แผนแม่บท กสทช.
ผมได้ทราบเรื่องความก้าวหน้าของแผนแม่บทการจัดสรรคลื่นความถี่ ที่เป็นภารกิจสำคัญเร่งด่วนที่ต้องรีบทำอย่างแรกๆของกสทช.จากข่าวทางสื่อมวลชน จับใจความได้เพียงว่าจะจัดสรรคลื่นวิทยุให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายภายในเวลา ๕ ปี ส่วนคลื่นโทรทัศน์ใน ๑๐ ปีและคลื่นโทรคมนาคมใน ๑๕ ปี
ที่ประชุมกรรมการนโยบายมีความสนใจติดตามเรื่องนี้มานาน เพราะไทยพีบีเอสของเราก็รอคอยการจัดสรรคลื่นวิทยุมาถึง ๔ ปีแล้ว คุณเทพชัยและคุณวสันต์เคยมารายงานให้ทราบอยู่เป็นระยะ จึงวางใจว่ามีการเกาะติดแบบไม่คลาดสายตา อีกด้านหนึ่งก็เชื่อมั่นว่ากรรมการกสทช.แต่ละท่านที่ผ่านกระบวนการสรรหามาอย่างเข้มข้นและทรงเกียรติ จะทำงานอย่างมีอุดมการณ์อุดมคติเพื่อประโยชน์สุขของสาธารณะส่วนรวม
ดังนั้น ทีแรกเมื่อทราบสูตร ๕ ปี ๑๐ปี และ ๑๕ ปีจึงไม่เอะใจว่าจะมีนัยอะไรซ่อนอยู่ ยิ่งเราเองมีพรบ.รับรองไว้อย่างชัดเจนว่าต้องทำวิทยุด้วย กรรมการกสทช.ท่านก็เคยสื่อสารมาหลายครั้งว่าเขาจะต้องจัดหาคลื่นวิทยุให้ ส.ส.ท.ก่อนเพื่อน เพราะกฎหมายกำหนดไว้ ดูอย่างการออกใบอนุญาตโทรทัศน์เขาก็ออกให้เราเป็นทะเบียนเลขที่ ๑ เลย
วันก่อนเดินสวนกับคุณวสันต์ในห้องน้ำจึงเปรยถามขึ้นว่าแผนจัดสรรคลื่นฯเป็นอย่างไร น่าพอใจหรือไม่ เอื้อประโยชน์สาธารณชนหรือเปล่า เท่านั้นแหละเหมือนได้ระบายความอัดอั้น คุณวสันต์บอกว่า ไม่ดีเลย แย่มากๆ ระยะเวลายาวนานเกินไป เอื้อประโยชน์ธุรกิจทั้ง๓แผน แต่เราจะคัดค้านในนามขององค์การก็ดูจะไม่เหมาะ จะทำอย่างไรดี
ผมจึงเช็คไปทางท่านอาจารย์เอื้อจิต อดีตบอร์ดของเราที่เข้าไปช่วยงานที่นั่น รายนั้นก็พรั่งพรูออกมาเป็นสายน้ำไหลว่า แย่ที่สุด เขาไปจัดเวทีรับฟังความเห็นประชาชนและภาคีต่างๆพอเป็นพิธี หมดเงินไปหลายล้านบาท แต่ไม่ได้เอามาแก้ไขปรับปรุง(ร่าง)แผนของเขาแม้แต่น้อย เขาใช้วิธีโหวตเอาเสียงข้างมากตัดสิน นอกจากนั้นยังได้สาธยายถึงความเสื่อมทรามหลายอย่างที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการเอาคนของตนเขามานั่งกินเงินเดือนที่ปรึกษาและอนุกรรมการต่างๆ โดยไม่มีพื้นความรู้อะไรเลย แทนที่ควรเป็นผู้เชี่ยวชาญที่จะต้องเข้ามาช่วยกันดูแลมิติต่างๆ ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย นับเป็นระบบอุปถัมภ์ที่น่าเวทนามาก
สอบถามไปยังกลุ่มวิทยุชุมชน (สายพันธุ์แท้) ส่วนหนึ่งก็ได้เสียงสะท้อนแบบเดียวกันว่า พวกเราวิทยุชุมชนทนขมขื่นกับภาวะโกลาหลในช่วงสูญญากาศอำนาจ กสทช.มา ๑๕ ปีแล้ว เพราะเกิดวิทยุชุมชนเทียม ที่เป็นธุรกิจและการเมืองแปลงกายมาเกือบหมื่นสถานี จนทำให้บ้านเมืองปั่นป่วนวุ่นวายอยู่ทุกวันนี้ ไม่รู้จะทำอย่างไร รอไปอีก ๕ ปีบ้านเมืองคงพัง กสทช.ชุดนี้ก็หมดวาระไปโดยไม่ต้องรับผิดชอบชั่วดีอะไรเลย
เมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเรากรรมการนโยบายจึงหยิบประเด็นขึ้นมาหารืออย่างจริงจังเมื่อสองวันก่อน และมีความเห็นร่วมกันในเบื้องต้นว่า เรื่องนี้เป็นผลประโยชน์สาธารณะที่ต้องปกป้องตามภารกิจหลักขององค์การ ส.ส.ท.จะละเลยการตรวจสอบไม่ได้ สื่อสาธารณะของเรากล้าตอมแมลงวันฉันใด ก็ต้องกล้าตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระทุกชนิด ทุกองค์กรเช่นกัน
เราควรต้องเปิดพื้นที่ทั้งหน้าจอและนอกจอ ทุกช่องทาง ให้กลุ่มองค์กรทางสังคมมาสะท้อนความเห็น ความต้องการและมุมมองอย่างรอบด้าน ในขณะเดียวกันก็ต้องเปิดโอกาสให้กสทช.ที่กำลังตกเป็นจำเลยของสังคมได้มาชี้แจงด้วย เรื่องนี้มีความเร่งด่วนมากเพราะกสทช.เขาบอกว่า หลังจากที่เขาขึ้นเว็บไซต์ (๒๘มีนาคม) ผ่านไป ๗ วัน ถ้าไม่มีใครคัดค้าน เขาจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาทันที
อย่างไรก็ตาม เท่าที่ทราบจากผู้รับผิดชอบ กองบก.ข่าวของเราได้ติดตามเรื่องนี้เป็นพิเศษอยู่แล้ว กรรมการนโยบายจึงเพียงขอทราบ COVERAGE PLAN ทั้งหน้าจอและนอกจอ ทั้งในช่วง ๗ วันและหลังจากนั้น ว่าเรากำลังทำอะไรและมีแผนอย่างไรกันบ้าง และขอย้ำในทิศทางนโยบายเรื่องนี้ให้ทราบโดยทั่วกัน
แต่กว่าจะถึงวันประชุมที่กรรมการจะได้ฟังรายงานดังกล่าวก็พ้น๗วันไปนานแล้ว เรื่องคงออกหมู่ออกจ่ากันไปเรียบร้อย
ดังนั้นในช็อตนี้คงต้องฝากฝ่ายบริหารช่วยดูแลให้สื่อของเราทำหน้าที่อย่างสมาร์ทที่สุดด้วยนะครับ
พลเดช ปิ่นประทีป
Be the first to comment on "แผนแม่บท กสทช."