คำอภิปราย ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัด ต่อรายงานผลการปฏิรูปของรัฐบาล โดย ส.ว.พลเดช ปิ่นประทีป / 30 พฤศจิกายน 2563
จากการพิจารณารายงานความก้าวหน้าการปฏิรูปประเทศของรัฐบาล ในช่วง 3 เดือน ( เมษายน-มิถุนายน 2563) ตามที่สภาพัฒน์นำเสนอต่อวุฒิสภา
เมื่อสอบทานความเห็นของคณะกรรมาธิการสามัญของวุฒิสภา 26 คณะ โดยเฉพาะคณะที่รับผิดชอบหลักในแผนปฏิรูปแต่ละแผน รวม 12 แผนปฏิรูป 69 ประเด็นปฏิรูป 285 โครงการ รวมทั้งข้อคิดเห็นเสนอแนะและเร่งรัดการปฏิรูป
จากการอภิปรายที่หนักแน่น หลากหลายอารมณ์ความรู้สึก ของท่านสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมดในวันนี้ ผมขออนุญาตมองอย่าง “คนนอกวง” มองแบบ “พื้นผิว” ตามที่เห็นจากส่วนที่เป็น “เปลือกนอก” เนื่องจากไม่ได้ดูแลรับผิดชอบในแผนปฏิรูปใดเป็นการเฉพาะ
แต่พยายามจะนำมุมมองจาก 4 มิติมาประกอบกัน ได้แก่ 1)ความยากง่ายของปัญหา 2)สถานการณ์จริงในปัจจุบัน ทั้งความรุนแรงและความสลับซับซ้อน 3)ความก้าวหน้าของกิจกรรม โครงการ เมื่อเทียบกับระยะเวลาของแผนปฏิรูป 4)ความคิดเห็นมุมมองของกรรมาธิการที่รับผิดชอบโดยตรง.
สามารถมองเห็นภาพรวมของขบวนขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ “ ไม่นิ่ง–เคลื่อนตัวช้า”

แบ่งได้เป็น 4 กลุ่ม
Table of Contents
กลุ่มที่ 1 “ล่าช้ามีอุปสรรคปัญหามาก”
แผนปฏิรูปที่ 1 ด้านการเมือง
ยังขาดหน่วยงานรับผิดชอบแบบเฉพาะทาง. หลายโครงการไม่ได้รับงบประมาณจึงไม่ได้ทำ บางโครงการมีผลลัพธ์ไม่สะท้อนวัตถุประสงค์ที่ต้องการ.
ด้านหนึ่ง สถานการณ์ทางการเมืองที่รุ่มร้อนจนเดือดพล่าน ทั้งนอกสภาและในสภา ได้ปลุกสังคมไทยให้เกิดกระแสความตื่นตัวและสำนึกใหม่ทางการเมืองของประชาชนครั้งใหญ่.
อีกด้านหนึ่ง มีภาคพลเมืองกลุ่มหนึ่ง ในนามของเครือข่าย “สภาประชาสังคมไทย” ลุกขึ้นมาขับเคลื่อนประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมในเชิงสร้างสรรค์ รวบรวม 14,400 รายชื่อ เข้าชื่อเสนอ (ร่าง)พรบ.เสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พ.ศ….. ที่ล่าช้ามานาน ต่อประธานรัฐสภา นำหน้าไปก่อนแล้ว.
ในทัศนะส่วนตัว สังคมไทยอยู่ในวิสัยที่จะฝ่าวิกฤติการเมือง ไปสู่การเมืองวิถีใหม่ได้ด้วย 3 องค์ประกอบสำคัญ คือ 1)การยึดหลักนิติรัฐ บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มแข็ง 2)การมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ 3)มีพลังทางสังคมที่สร้างสรรค์อันกว้างใหญ่ไพศาลคอยสนับสนุน ซึ่งบัดนี้ดูเหมือนว่า ทั้ง 3 องค์ประกอบกำลังจะมาบรรจบกัน ถ้าสามารถผ่านวิกฤติการเมืองในคราวนี้ ประเทศไทยน่าจะคืบหน้าไปได้อีกก้าวใหญ่.
แผนปฏิรูปที่ 3 ด้านกฎหมาย
โครงการสำคัญตามแผนปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายมีความล่าช้าเป็นส่วนใหญ่ และถูกประเมินว่ามีแนวโน้มบรรลุตามพันธกิจในระดับต่ำ.
ควรเร่งรัด (ร่าง)พรบ.การจัดทำประมวลกฎหมายและกฎ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้โดยสะดวก พ.ศ…. และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขออนุญาต อนุมัติ ขึ้นทะเบียน.
กลุ่มที่ 2 “อยู่ระหว่างดำเนินการขั้นเริ่มต้น”
แผนปฏิรูปที่ 2 ด้านบริหารราชการแผ่นดิน
โครงการปฏิรูปกำลังคนภาครัฐในระบบ e MENSCR ไม่บรรลุผล.
การพัฒนาเกตเวย์ด้านบริการดิจิทัล เป็นศูนย์กลางสำหรับภาครัฐและเอกชน ที่สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย เป็นโครงการลงทุนใหม่ ที่ต้องรอการตัดสินใจและการจัดการทางงบประมาณ.
การสร้างสรรค์จังหวัดพันธุ์ใหม่ยังเพิ่งเริ่มในระดับพื้นที่นำร่องเพียงแค่ไม่กี่จังหวัดและอำเภอ แทนที่จะดำเนินการแบบตีหน้ากระดานและจัดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไปพร้อมๆกันทั้งประเทศ.
แผนปฏิรูปที่ 8 ด้านสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ
การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายมีอุปสรรคและล่าช้ามาก.
การพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัลให้เป็นผู้ผลิตและผู้ประกอบการหน้าใหม่ยังต้องใช้เวลา รวมทั้งความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชนและสถาบันการศึกษา.
การลงทุนที่บุกเบิกใหม่ ทั้งโครงข่ายอินเตอร์เน็ท 5G และดาวเทียมสื่อสาร โชคดีที่มีภาคเอกชนเข้ามาช่วยหนุนเสริม จนสามารถก้าวรุดหน้า ไปได้ไม่น้อย.
แผนปฏิรูปที่ 10 ด้านพลังงาน
เป้าหมายการปฏิรูปองค์กรพลังงานของชาติ คือกระทรวงพลังงานและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทั้งหมด เป็นงานที่ใหญ่และท้าทายมาก ต้องการเจตจำนงทางการเมืองที่แรงกล้า.
ประเด็นการปฏิรูป 9 เรื่องสำคัญ ที่คณะกรรมาธิการด้านพลังงานให้ความสนใจติดตามยังคืบหน้าไปไม่มาก อาทิ
การจัดตั้งกอง PSC การจัดตั้ง OSS โรงไฟฟ้า และก๊าซธรรมชาติ การจัดตั้ง “กองเงา” ในสนพ.
การให้มีกรรมการภาคประชาสังคม การทำแผน PDP ใหม่ การย้ายโอน 3 หน่วยงานการไฟฟ้า การให้หน่วยงานรัฐสามารถร่วมลงทุน การเป็น LNG Hub ของอาเซียน และการแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา.
แผนปฏิรูปที่ 12 ด้านการศึกษา
การปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐานเรื่องเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน ยังต้องเร่งรัดในขั้นกลไกขับเคลื่อนและการปฏิบัติการ.
การปฏิรูปด้านอุดมศึกษาไม่ปรากฏความคืบหน้าในรายงาน.
พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ….ซึ่งเป็น “กฎหมายแม่” ยังไม่เห็นวี่แวว.
กลุ่มที่ 3 “ดำเนินการใกล้สำเร็จ(ตามแผน)”
แผนปฏิรูปที่ 4 กระบวนการยุติธรรม
โครงการส่วนใหญ่อยู่ในระหว่างการดำเนินการตามแผน และมีแนวโน้มที่จะสำเร็จในระดับปานกลาง.
ยังมีร่างกฎหมายที่รอการเร่งรัดและติดตามอีก 4 ฉบับ คือ
1. พรบ.กำหนดระยะเวลาในการดำเนินงานของกระบวนการยุติธรรม 2. พรบ.ระบบนิติวิทยาศาสตร์ 3. พรบ.การสอบสวนคดีอาญา 4. พรบ.ตำรวจแห่งชาติ.
แผนปฏิรูปที่ 7 ด้านสาธารณสุข
การระบาดใหญ่ของ COVID 19 ได้ทดสอบความแข็งแรงของระบบสาธารณสุขไทย จนได้รับการชื่นชมไปทั่วโลก ในขณะเดียวกันก็ได้พิสูจน์ว่าประเด็นปฏิรูป 10 เรื่องสำคัญที่ระบุไว้ในแผน ยังคงมีความสอดคล้องกับสถานการณ์ใหม่.
อย่างไรก็ตาม พบว่ายังไม่ได้มีการนำแผนปฏิรูปไปแปลงเป็นแผนปฏิบัติการ รวมทั้งแผนงาน โครงการในระดับปฏิบัติการเท่าที่ควร.
รวมทั้ง พรบ.คณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ (NHPB) ยังมีความล่าช้ามาก.
แผนปฏิรูปที่ 11 ด้านป้องกันและปราบปรามทุจริตประพฤติมิชอบ
ปัญหาทุจริตประพฤติมิชอบยังคงเป็นเรื่องที่ใหญ่มากของประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีได้ตั้งเป้าหมายไว้สูงมาก.
แต่ดัชนีที่ใช้วัดระดับ ทั้ง CPI Corruption Barometer และ TRACE ยังคงไม่กระเตื้อง ทั้งยังมีแนวโน้มที่แย่ลง.
ยังมีกฎหมายที่ควรเร่งรัด อีกอย่างน้อย 1 ฉบับ คือ พรบ.ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารสาธารณะตามมาตรฐาน OGP : Open Government Partnership เพื่อเปิดทางให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการต่อต้านและชี้เบาะแสการทุจริต.
กลุ่มที่ 4 “ดำเนินการแล้วเสร็จ(ตามแผน)”
แผนปฏิรูปที่ 5 ด้านเศรษฐกิจ
จากการพิจารณาความก้าวหน้า จากตัวอย่าง 42 โครงการสำคัญ พบว่าโดยส่วนใหญ่มีแนวโน้มบรรลุเป้าหมายในระดับ “มาก” .
โครงการดังกล่าว ครอบคลุมทั้งในเรื่องการเกษตร การอุตสาหกรรม เขตเศรษฐกิจ EEC การท่องเที่ยว การพาณิชย์ วิสาหกิจระดับกลางและเล็ก เศรษฐกิจฐานราก รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกและดิจิทัล.
แผนปฏิรูปที่ 6 ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
การปฏิรูปกฎหมายและกลไกจัดการปัญหาทรัพยากรดิน น้ำ ป่า ก้าวหน้าไปได้มาก รอการเก็บเกี่ยวผลสัมฤทธิ์จากพื้นที่ภาคสนามทั่วประเทศ.
อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นใหญ่ที่รอการผลักดันกฎหมายและอนุบัญญัติอีกเป็นจำนวนมาก ทั้งในด้านทรัพยากรทางบก ทรัพยากรทางน้ำ ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ความหลากหลายทางชีวภาพ สิ่งแวดล้อม และระบบบริหารการจัดการ.
แผนปฏิรูปที่ 9 ด้านสังคม
มีการผลักดันกฎหมายสำเร็จไปแล้วเป็นจำนวนมาก และกำลังติดตามการจัดทำกฎหมายระดับรองให้ครบถ้วน.
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีประเด็นที่ต้องเอาใจใส่ โดยเฉพาะในด้านกลไกขับเคลื่อนและคุณภาพการบริการประชาชน ของหน่วยงานในระดับปฏิบัติการ.
รวมทั้งการผลักดันกฎหมายและแผนพัฒนาใหม่ๆตามพลวัตรของสังคม อาทิ วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ การส่งเสริมบทบาทองค์กรภาคประชาสังคม การปฏิรูประบบทะเบียนคนพิการ และการเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง-ตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน.