวมีความสำคัญและมีผลอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนแปลง การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ การเมืองและวิถีชีวิตของผู้คนท้องถิ่นใน 3 อำเภอชายแดน จึงเป็นเหตุให้ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2547 เครือข่ายประชาคมตากร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร ศูนย์อุดมศึกษาแม่สอด จัดเวทีเสวนาเรื่อง เขตเศรษฐกิจชายแดนแม่สอด “เรื่องที่เราต้องเรียนรู้หรือเพียงแต่…รับรู้” ที่ มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร ศูนย์อุดมศึกษาแม่สอด เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาตระหนัก มีความรู้ความเข้าใจและสามารถปรับตัวได้ทันกับการเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนของ 3 อำเภอ และเพื่อให้วิทยาลัยชุมชนตากและวิทยาลัยการอาชีพแม่สอดมีบทบาท มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธุ์เผยแพร่ความรู้สู่สังคมท้องถิ่น โดยมีวิทยากร 4 ท่านคือ 1. ดร.วารินทร์ วงศ์หาญเชาว์ บ.อินเตอร์เนชั่น คอนซัลแทนซี่เนทเวอร์ท จำกัด 2. คุณปณิธิ ตั้งผาเจริญ ที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดตาก 3. คุณสุชาติ วีระวัฒนา ประธานหอการค้าจังหวัดตาก 4. คุณเชิดศักดิ์ ชูศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ดำเนินรายการโดย คุณศุภมาตร เกษม
|
|||||||||||||||
|
|||||||||||||||
คุณสุชาติ วีระวัฒนา ประธานหอการค้าจังหวัดตาก ได้กล่าวถึงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดนและผลที่จะตามมาว่า ถ้ามุมมองด้านเศรษฐกิจแล้วการลงมาของโครงการฯ มีแต่ทางบวกคำว่าลบคงไม่มี มิฉะนั้นคงไม่ประกาศให้เป็นเขตเศรษฐกิจชายแดน แต่เมื่อสิ่งนี้เข้ามาจะส่งผลต่อวิถีชีวิตของคนแม่สอด มองอีก 10 ปีข้างหน้าคนแม่สอดจะมีวิถีชีวิตคล้ายกับคนเมืองที่เจริญแล้ว ถามว่าคนแม่สอดได้เตรียมความพร้อมหรือยังกับการเปลื่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของวิถีชีวิต สิ่งที่จะตามมากับการพัฒนาครั้งนี้ในด้านเศรษฐกิจการค้าชายแดนจะช่วยทำให้มูลค่าการส่งออกมีแนวโน้มสูงขึ้น ที่ดินในแม่สอดมีมูลค่าสูงขึ้น แต่คนที่มีกำลังและเข้ามากว้านซื้อก็คือนายทุนที่หวังผลกำไรทางธุรกิจ กรรมสิทธิ์ในที่ดินเดิมที่เคยเป็นของคนแม่สอดต่อไปจะกลายเป็นของนายทุน สุดท้ายคนแม่สอดจะไม่มีที่ดินเหลือเป็นของตัวเอง อีกเรื่องคือ เรื่องของแรงงานพม่า ปัจจุบันมีตัวเลขที่ขึ้นทะเบียนไว้ ในจังหวัดตากจำนวน 120,000 คน ซึ่งมีจำนวนมากเมื่อเทียบกับคนแม่สอด และเมื่อโรงงานอุตสาหกรรมมาตั้งที่แม่สอดประชากรในพม่าจะไหลเข้าแม่สอดจำนวนมาก ทำให้รู้สึกเป็นห่วงความมั่นคงของอนาคตลูกหลานแม่สอด เราจะมีวิธีป้องกันยังไงให้แรงงานต่างด้าวอยู่ในกรอบ ในระเบียบของพวกเรา |
|||||||||||||||
ซึ่งรถด่วนเที่ยวแรกๆ มักจะไปยาก ซื้อตั๋วก็แพง ฉะนั้นการเรียนรู้และการรักษาสภาพให้อยู่อย่างมีศักดิ์ศรีในฐานะที่เป็นพื้นที่ยังไง จึงเป็นคำถามที่ต้องช่วยกันตอบ พร้อมกับยกตัวอย่างจากประสบการณ์ที่ได้ไปสัมผัสเมืองเซินเจิ่นว่า อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวที่นั่นบูมมาก มีคนเข้าออกเป็นหมื่นเป็นแสนคน แต่ชุมชนดั้งเดิมของเขาก็มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและสามารถเกาะเกี่ยวกับเศรษฐกิจนั้นได้อย่างงดงาม ลูกหลานของคนในพื้นที่แทนที่จะเป็นลูกจ้างในโรงงานกลับไปรับงานมาทำที่บ้าน พ่อแม่อยู่บ้านช่วยกันทำพอผลิตเสร็จก็ส่งต่อโรงงานเป็นสินค้ากึ่งสำเร็จบ้าง สำเร็จรูปบ้างต่างๆ บางรายเก่งถึงขนาดสามารถเชื่อมต่อกับตลาดกับโรงงานได้เอง โรงงานอุตสาหกรรมที่นั่นจะสร้างที่อยู่ให้คนงานเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาสลัม และคนที่จะเข้ามาค้าขายในเมืองต้องผ่านการขออนุญาติก่อนเพราะที่มีกฎหมายเฉพาะแยกออกมาจากเมืองจีนการพัฒนาการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมการค้าต่างๆ เป็นส่วนหนึ่งของการก่อเกิดอาชีพมหาศาล ในอีก 5 ปีข้างหน้าเมืองแม่สอดจะโตขึ้น อยากเห็นคนที่รับเงินเดือนหมื่นบาท สองหมื่นบาทเป็นคนในพื้นที่ ฝากให้คนที่เข้าร่วมเวทีซึ่งเป็นคนแม่สอดได้ช่วยกันนึกคิดว่าอะไรที่อยากได้ อะไรที่ไม่อยากได้ช่วยสะท้อนออกมา ฝากให้คิดให้ยาวเพราะเป็นห่วงอนาคตของลูกหลาน |
|||||||||||||||
และถ้าพี่น้องมีโครงการมีแผนอะไรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนที่จะทำให้ชีวิตดีขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น ให้เสนอหรือประสานโดยตรงได้เลยยินดีรับพิจารณาบรรจุในแผนถ้าเป็นโครงการที่ดีและเหมาะสม |
|||||||||||||||
หลังจบการอภิปรายผู้ดำเนินรายการได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมเสวนาได้แสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยน ซักถาม ผู้เข้าร่วมประชุมได้แสดงความตื่นตัวและความกังวลถึงปัญหาที่จะตามมากับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดนโดยสรุปดังนี้ 1. ด้านสังคม ปัญหาคนจนเมือง สลัม โสเภณี ยาเสพติด 2. ด้านสิ่งแวดล้อม ปัญหาขยะ ทรัพยากรถูกทำลาย 3. การศึกษาเล่าเรียนอาจไม่ทันกัน สถาบันการศึกษา คนท้องถิ่น และชนกลุ่มน้อย 4. ความวิตกกังวลต่อความร่วมมือกับพม่า 5. ความขัดแย้งทางวัฒนธรรม ไม่อยากเห็นคนจีนไล่คนไทย คนไทยไล่คนยาง คนยางไปไล่เสือไล่ลิง |
|||||||||||||||
กองบรรณาธิการ : ทีมสื่อสารสาธารณะ |
Be the first to comment on "เวทีเสวนาเรื่อง เขตเศรษฐกิจชายแดนแม่สอด เรื่องที่เราต้องเรียนรู้หรือเพียงแต่ รับรู้"