เวที : การวิจัยเชิงปฏิบัติการ เพื่อสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้

การวิจัยเป็นการสร้างความรู้ใหม่จากการใช้ปัญญา คุณค่าความดีงาม เป็นความรู้ที่เกิดจากการยกระดับ ความสำคัญของการวิจัยเพื่อเป็นสะพานเชื่อมระหว่างทฤษฎีและการปฏิบัติไปสู่การเปลี่ยแปลงของสังคมในบริบทที่แท้จริง…..

โครงการวิจัยและพัฒนาชีวิตสาธารณะท้องถิ่นน่าอยู่

เมื่อกล่าวถึงการดำเนินงานโครงการวิจัยและพัฒนาชีวิตสาธารณะท้องถิ่นน่าอยู่ เราคงต้องนึกถึงคณะทำงานที่เป็นผู้ขับเคลื่อนการทำงานให้สู่เป้าหมาย โดยหนึ่งในคณะทำงานก็คือทีมประเมินภายในการทำงานในโครงการวิจัยและพัฒนาชีวิตสาธารณะท้องถิ่นน่าอยู่ครั้งนี้ถือได้ว่าทีมประเมินภายในเป็นนวตกรรมใหม่ของการทำงานที่มุ่งเห็นความสำเร็จของการทำงาน โดยมีบทบาทในการทำหน้าที่เป็นผู้ให้ข้อชี้แนะต่อคณะทำงานการถอดบทเรียนจากการทำงานตลอดจนการสังเคราะห์องค์ความรู้ภายใต้การได้รับการพัฒนาจากอาจารย์ ดร.เนาวรัตน์ พลายน้อยและทีมงานจากคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์  มหาวิทยาลัยมหิดล

           ซึ่งโดยในปี2547 นับว่าย่างเข้าสู่ ปีที่2 ที่ทีมประเมินได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  เช่นเดียวกับในบ่ายวันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2547 ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่พวกเราทีมประเมินภายในจาก 35 จังหวัดได้มีนัดหัวใจกับอาจารย์ สืบเนื่องจากการประชุมในวันที่ 7-8 สิงหาคม 2547 ที่โรงแรมมารวยการเด้น กรุงเทพฯ ที่ทีมประเมินจาก35จังหวัดที่มีความสนใจและสมัครใจในการเรียนรู้ในกิจกรรมการถอดบทเรียน การวิจัยเชิงปฏิบัติการ และได้ลงชื่อทำสัญญา และส่งโครงร่างให้อาจารย์  และก็ถึงวันนัดหมายในวันที่20-21 พฤศจิกายน 2547 ณ โรงเเรมรอยัลเจมส์ลอร์ด  พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ที่ทีมประเมินจะได้รับคำชี้แนะเพิ่มเติมจากโครงร่างที่ส่งมา ในช่วงภาคเช้าเป็นการเดินทาง และตามกำหนดการเริ่มประชุมเวลา13.00.เป็นต้นไป

เมื่อถึงเวลานัดหมาย11.00-12.00น เป็นเวลาของการลงทะเบียนรับเอกสาร  ซึ่งกระเป๋าเอกสารที่จัดเตรียมให้ในคราวนี้ดูแปลกตาและสวยงามแบบวิถีไทยภูมิปัญญาไทยเป็นกระเป๋าผ้าฝ้ายพิมพ์ลายสวยงามเป็นสิ้นค้าที่ได้รับตราสัญลักษณ์ MADE IN THAILAND ด้วยนะคะ
          เวลา13.00.เริ่มต้นด้วยอาจารย์ ดร.เนาวรัตน์ พลายน้อยได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม ทบทวนถึงวัตถุประสงค์ในการประชุมการพัฒนาทีมประเมินเพื่อให้มีการพัฒนาสมรรถนะ เพื่อให้สามารถสร้างและจัดการกับความรู้เพื่อการดำเนินงานตลอดจนสรุปองค์ความรู้เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จของโครงการโดยมีแนวทางในการดำเนินงานในเรื่อง


1.การถอดบทเรียนและการสังเคราะห์องค์ความรู้

                  2 .การวิจัยเชิงปฏิบัติการ
                 3.การพัฒนาตัวชี้วัด
                 4.การสนับสนุนTechnical support
5.การพัฒนาองค์ความรู้แก่ทีมประเมินภายใน

โดยข้อคิดของจากอาจารย์ที่ฝากไว้คือ
ความใฝ่ฝันที่ปราศจากความรู้ เหมือนเรือที่อยู่บนบก

 

จากนั้นอาจารย์ ดร.ธีรเดช ฉายอรุณ ได้ทบทวนแนวคิดการถอดบทเรียนและข้อสังเกตต่อการเขียนเอกสารถอดบทเรียน จนถึงเวลาพักรับประทานอาหารว่าง

 

เวลา15.00.-17.00.ทีมประเมินได้แบ่งกลุ่มทีมเป็นรายภูมิภาคเพื่อให้อาจารย์ประจำภาคได้ชี้แนะ ให้ข้อคิดเห็นแนะนำอย่างละเอียดอีกครั้ง ในกลุ่มจังหวัดภาคกลางแบ่ง 2 กลุ่มใหญ่ กลุ่มจังหวัดลพบุรีได้รวมกับจังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดสระบุรี ได้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ดีจากเพื่อนๆทีมประเมิน และได้รับคำชี้แนะจากอาจารย์ ผส.ปุสตี มอนซอน ทำให้เกิดความเข้าใจในการถอดบทเรียนมากขึ้น

 

เวลา17.00-19.00น เป็นเวลาที่ทีมประเมินได้การพักผ่อนตามอัธยาศัย ซึ่งเราได้มีโอกาสเดินชมธรรมชาติรอบๆที่พักเป็นสนามหญ้าเขียวขจีกว้างใหญ่หลายสิบไร่ ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับการไดร์ฟกอล์ฟ เราได้มีเวลาได้สูดอากาศบริสุทธิ์อยู่พักใหญ่ หลังจากเดินชมธรรมชาติจนได้เรียกน้ำย่อยพอสมควรก็ได้เวลาของการรับประทานอาหารเย็น

 

ภาคค่ำเป็นการชี้แจงจากอาจารย์ ดร.เนาวรัตน์ พลายน้อยถึงก้าวต่อไปของการถอดบทเรียน การวิจัยเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาตัวชี้วัดโครงการ แนะนำจากทีมธุรการ จากนั้นให้ทบทวนรายงาสนการถอดบทเรียนรายจังหวัดต่อ จนถึงเวลาที่ได้นอนหลับพักผ่อน

               เวลา9.00.10.00น อาจารย์ ดร.ศุภวัลย์ พลายน้อย   ได้ให้ข้อสังเกตต่อยอดการยกระดับคุณภาพของโครงร่างการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ซึ่งได้กล่าวถึงการวิจัยว่าเป็นการสร้างความรู้ใหม่จากการใช้ปัญญา คุณค่าความดีงาม เป็นความรู้ที่เกิดจากการยกระดับ ความสำคัญของการวิจัยเป็นสะพานเชื่อมระหว่างทฤษฎีและการปฏิบัติไปสู่การเปลี่ยแปลงของสังคมในบริบทที่แท้จริง เป็นการผลิตและจัดการความรู้ทั้งความรู้ที่ฝังลึกและความรู้ชัดแจ้ง อาจารย์ให้ข้อสังเกตต่อโครงร่างงานวิจัยที่ส่งมาว่ามี 2กลุ่ม กลุ่มที่1 เป็นการวิจัยเพื่อการพัฒนาในองค์กร กลุ่มที่2 เป็นการวิจัยเพื่อพัฒนาในชุมชน อาจารย์ได้สรุปแนวคิดและระเบียบการวิจัยเชิงปฏิบัติการบนหลัก6 ประการคือ 1. การมีส่วนร่วม 2.ความร่วมมือเสมอภาค 3.กระบวนการสืบค้นคว้า 4.การเสริมพลัง 5.การสะท้อนกลับอย่างลุ่มลึก 6.การสร้างความรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม   ต่อด้วยแนวทางการเขียนเอกสารโครงร่างวิจัยเชิงปฏิบัติการ ที่มีเนื้อหา 4 ส่วน คือชื่อเรื่อง   เหตุผลหรือความสำคัญ  วัตถุประสงค์การวิจัย และแนวทางการดำเนินงาน หลังจากได้ข้อชี้แนะจากอาจารย์จนเกิดความชัดจนแล้วแบ่งกลุ่มทีมประเมินรายภูมิภาคเพื่อใหเรียนรู้และปฏิบัติการจริงร่วมกันเป็นรายจังหวัด
              ซึ่งภาคกลางมีจังหวัดที่ร่วมศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการ 4 จังหวัด คือ จังหวัดลพบุรี ตราด ปราจีนบุรี ประจวบคีรีขันโดยอาจารย์ ผส.ปุสตี มอนซอน และอาจารย์ดร.ประภาพรรณ อุ่นอบ เป็นผู้ให้ข้อชี้แนะซึ่งทำให้เกิดภาพชัดเจนในการจัดทำโครงร่างงานวิจัยเชิงปฏิบัติการอีกครั้ง หลังจากได้ข้อชี้แนะจากอาจารย์จนเกิดความชัดจนแล้วแบ่งกลุ่มทีมประเมินรายภูมิภาคเพื่อใหเรียนรู้และปฏิบัติการจริงร่วมกันเป็นรายจังหวัด ในส่วนภาคกลางมีจังหวัดที่ร่วมศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการ 4 จังหวัดคือ จังหวัดลพบุรี ตราด ปราจีนบุรี ประจวบคีรีขัน


โดยอาจารย์ ผส
.ปุสตี มอนซอน และอาจารย์ดร.ประภาพรรณ อุ่นอบ เป็นผู้ให้ข้อชี้แนะซึ่งทำให้เกิดภาพชัดเจนในการจัดทำโครงร่างงานวิจัยเชิงปฏิบัติการอีกครั้ง จากนั้นรับประทานอาหารกลางวันและแบ่งกลุ่มการทบทวนโครงร่างงานวิจัยเชิงปฏิบัติการจังหวัดที่สนใจจะร่วมทำการศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการในพื้นที่ก็ลงนามในสัญญาที่จะร่วมศึกษาวิจัยกันต่อไป

ข้อสังเกตที่พบในการประชุมทีมประเมินภายในในครั้งนี้พบว่าทีมประเมินจาก 35 จังหวัดที่เข้าร่วมประชุมประมาณ 70 % เป็นทีมประเมินกลุ่มใหม่  ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง มีจิตสาธารณะที่อาสาเข้ามาทำหน้าที่ในโครงการขอให้กำลังใจทุกๆท่านและหวังว่าจะช่วยกันดำเนินงานตามบทบาทหน้าที่อย่างเต็มความสามารถคงจะช่วยทำให้อาจารย์ ดร.เนาวรัตน์  พลายน้อย และทีมงานจากคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์  มหาวิทยาลัยมหิดล รู้สึกภูมิใจและยินดีกับกับทีมประเมินกลุ่มใหม่ได้ไม่น้อย

 

 

กัลปังหา โชสิวสกุล  ทีมประเมินภายในจังหวัดลพบุรี    เรียบเรียงเนื้อหา              

จารุวรรณ    แก่นทรัพย์  ทีมประเมินภายในจังหวัดลพบุรี    ภาพ /บรรณาธิการ


โดยทีมประเมินภายในจังหวัดลพบุรี

Be the first to comment on "เวที : การวิจัยเชิงปฏิบัติการ เพื่อสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้"

Leave a comment

Your email address will not be published.