แนวคิดการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง

การจัดการทรัพยากรที่เป็นธรรม
นิธิเอียวศรีวงศ์ (2539) เสนอแนวคิด การจัดการทรัพยากรโดยทั่วไป ชี้ว่าประกอบด้วยสิ่งสำคัญ 4 อย่าง คือ
- การจัดการทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพ
- ให้ทุกคนได้ใช้มากที่สุด
- มีการใช้อย่างยั่งยืนจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
- เปิดโอกาสให้คนส่วนใหญ่ได้เข้าไปใช้ทรัพยากร
การจัดการทรัพยากรน้ำ
ปราโมทย์ไม้กลัด (2540) เสนอแนวคิด การจัดการทรัพยากรน้ำให้ความหมายว่า
“การจัดการน้ำ” เป็นการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันอย่างเป็นระบบสัมพันธ์กัน เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ ปัญหาการขาดแคลนน้ำ ปัญหาน้ำท่วม และปัญหาน้ำเสีย
การบริหารจัดการน้ำได้ดี จะต้องบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้สอดคล้องกับทรัพยากรอื่นที่เกี่ยวข้องในลุ่มน้ำนั้นด้วย ทั้งทรัพยากรดินรวมไปถึงทรัพยากรมนุษย์ การบริหารจัดการน้ำถ้าไม่เอาคนในลุ่มน้ำเข้ามาเกี่ยวข้องคงไม่สำเร็จ
กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพยากรน้ำมี 4 กิจกรรมด้วยกัน ได้แก่
(1) การพัฒนาแหล่งน้ำหรือการจัดหาน้ำ มุ่งถึงการจัดหาน้ำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ด้านต่างๆตามศักยภาพของทรัพยากรน้ำ วางแผนการใช้น้ำอย่างมีระบบเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด มีใช้อย่างยั่งยืน
(2) งานจัดสรรน้ำและใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพในแต่ละลุ่มน้ำ จำเป็นที่จะต้องมีระบบกิจกรรมการจัดสรรและใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
(3) การอนุรักษ์แหล่งน้ำในลุ่มน้ำ พื้นที่ต้นน้ำต้องอนุรักษ์ด้วยระบบป่าในแหล่งน้ำธรรมชาติ แหล่งตื้นเขินมีวัชพืช สิ่งเหล่านี้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาน้ำให้มีคุณภาพ
(4) การควบคุมคุณภาพน้ำ ซึ่งขณะนี้เป็นปัญหาสำคัญของประเทศ ทั้งในชุมชนเล็ก ชุมชนใหญ่ รวมถึงพื้นที่เกษตรกรรมที่ประสบปัญหาเรื่องน้ำเสีย
องค์ประกอบของการจัดการทรัพยากรน้ำ
สถาบันแหล่งน้ำและสิ่งแวดล้อม (2545) ได้ศึกษาเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรน้ำในท้องถิ่น และจากการศึกษาสามารถสรุปได้ว่า
การจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพนั้นต้องประกอบด้วยกฎหมายและสิทธิเกี่ยวกับน้ำระบบการบริหารราชการที่กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นการวางแผนการจัดการลุ่มน้ำและระบบข้อมูลเพื่อการจัดการทรัพยากรน้ำ
โดยหลักสำคัญ 4 ประการ นี้จำเป็นต้องได้ รับการพัฒนาควบคู่ไปพร้อมกับการปรับปรุงให้เหมาะสมกับสภาพสังคม เศรษฐกิจ และการจัดการทรัพยากรของรัฐบาล
ปัญหาการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรน้ำ
จากการศึกษาของ ศูนย์สนเทศการเกษตรและสหกรณ์ (2536) เกี่ยวกับปัญหาการใช้ ทรัพยากรในภาคเหนือ พบว่า
สภาพทรัพยากรน้ำในภาคเหนือโดยทั่วไปนั้นเริ่มที่จะเป็นปัญหาเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ส่วนใหญ่เกิดจากผลกระทบมาจากทรัพยากรธรรมชาติชนิดอื่น
นอกจากนี้ยังเนื่องมาจากการกระทำของมนุษย์ ทำให้แยกเป็นประเด็นต่างๆ เช่น การเสื่อมโทรมของคุณภาพน้ำ การขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำอย่างไม่เหมาะสมและขาดประสิทธิภาพ
ปัญหาอีกประการหนึ่งของการใช้น้ำ คือ ความขัดแย้งระหว่างการพัฒนากับการใช้ประโยชน์จากน้ำ เช่น ในกรณีการพัฒนาอุตสาหกรรมขัดแย้งกับการพัฒนาแหล่งน้ำ ทำให้การพัฒนาทรัพยากรน้ำขาดทิศทาง การบริหารจัดการในการเข้ามาของบริษัทเอกชนที่เข้ามาทำไร่ดอกไม้เป็นพื้นที่บริเวณกว้าง ทำให้มีการแย่งชิงน้ำเพื่อการทำการเกษตรเป็นอย่างมาก
ภาวการณ์การขาดแคลนน้ำเป็นปัญหาที่สำคัญในปัจจุบัน มีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและเป็นปัญหาสำคัญสืบเนื่องกันมานาน โดยสาเหตุที่สำคัญ ได้แก่
ปริมาณน้ำฝนมีน้อยในช่วงหลายปี การเพิ่มปริมาณของการใช้น้ำ การใช้น้ำเพื่อการเกษตร และอุตสาหกรรมได้เพิ่มมากขึ้นจนถึงขั้นที่ปริมาณน้ำที่มีอยู่ตามธรรมชาติไม่เพียงพอ การเพิ่มของสารพิษในน้ำ และการใช้น้ำฟุ่มเฟือย ซึ่งมีกิจกรรมที่ต้องใช้น้ำเพิ่มมากขึ้นทั้งภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรม
แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรน้ำ
ศูนย์สนเทศการเกษตรและสหกรณ์ ระบุถึง แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรน้ำนั้น อาจทำได้โดยใช้นโยบายและมาตรการต่างๆ โดยกำหนดนโยบายและมาตรการในการพัฒนาแหล่งน้ำให้มีทิศทางและเป้าหมายที่ชัดเจน
กำหนดมาตรการเพื่อให้มีการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติชนิดอื่นๆ เช่น ป่าไม้ ที่ดิน เพื่อช่วยสนับสนุนให้การพัฒนาทรัพยากรน้ำเป็นไปอย่างได้ผล
ออกกฎหมายและกฎเกณฑ์เพื่อควบคุมการใช้ทรัพยากรน้ำเพื่อให้การ ใช้น้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันไม่ให้เกิดมลภาวะต่อแหล่งน้ำธรรมชาติและสภาพแวดล้อม
กำหนดนโยบายและมาตรการในการพัฒนาแหล่งน้ำควรจะให้มีความสอดคล้องกับการพัฒนาประเทศในสาขาการผลิตอื่นๆ เช่น จะต้องสอดคล้องกับการพัฒนาเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร
ทำการสำรวจ ศึกษาเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำของภาคเหนือเพื่อหาข้อมูลและวิเคราะห์ถึง ความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการที่จะทำการพัฒนาทรัพยากรน้ำเพื่อใช้ในกิจกรรมต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพและให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนามากที่สุด.
นพ.พลเดช ปิ่นประทีป / 28 มิถุนายน 2563