รายงานประชาชน โดย ส.ว.พลเดช (ฉบับที่ 69) “แก้ยากจนแบบพุ่งเป้า ด้วยภูมิปัญญาไทย”

เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศจีนที่เพิ่งประกาศความสำเร็จในการขจัดความยากจนทั่วประเทศเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ถึงเวลาที่ประเทศไทยควรต้องรวมพลังเพื่อแก้ปัญหาความยากจนให้กับกลุ่มประชากรในส่วนล่างสุดของสังคมและนำพาประเทศให้สามารถก้าวพ้นสภาวะที่ติด “กับดักรายได้ปานกลาง” มาอย่างยาวนาน  

ด้วยการบูรณาการจุดแข็งและนำศักยภาพของทุกภาคส่วนมาประกอบเครื่องเพื่อเอาชนะสถานการณ์ปัญหาดังกล่าวนี้ให้ได้ ภายในระยะเวลาที่ไม่นานจนเกินไป

ศักยภาพ 5 ประการ

เมื่อเปรียบเทียบกับปัจจัยชุมชนเข้มแข็ง-เอาชนะความยากจน 25 ประการ ดังที่เคยวิเคราะห์ไว้ ประเทศไทยของเรามีศักยภาพที่สามารถนำมาปรับประยุกต์ใช้ อย่างน้อย 5 ประการ ได้แก่  

1).ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อันเป็นสิ่งที่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงคิดค้นและพระราชทานให้กับคนไทย จนได้รับการยกย่องเชิดชูไปทั่วโลก  

2).กระบวนการและเครือข่ายชุมชนเข้มแข็ง ที่เกิดจากการดิ้นรนต่อสู้กับความยากลำบากในการดำรงชีวิต เรียนรู้และปรับตัวของบรรดาปราชญ์ชาวบ้านและผู้นำชุมชนท้องถิ่นจากฐานล่างที่มีอยู่ทั่วประเทศ

3).ยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศตามเจตนารมณ์แห่งรัฐธรรมนูญ อันเป็นทิศทาง นโยบายและเป้าหมายใหญ่ของประเทศซึ่งกำลังขับเคลื่อนไปอย่างเป็นขบวนและบูรณาการ

4).ระบบสวัสดิการแห่งรัฐและเครือข่ายสวัสดิการชุมชนที่หลากหลาย อันเป็นผลพวงจากงานพัฒนาสังคมทั้งของภาครัฐและการจัดการตนเองของชุมชนในระยะ50 ปีที่ผ่านมา 

5).กระบวนการจิตอาสาและฐานทุนทางวัฒนธรรมอื่นๆ รวมทั้งคุณลักษณะนิสัยที่ดีงามของคนไทยที่คนทั่วโลกต่างยอมรับ

วัตถุประสงค์

 “เอาชนะปัญหาความยากจนเรื้อรังของแผ่นดินภายใน 5 ปี ด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จิตอาสาและภูมิปัญญาไทย เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9.”  

แนวทางทั่วไป

ต้องสนับสนุนให้หน่วยงานรัฐทุกกระทรวง เร่งขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในส่วนที่ตนรับผิดชอบอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งดำเนินงานตามภารกิจของหน่วยงานอย่างสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ  

เพราะมีแต่การดำเนินเช่นนั้นจึงจะส่งผลสะเทือนอย่างสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม คุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม ระบบราชการและความมั่นคง รวมทั้งแก้ปัญหาความยากจนได้อย่างบูรณาการ.

ที่นอกเหนือไปจากนั้น รัฐบาลควรมีนโยบายหรือโครงการพิเศษเฉพาะกิจ สำหรับการมุ่งเอาชนะความยากจนที่เรื้อรังในแผ่นดินให้สำเร็จในระยะเวลาที่ไม่นานจนเกินไป  

โครงการพิเศษเฉพาะกิจ

ประกอบด้วย 2 แนวทาง ได้แก่

 แนวทางที่ 1  พุ่งเป้าขจัดพื้นที่อำเภอยากจนและด้อยโอกาส ด้วยการแก้ปัญหาความยากจนในเชิงโครงสร้าง แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำจากนโยบายการพัฒนา จัดการปัญหาความขัดแย้งเรื้อรังเรื่องที่ดินทำกินสำหรับอำเภอด้อยโอกาส และแก้ปัญหาภัยแล้งซ้ำซากในพื้นที่อำเภอเป้าหมาย ให้สำเร็จลุล่วงโดยพื้นฐาน.

พื้นที่เป้าหมาย

  • อำเภอยากจนและด้อยโอกาส ในพื้นที่ยากจนจำนวน 19 จังหวัด ได้แก่ 1.ปัตตานี 2.แม่ฮ่องสอน 3.ตาก 4.กาฬสินธุ์ 5.นราธิวาส 6.บุรีรัมย์ 7.นครพนม 8.ศรีสะเกษ 9.สระแก้ว 10.ชัยนาท 11.พัทลุง  12.น่าน  13.ยะลา 14.สระแก้ว 15.อ่างทอง 16.อำนาจเจริญ 17.กาญจนบุรี 18.มุกดาหาร 19.ชัยภูมิ
  • อำเภอที่มีพื้นที่แล้งซ้ำซากระดับรุนแรง  ในภาคเหนือ 17 จังหวัด 135 อำเภอ และในภาคอีสาน 20 จังหวัด 165 อำเภอ  พื้นที่รวมประมาณ 2.5 ล้านไร่  

แนวทางที่ 2  พุ่งเป้านำพาครัวเรือนยากจนและผู้ยากลำบากให้หลุดพ้น ด้วยกระบวนการจับคู่พี่เลี้ยงจิตอาสาและโดยอาศัยฐานทุนทางสังคม-วัฒนธรรมในชุมชนท้องถิ่นเป็นปัจจัยหลัก งบประมาณรัฐเป็นปัจจัยเสริม

เป้าหมาย พุ่งเป้านำพาครัวเรือนยากจนและถูกทอดทิ้งในทุกจังหวัดทั่วประเทศก้าวพ้นความยากจน. มีหลักประกันในด้านปัจจัยสี่ พลังงานไฟฟ้าและน้ำสะอาด. เข้าถึงสวัสดิการรัฐและสวัสดิการชุมชน. มีกัลยาณมิตรและชุมชนเข้มแข็ง. 

ระยะเวลาดำเนินการ   

 5 ปี (พ.ศ. 2564 – 2569)

 นพ.พลเดช ปิ่นประทีป / 15 เม.ย. 2564

“แก้ยากจนแบบพุ่งเป้า ด้วยภูมิปัญญาไทย”