เมื่อเช้าวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ตัวแทน 30 องค์กรเครือข่ายพันธมิตรได้จัดกิจกรรมคัดค้านร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) เขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยพระศรีปริยัติโมลี รองอธิการบดีฝ่ายกิจกรรมการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้นำกลุ่มตัวแทนเข้าไปยังพระอุโบสถในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม(วัดพระแก้ว) เพื่ออาราธนาศีลและสวดไล่เสนียดจัญไร
เมื่อเช้าวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ตัวแทน 30 องค์กรเครือข่ายพันธมิตรได้จัดกิจกรรมคัดค้านร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) เขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยพระศรีปริยัติโมลี รองอธิการบดีฝ่ายกิจกรรมการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้นำกลุ่มตัวแทนเข้าไปยังพระอุโบสถในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม(วัดพระแก้ว) เพื่ออาราธนาศีลและสวดไล่เสนียดจัญไร
จากนั้นตัวแทนประมาณ 20 คนได้ออกมาด้านนอกกำแพงวัดพระแก้ว เพื่ออ่านคำประกาศคัดค้านร่าง พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยมีเนื้อหาสำคัญสรุปได้ว่า รัฐบาลรักษาการชุดปัจจุบันได้ผ่านมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) รับหลักการร่าง พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษอย่างเงียบเชียบ เมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา โดยเป็นวาระซ่อนเร้นท่ามกลางความเศร้าโศกของสังคมต่อกรณีภัยพิบัติสึนามิ ซึ่งจะถูกผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาภายหลังการเลือกตั้ง และเชื่อว่าจะผ่านอย่างง่ายดายด้วยเสียงข้างมากของรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื้อหาของคำประกาศคัดค้านดังกล่าวยังระบุว่าร่างกฎหมายนี้ให้อำนาจแก่กลุ่มบุคคลในการกำหนดพื้นที่ใดก็ได้โดยไม่ต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภาและเป็นอำนาจเหนือการปกครองส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น อีกทั้งยังได้รับการยกเว้นไม่ขึ้นกับกฎหมายสำคัญต่างๆ เช่น กฎหมายอุทยานแห่งชาติ กฎหมายป่าสงวนแห่งชาติ กฎหมายชลประทานราษฎร์ กฎหมายแรงงาน กฎหมายสิ่งแวดล้อมฯ นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังได้รับยกเว้นภาษีทุกชนิด รวมถึงอนุญาตให้นำเงินออกนอกประเทศได้โดยเสรี ที่สำคัญยังให้อำนาจเด็ดขาดในการเพินถอนที่สาธารณสมบัติทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ป่าอนุรักษ์ ที่ดินสาธารณะ ที่ธรณีสงฆ์ ที่ราชพัสดุ และที่ดินส่วนพระมหากษัตริย์ให้กลายมาเป็นของเอกชนและสามารถนำไปขายหรือให้เช่ากับคนต่างด้าวในการประกอบกิจการทุกชนิด รวมถึงนำไปสู่การละเมิดพระราชอำนาจ เนื่องจากบังคับคดีโดยไม่ผ่านกระบวนการทางตุลาการ
น.ส.รสนา โตสิตระกูล ตัวแทนเครือข่ายเอกชน กล่าวว่า เบื้องต้นทางกลุ่มจะเน้นเผยแพร่ข้อมูลสู่องค์กรต่างๆ และประชาชนให้มากที่สุด และหลังการเลือกตั้งจะประชุมเพื่อเคลื่อนไหวต่อไป โดยทุกฝ่ายเห็นว่ารัฐบาลชุดใหม่ควรเลิกร่างกฎหมายฉบับนี้ และเมื่อประชาชนรับรู้ การสานต่อเครือข่ายก็จะกว้างขึ้น
“ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนจะต้องตื่นตัวและจับตาดูถึงการแก้ไขหรือออกกฎหมายใหม่ๆ หลังการเลือกตั้งเสร็จ นอกจากใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้อง มีการหมกเม็ดและดำเนินการแบบเงียบๆ โดยจ้างนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ทำการวิจัย จัดทำร่างกฎหมาย และยังแต่งตั้งเป็นประธานตรวจแก้กฎหมายฉบับนี้ โปร่งใสหรือที่จัดทำร่างและตรวจแก้กฎหมายเป็นคนเดียว และน่าวิตกต่อไปอีกว่ารัฐบาลใหม่ภายใต้ผู้นำเดิมกำลังแก้ไขกฎหมายนำเงินสำรองประเทศออกมาใช้จ่ายได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดต่อไป” น.ส.รสนากล่าว
พระศรีปริยัติโมลีกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งถูกต้องและเป็นเรื่องใหญ่ หากปล่อยให้กฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษมีผลบังคับใช้ การออกกฎหมายใดควรเปิดโอกาสให้ประชาชน นักวิชาการ และฝ่ายศาสนาวิพากษ์วิจารณ์ แล้วหาข้อสรุป รวมถึงผ่านการพิจารณาของรัฐสภา กฎหมายนี้จึงป็นอันตรายหลายอย่าง เช่น หวั่นว่าจะเกิดปฏิรูปธรณีสงฆ์ภาค 2 หรือเกิดบ่อนการพนันเสรี
“เรื่องนี้กระทบโดยตรงต่อศาสนา หากมีการเพิกถอนพระราชบัญญัติสงฆ์ ต่อไปก็สามารถยึดที่ดินวัดได้เลย เป็นการขัดวัฒนธรรมประเพณีของไทย และไม่เคยมีพระเจ้าอยู่หัวของไทยพระองค์ใดที่ยึดที่วัด แต่อำนาจของเขตเศรษฐกิจพิเศษสามารถกระทำได้” พระศรีปริยัติโมลีกล่าว
มติชน
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 9829
หน้า 15
Be the first to comment on "พระศรีปริยัติฯนำเครือข่ายเอ็นจีโอ สวดไล่เสนียด”พรบ.เขตศก.พิเศษ”"