(ตอนที่ 6) ตะลุยเมืองมรดกโลก

ข้อมูลจากวิกิพีเดียระบุว่า เซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก ( Saint Petersburg) เป็นเมืองท่าทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของสหพันธรัฐรัสเซีย ตั้งอยู่ปากแม่น้ำเนวา ริมอ่าวฟินแลนด์ในทะเลบอลติก

เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กสร้างโดยพระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราช เมื่อ พ.ศ. 2246 โดยตัวเมืองเริ่มสร้างด้วยการถมทรายและหินเป็นจำนวนมากเพราะว่าพื้นที่เดิมของเมืองนั้นเป็นดินเลนของทะเล พระองค์ทรงเลือกที่จะสร้างเมืองที่บริเวณนี้ เพราะว่าตัวเมืองมีทางออกทะเลบอลติกและสามารถติดต่อไปทางยุโรปและประเทศอื่นๆได้ง่าย เพื่อเป็นฐานการปฏิรูปรัสเซียให้ทัดเทียมกับประเทศอื่น ๆ ในยุโรปได้โดยง่าย

ต่อมาเมืองเซนต์ปีเตอร์เบิร์กจึงได้รับสมญานามว่าหน้าต่างแห่งยุโรป และได้เป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิรัสเซียเป็นเวลา 206 ปี (หลังจากนั้นได้ย้ายเมืองหลวงกลับไปที่มอสโก เมื่อ พ.ศ. 2461)

ชื่อเดิมของเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก คือ เปโตรกราด (Petrograd, Петрогра́д, ใช้ในช่วง พ.ศ. 2457-2467) และ เลนินกราด (Leningrad, Ленингра́д, ใช้ในช่วง พ.ศ. 2467-2534)

ปัจจุบันเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กมีประชากรมากกว่า 4.7 ล้านคน เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของรัสเซีย และเป็นมรดกโลกขององค์กรยูเนสโก

พระราชวังปีเตอร์ฮ็อฟ

วันนี้น้องเบลล่าพาไปชมพระราชวังฤดูร้อนปีเตอร์ฮ็อฟตอนเช้า และเข้าชมเฮอร์มิเทจมิวเซียมในตอนบ่าย ส่วนตอนค่ำลูกสาวสองคนไปดูบัลเลท์ที่จองตั๋วล่วงหน้ามาจากเมืองไทย

ที่วังฤดูร้อน เป็นสวนขนาดใหญ่ที่ซาร์ปีเตอร์ที่ 1 ลอกแบบมาจากพระราชวังแวซายล์ของฝรั่งเศส โดยเฉพาะสวนฤดูร้อนขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยน้ำพุหลากหลายรูปแบบตระการตา แต่ที่นี่ติดชายทะเลจึงมีจุดเด่นที่ต่างออกไป

ที่นี่เป็นทั้งบ้านพักตากอากาศฤดูร้อนและเป็นจุดพักเพื่อเตรียมออกทะเลบอลติคเพื่อเดินทางไปยุโรปของพระเจ้าซาร์และราชวงศ์

ถ่ายภาพที่บริเวณลานน้ำตกและน้ำพุใหญ่ หน้าพระราชวังปีเตอร์สฮ็อฟ น้ำจะไหลลงไปตามคลองขุด สู่ทะเลบอลติคข้างล่าง
ปลายคลองที่เห็น น้ำจะไหลลงสู่ทะเล

ซาร์ปีเตอร์ได้ใช้เวลาสร้างวังนี้อยู่ 27 ปี แต่ทรงได้ใช้เพียงแค่ 2 ปี ก็เสด็จสวรรคต พระนางแคเธอรีนมาสร้างต่อ ทรงระเบิดภูเขา สร้างวังบนเนิน มีอาคารหลักอยู่ 3 อาคาร อาคารใหญ่สุดอยู่ตรงกลาง ขนาบด้วยอาคารรองซ้าย ขวา ได้สมมาตรกัน

ทรงสร้างน้ำพุขนาดใหญ่ที่หน้าอาคารใหญ่ทั้งสาม น้ำพุไหลลงไปตามลำคลองที่ขุดขึ้นเป็นแนวเส้นตรง มุ่งลงสู่ทะเล ฝั่งขวาของคลองเป็นสวนอาดัมของซาร์ปีเตอร์ ฝั่งซ้ายเป็นสวนอีฟของพระนางแคเธอรีน

อาคารด้านขวาเป็นอาคารที่ในหลวง ร.5 เคยเสด็จมาประทับเมื่อคราวเป็นพระราชอาคันตุกะของพระเจ้าซาร์นิโกลาสที่ 2 รวมทั้งทรงได้ใช้บ้านตากอากาศริมทะเลซึ่งอยู่ในโซนชายหาดด้วย

อาคารแยก ปีกด้านขวามือ หลังนี้เคยเป็นที่ประทับของในหลวงรัชกาลที่ 5  ในคราวเส็จประพาสเยือนพระสหาย พระจักรพรรดิซาร์นิโกลาสที่ 2

ตอนบ่ายไปชม พระราชวังเฮอร์มิเทจ ซึ่งเป็นเสมือนพระบรมมหาราชวังของกษัตริย์รัสเซีย สร้างสมัยปีเตอร์ 1 และสร้างขยายต่อๆกันออกไปในสมัยของกษัตริย์เกือบทุกพระองค์ ตั้งแต่แอนนา อลิซาเบธ แคเธอรีน อเล็กซานเดอร์และนิโกลาส

งานศิลปะส่วนใหญ่ พระเจ้าซาร์และราชวงศ์สั่งให้สถาปนิกและศิลปินไปก็อปปี้มาจากอิตาลี ฝรั่งเศส หลายส่วนไปกว้านซื้อผลงานศิลปินดังๆเอามาเก็บรักษาไว้ บางส่วนก็เป็นเครื่องราชบรรณาการ หรือเป็นของขวัญที่ระลึกจากพระสหายต่างแดน บางส่วนเป็นสินสงครามที่ไปรบชนะหรือรุกรานเขามาได้ เช่น สงครามตุรกีที่พระนางแคเธอรีนทรงเสด็จนำทัพไปตีด้วยพระองค์เอง แล้วกวาดเอาสมบัติในท้องพระคลังของกษัตริย์ผู้แพ้กลับมาด้วย

ลานที่เป็นศูนย์รวมของสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ มีเสาอเล็กซานเดอร์ส พระราชวังฤดูหนาว และเฮอร์มิเทจมิวเซียม อยู่รายรอบ

Hermitage Museum พิพิธภัณฑ์เฮอร์มิเทจ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่งที่มีงานศิลปะในความครอบครองเป็นจำนวนราวสามล้านชิ้นและเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เก่าที่สุดในโลก งานศิลปะจำนวนมหาศาลตั้งแสดงอยู่ในอาคารหกหลัง มีห้องกว่า 1,500 ห้อง อาคารเอกคือพระราชวังฤดูหนาวที่เคยเป็นที่ประทับของพระเจ้าซาร์

เฮอร์มิเทจ มีสาขาที่อัมสเตอร์ดัม, ลอนดอน, ลาสเวกัส และแฟร์ราราในอิตาลี พิพิธภัณฑ์แอร์มิทาชได้รับการบันทึกในหนังสือบันทึกสถิติโลกกินเนสส์ว่า

เป็นหอศิลป์ที่มีงานสะสมมากชิ้นที่สุดในโลก.

พลเดช ปิ่นประทีป, วันพุธที่ 10 พ.ค. 2018