ไปร่วมประชุมสมัชชาองค์การอนามัยโลกเป็นครั้งแรกในเที่ยวนี้ (WHA 70) ผมตั้งคำถามไปจากบ้านว่าจะไปหาคำตอบเรื่องอะไรบ้าง ซึ่งก็ได้ทั้งข้อมูล ความรู้และประสบการณ์ตรงที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนางานของสช. โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติของเรา (NHA)
กรอบประเด็นพิจารณาในสมัชชา
ที่ WHA เขาจัดงานเป็นระยะเวลาที่ยาวนานถึง 10 วัน โดยมีกิจกรรมและกรอบประเด็นในการประชุม 3 ด้านใหญ่ๆได้แก่ 1.ด้านวิชาการเชิงนโยบาย หมายถึงสาระสำคัญที่เกี่ยวกับงานสาธารณสุขโดยตรงและรวมไปถึงปัจจัยทางสังคมที่กำหนดสุขภาพหรือคุณภาพชีวิตด้วย 2.ด้านการบริหารจัดการ อันหมายถึงเรื่องการพิจารณากรอบงบประมาณ กำลังคน งานบริหารทั่วไปและภารกิจพิเศษของWHO 3.ด้านการเมือง คือเรื่องการเลือกตั้งผู้อำนวยการใหญ่ คณะกรรมการบริหาร ประธานการประชุมสมัชชาฯลฯ ในขณะที่ NHA ของเรานั้นจัดแค่ 3 วันและมีเพียงกิจกรรมอย่างแรกเท่านั้น
ข้อดีคือ ทำให้NHAสามารถจัดง่ายเกิดง่ายขึ้น เพราะไม่มีความยุ่งยากในการบริหารจัดการและหลีกเลี่ยงปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง
ส่วนข้อจำกัดที่ตามมาได้แก่ ความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมในสมัชชามีน้อยและการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนประเด็นนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริง มักเป็นไปแบบตั้งรับ
จำนวนและสัดส่วนของผู้เข้าร่วมสมัชชา
WHA มีฐานผู้เข้าร่วมการประชุมมาจากตัวแทนประเทศสมาชิก 194 ประเทศ แต่ละประเทศจะส่งคนมาร่วมประชุมมากน้อยแค่ไหนก็ได้ ขอเพียงต้องลงทะเบียนสมัครกันมาล่วงหน้าตามที่ประกาศเพื่อWHOจะสามารถดูแลการประชุมและผู้เข้าร่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ไม่ว่าจะมามากแค่ไหนก็มีเพียง 1 เสียงเท่ากัน และจัดที่นั่งสำหรับทั้งทีมแค่ 4 ที่เท่านั้น ค่าใช้จ่ายของตนแต่ละประเทศก็รับผิดชอบกันเอาเอง WHOไม่เกี่ยว.
ส่วนNHAของเรามี 280 เสียง มาจากฐาน 4 ส่วนสำคัญ ได้แก่ 1.ตัวแทนเครือข่ายเชิงพื้นที่ 77จังหวัด(MA)ซึ่งมีสัดส่วนมากที่สุด 2.ตัวแทนภาคประชาสังคม เอกชนและผู้ทรงคุณวุฒิ 74 เสียง 3.ตัวแทนภาควิชาการและวิชาชีพ 38 เสียง และ4.ตัวแทนภาครัฐและพรรคการเมือง 91 เสียง
โดยทั้งหมดนี้ สช.เป็นผู้กำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมสมัชชาและเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด อันหมายรวมทั้งค่าเดินทางและค่าที่พักของผู้เข้าร่วมประชุมที่สช.เป็นผู้เชิญมาด้วย
ข้อดีคือ การจัดการง่ายเพราะรวมศูนย์ที่จุดเดียว
ข้อจำกัดคือ สช.ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายแต่เพียงผู้เดียว ในขณะที่ความรู้สึกเป็นเจ้าของสมัชชามีน้อยและการมีส่วนร่วมมีอยู่ในวงจำกัด
เจ้าภาพและเจ้ามือจัดสมัชชา
WHA องค์กรผู้จัดคือWHO แต่เขาไม่ได้เป็นเจ้าภาพการจัดงานแต่เพียงคนเดียว เพราะงบประมาณของWHO ปีละประมาณ 4,000ล้านUSD ก็ได้มาจากเงินสมทบรายปีของประเทศสมาชิก มากน้อยตามสัดส่วนGDP รวมกับเงินบริจาคจากผู้บริจาครายใหญ่ นอกจากนั้นประเทศสมาชิกยังต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการมาประชุมของคณะผู้แทนของตนอีกด้วย จึงมีความรู้สึกเป็นเจ้าของที่สูงมาก
ส่วนNHAนั้น สช.เป็นทั้งเจ้าภาพและเป็นเจ้ามือที่ดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมดด้วยตนเอง แม้ว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการจัดงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ(คจ.สช.)มาเป็นกลไกช่วยการทำงานบางส่วนก็ตาม
ข้อดีคือ จัดการแบบรวมศูนย์ดูแลง่าย
ข้อจำกัดคือ นอกจากต้องรับภาระงบประมาณเพียงหน่วยเดียวแล้ว สช.ต้องทุ่มเทกำลังคนเกือบทั้งองค์กรเพื่อมาดูแลกิจกรรมใหญ่ประจำปีนี้ และต้องใช้เวลาไปกับงานบริหารจัดการจนไม่มีโอกาสในการพัฒนาศักยภาพด้านวิชาการเท่าที่ควร.