ชื่อเสียงและเกียรติคุณของท่านอาจารย์สำลี ใจดี ประทับอยู่ในความรับรู้และความทรงจำของผมมานานร่วมสี่ทศวรรษ แต่เพิ่งมามีโอกาสได้ทำงานใกล้ชิดในช่วงสี่ปีหลัง
ในสมัยที่เป็นนักศึกษาแพทย์ ที่มหาวิทยาลัยมหิดลของเรามีกลุ่มกิจกรรมและกลุ่มศึกษาเกิดขึ้นอย่างมากมายเพื่อรองรับกระแสความตื่นตัวทางด้านจิตสำนึกรักความเป็นธรรม การรับใช้สังคม รักชาติ รักประชาธิปไตย จำได้ว่าเพื่อนฝูงที่เรียนคณะเภสัชศาสตร์ได้ร่วมกันหลายมหาวิทยาลัย รวมทั้งจุฬาฯด้วย ได้ก่อตัวกันเป็น “กลุ่มศึกษาปัญหายา” เพิ่งมารู้ในภายหลังว่าท่านอาจารย์สำลี ใจดี ท่านนี่แหละ คือ เสาหลักของกลุ่ม
เมื่อครั้งเป็นแพทย์อยู่ในชนบท เวลาในแต่ละวันต้องหมดไปกับการดูแลรักษาคนไข้ ไม่มีค่อยมีโอกาสได้ร่วมกิจกรรมทางวิชาการหรือการเคลื่อนไหวทางสังคมในวงกว้างมากนัก แต่ก็ได้รับทราบเรื่องราวการรณรงค์ของกลุ่มเภสัชกรในการแก้ปัญหายาชุดแก้ปวดแก้เมื่อย รณรงค์ยกเลิกสูตรยา APC ยาหมอตี๋ จากทางหน้าหนังสือพิมพ์ วารสารวิชาการและสื่อมวลชน ช่วยทำให้หมอชนบทอย่างเรามีโอกาสได้เพิ่มพูนความรู้ในด้านเภสัชกรรม เหมือนมีผู้เชี่ยวชาญมาเป็นที่ปรึกษา ทั้งยังเฝ้าระวังและจัดการกับปัญหาเหล่านี้ในระดับนโยบายให้
ผมเข้าใจว่า จากประสบการณ์และภูมิปัญญาของกลุ่มศึกษาปัญหายานี่เอง ต่อมาได้ขยายประเด็นออกไปสู่เรื่องอื่นที่กว้างออกไปจนในที่สุดได้พัฒนามาเป็นขบวนการคุ้มครองผู้บริโภคที่เข้มแข็งของประเทศในปัจจุบัน ซึ่งชื่อเสียงของอาจารย์สำลี ใจดี เริ่มเป็นที่รู้จักและจดจำในหมู่พวกเราจากความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงแบบกัดติดและบุคลิกภาพที่จริงจังจริงใจ ตรงไปตรงมา
ที่สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ผมพบว่าอาจารย์สำลี ใจดี ท่านก็เป็นกรรมการผู้ทำงานอย่างแข็งขันมาก ทั้งในคณะกรรมการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพแห่งชาติ และ คณะกรรมการส่งเสริมการใช้สิทธิและหน้าที่ด้านสุขภาพ
หนึ่งเดือนก่อนที่จะสิ้นบุญ ในการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนสิทธิและหน้าที่ด้านสุขภาพ ท่านยังคงติดตามผลักดันการขับเคลื่อนอย่างมุ่งมั่น ทั้งเรื่องสิทธิหน้าที่ในการแสดงเจตจำนงของชีวิตของประชาชน (Living Will) และการพัฒนาระบบการรักษาดูแลแบบประคับประคองสำหรับผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่สถานบริการต้องจัดบริการรองรับ (Palliative Care)
แม้ในขณะเวลาที่กำลังอยู่ในภาวะวิกฤติ หายใจลำบากเพราะปอดติดเชื้อและภูมิคุ้มกันอ่อนแรง อาจารย์ท่านครองสติได้อย่างมั่นคง ปฏิเสธการช่วยหายใจด้วยเครื่องเพื่อยื้อชีวิตและการดูแลในห้องไอซียู ก่อนที่จะจากไปด้วยความสงบและสง่างามสมศักดิ์ศรี ในสองสามชั่วโมงต่อมา
นี่คือบทเรียนรู้บทสุดท้ายที่ผมได้รับ จากความแกร่งกล้าของครู ผู้เป็นตำนาน.
พลเดช ปิ่นประทีป, 2 พฤษภาคม 2562