ศ.นพ.ประเวศ กล่าวว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อระบบสังคมอย่างรุนแรง จำเป็นต้องมีวิธีการจัดการเพื่อให้เกิดการฟื้นตัวของชุมชนอย่างรวดเร็วและนำไปสู่การพัฒนาระบบสังคมขึ้นมาใหม่…การร่วมทุกข์,การจัดการเรื่องการบรรเทาทุกข์,การเร่งจัดการด้านสุขาภิบาล ,การสร้างอาชีพของคนจน….
เวที “ ฟื้นขวัญอันดามัน” วันที่ 17 มกราคม 2548 | ||||||||||||
ณ โรงเรียนสตรีพังงา อำเภอเมือง จังหวัดพังงา เวลา 9.00 – 16.00 น.
โดยความร่วมมือของ
|
||||||||||||
เพื่อนมนุษย์เป็นจำนวนมาก ที่เกิดขึ้นชั่วพริบตา และสื่อออกไปให้เห็นกันทั้งโลกพร้อมกันทันที ได้ทำให้เกิดปรากฏการณ์ใหม่คือ พลังน้ำใจของผู้คนที่หลั่งไหลออกมามากมาย ถือเป็นเรื่องสำคัญ คนทุกคนมีเมล็ดพันธุ์ แห่งความดีอยู่ในหัวใจ ที่เรามักจะว่าคนนั้นมีกิเลส มีความเห็นแก่ตัว ซึ่งเป็นความจริง แต่ไม่ใช่ด้านเดียว ธรรมชาติของคนยังมีอีกด้านหนึ่ง คือ เมล็ดพันธุ์แห่งความดี ถ้าหากได้รดน้ำ พรวนดิน ให้เหมาะสม ก็จะงอกงาม เติบโตต่อไปได้ เป็นพลังแห่งความกรุณาปราณี ที่หลั่งไหลออกมา เป็นคลื่นที่ใหญ่กว่าคลื่นสึนามิ คือ คลื่นพลังน้ำใจ
|
||||||||||||
ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ได้มีพระราชนิพนธ์ไว้ว่า” อันว่าความกรุณาปราณี จะมีใครบังคับก็หาไม่ หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน เป็นสิ่งดีสองชั้นพลันปลื้มใจ แห่งผู้ให้และผู้รับสมถวิล เป็นกำลังเพิ่มกำลังสุดพิชิต……….” ให้พลังแห่งความกรุณา ปราณี มาเป็นเครื่องขับเคลื่อนโลกขณะนี้ร่วมกัน ทำอย่างไรให้พลังน้ำใจที่เกิดขึ้นไม่วูบหายไป โจทย์ใหญ่ คือ ทำอย่างไรให้พลังน้ำใจที่เกิดขึ้น เป็นพลังขับเคลื่อนการพัฒนา คลื่นความทุกข์ของมนุษย์ ที่มีอยู่ทุกวันนี้ทั่วโลกนั้นใหญ่กว่าคลื่น สึนามิ มาก แต่เราไม่รับรู้ จึงมีโจทย์ว่าทำอย่างไรเราจะรับรู้ได้ ทำอย่างไรเราจะรวมตัว ร่วมคิด ร่วมทำ ในทุกพื้นที่ ในทุกองค์กร |
||||||||||||
ศ.นพ.ประเวศ กล่าวต่อว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อระบบสังคมอย่างรุนแรง จึงจำเป็นต้องมีวิธีการจัดการเพื่อให้เกิดการฟื้นตัวของชุมชนอย่างรวดเร็วและนำไปสู่การพัฒนาระบบสังคมขึ้นมาใหม่ โดยมีองค์ประกอบดังนี้ |
||||||||||||
1. การร่วมทุกข์ เกิดการร่วมทุกข์ระหว่างผู้คนในสังคมขึ้นทำให้ความทุกข์ของแต่ละคนเบาลง เช่นผู้ประสบภัยได้มีคนเข้ามารับรู้ความทุกข์ ก็รู้สึกทุกข์น้อยลง ผู้ที่เข้าไปรับทราบความทุกข์พอได้เห็นผู้ที่ทุกข์มากกว่าก็ส่งผลให้ความทุกข์ที่มีในตนลดลง
|
||||||||||||
ประเทศไทยไม่ใช่เป็นประเทศที่ยากจน แต่ไปติดสมมุติ ทำให้คนที่ควรจะรวยกลับจน คนที่ควรจะจนกลับรวย สมมุตินั้นคือ เรื่อง “เงิน” เราไปยึดติดกับจำนวนเงิน ถามว่าใครรวยที่สุด “ชาวนา” รวยที่สุด เพราะมีข้าวกิน มีไข่กิน มีไข่กิน ส่วนคนที่มีเงินในธนาคาร 100 ล้าน ตัวเลขในธนาคาร มันกินไม่ได้ | ||||||||||||
· มีธรรมชาติที่สวยงาม เช่น ทะเลสาบ ป่า ต้นไม้ ซึ่งเมืองไทยก็มี · มีคนหลายเชื้อชาติอยู่ร่วมกัน ถึงแม้จะพูดคนละภาษาแต่ก็สามารถอยู่ร่วมกัน · ใช้เศรษฐกิจพอเพียง สามารถผลิตอาหารเลี้ยงคนสวิสได้ทุกคน เมื่อมีความพอเพียงแล้วจะเกิดความสงบ มีสันติภาพ ไม่มีสงคราม องค์กรระหว่างประเทศต่างไปตั้งสำนักงานกันที่นั่น ไปประชุมที่นั่น |
||||||||||||
|
||||||||||||
ทั้งหมดนี้ประเทศไทยก็มี แต่เราจะสามารถเพิ่มพูนขึ้นได้อย่างไร |
||||||||||||
1) ช่วยกันรักษาธรรมชาติของเราให้สวยงาม เพิ่มพูนขึ้น อย่างพังงาก็สวยไม่แพ้สวิสเซอร์แลนด์ 2) เรามีคนหลากหลายเชื้อชาติอยู่รวมกัน ทั้งไทย จีน ลาว พม่า มอญ มุสลิม ถ้าเราเข้าใจและรักษาการอยู่ร่วมกันของคนหลายเชื้อชาติ แต่ถ้าที่ไหนมีความขัดแย้งกันก็พัฒนาไม่ได้ อย่าก่อให้เกิดความเกลียดชังในเชื้อชาติ 3) เศรษฐกิจพอเพียง เราต้องจัดการให้ทุกคนมีกิน ไม่ใช่ต้องไปเป็นโสเภณีแสนๆ คนถึงจะมีกิน ต้องไปให้เสี่ยเปิดบริสุทธิ์ ถึงจะมีข้าวกิน เราไม่ได้ยากจน แต่ขาดความเป็นธรรมของสังคม 4) สันติภาพ ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นที่ที่ทุกศาสนาอยู่ได้ด้วยกันอย่างสันติ พระเจ้าแผ่นดินเป็นองค์อุปถัมภ์ทุกศาสนา
|
||||||||||||
เราจะทำให้ประเทศของเราเป็นยิ่งกว่าสวิสเซอร์แลนด์ เราจะมีทั้ง 4 ข้อ เราจะมีเศรษฐกิจพอเพียง เราจะมีสันติภาพ เราจะดำรงความมีน้ำใจของเราไว้ เราจะส่งเสริมการปฏิบัติศาสนาของคนทุกคนให้จิตใจสูงยิ่งๆ ขึ้น เมื่อทำได้เช่นนี้แล้ว ใครๆ ก็อยากมาเที่ยว ความมีน้ำใจของไทย กระจายไปทั่วโลก จับใจผู้คนเป็นการประชาสัมพันธ์ที่ดีกว่าอะไรอย่างอื่นทั้งสิ้น ขณะนี้ มีนายกรัฐมนตรีของ 3 ประเทศ มาที่ภูเก็ต และพังงา เพื่อมาขอบใจคนไทย เพราะคนไทยมีน้ำใจ เป็นการโฆษณาประเทศ โดยไม่ต้องเสียเงินเลย เรามีภูมิประเทศสวยงาม มีสันติภาพ มีน้ำใจ คนอยากมาเที่ยว
|
||||||||||||
Be the first to comment on "เวที ฟื้นขวัญอันดามัน"