การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของภูมิทัศน์สื่อ(media landscape) ทั่วโลกซึ่งเกิดขึ้นพร้อมๆกับการมีเทคโนโลยีใหม่ด้านสารสนเทศ ทำให้ในทุกประเทศต้องมีการประเมินและกำหนดทิศทางกันใหม่ทั้งในด้านกรอบกฎหมายและยุทธศาสตร์สื่อที่เกี่ยวข้อง
เพียงแค่ในวงการกระจายเสียงและแพร่ภาพเอง สถานีวิทยุโทรทัศน์แบบดั้งเดิมและแบบใหม่ก็ยังต้องปรับตัวเพื่อแข่งขันกันให้บริการภาพและเสียงที่เติบโตอย่างรวดเร็วมาก และยังต้องไขว่คว้าโอกาสที่จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยียุคใหม่ เช่น internet, mobile TV, IPTV, HDTV, 3D-TV, DTT, iPod, itune, VOD, Web2.0 เป็นต้น
ในเวที AMS 2010 ที่ปักกิ่ง มีบางคนถึงกับเรียกการเปลี่ยนแปลงนี้ว่าเป็นยุค “การปฏิวัติสื่อ” (Media Revolution) ทีเดียว
ด้านพฤติกรรมผู้รับสื่อ ทุกวันนี้ความนิยมการรับสื่อมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยของเทคโนโลยีที่ประชาชนใช้ในการติดต่อสื่อสารกัน ผู้คนที่ใช้อินเตอร์เนทติดต่อกันหรือที่เรียกว่า “ประชากรเน็ท” หรือ “Netizen” เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วในทุกสัปดาห์ เมืองจีนมี Netizen 380 ล้านคน (คิดเป็น 26% ของประชากร) อินเดียมีจดทะเบียนใช้โทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้นเดือนละ 20 ล้านราย
ที่แน่ๆ คือ คนกลุ่มนี้มีแนวโน้มในการรับหนังสือพิมพ์และวิทยุโทรทัศน์ลดลง พวกเขานิยมใช้สื่อมิติใหม่ที่เป็น interactive multimedia มากกว่า ดังนั้นสถานีโทรทัศน์ วิทยุ สำนักข่าว และธุรกิจโฆษณาจึงต้องปรับตัวตามกันจ้าละหวั่น
สถานีโทรทัศน์ NHK บอกว่าตามทฤษฎีแล้วประชาชนที่มีการศึกษามากจะเชื่อถือสื่อน้อยลง และยิ่งสังคมมีความเป็นขั้วมาก (polarization) หรือ มีสื่อเลือกข้างจำนวนมาก (Partisan/Partiality) สื่อจะได้รับความเชื่อถือลดลงตามไปด้วย
ที่ NHK มีการสำรวจความน่าเชื่อถือ (Trust Rating) มาเป็นระยะๆ ซึ่งพบว่าคนญี่ปุ่นยังให้ความเชื่อถือต่อ NHK อย่างสูงมากถึง 80 % แม้ว่าขณะนี้คนญี่ปุ่นจะหันไปนิยมใช้อินเตอร์เนทถึง 60% และมีการศึกษาดีมากก็ตาม
ก่อนอื่นเราคงต้องศึกษาโครงสร้างและสัดส่วนทางประชากรของประเทศไทยเสียก่อน โดยพิจารณาเจาะลึกในเชิงพฤติกรรมการใช้ internet และเครื่องมือสื่อสารโทรคมนาคมยุคใหม่เป็นสำคัญ อาทิ: ประชากรเน็ท กับประชากรที่ไม่ใช้เน็ท, ชาวดิจิตอลโดยกำเนิดกับชาวอนาล็อกโดยกำเนิดและชาวดิจิตอลอพยพ, ประชากรชนชั้นล่าง กับชนชั้นกลาง และชนชั้นสูง, จำนวนเครื่องรับสัญญาณผ่านเสาอากาศ กับที่ผ่านดาวเทียม และสายเคเบิ้ล ฯลฯ ซึ่งข้อมูลพฤติกรรมในปัจจุบันและแนวโน้มระยะสั้น-ระยะยาว มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ขององค์การ
Be the first to comment on "Beijing* : (2) สื่อมิติใหม่"