รายงานประชาชน โดย ส.ว.พลเดช (ฉบับที่ 72) “พลังจิตอาสา นำพาผู้ยากลำบาก”

ถักทอเครือข่ายจิตอาสา “คนที่ใช่”

เริ่มต้นจาก กระบวนการถักทอเครือข่ายจิตอาสาโดยใช้พื้นที่อำเภอเป็นฐานหรือเป็นตัวตั้ง ก่อตัวเป็นเครือข่ายจิตอาสาชุมชนของอำเภอที่เชื่อมโยงงานของทุกกระทรวง ไม่ใช่เครือข่ายอาสาสมัครของหน่วยงานใดเป็นการเฉพาะ

จัดทีมจิตอาสาสำหรับการปฏิบัติการในระดับตำบล-หมู่บ้านหรือชุมชนเมือง ทีมละ 3-5 คน โดยปฏิบัติการร่วมกัน “เป็นทีม”  ไม่มีการทำงานแบบ “ฉายเดี่ยว” 

องค์ประกอบของทีมล้วนเป็น  “ผู้ที่แข็งแรง”  พึ่งตนเองได้แล้ว ภารกิจคือการพุ่งเป้านำพาครัวเรือนยากจนในพื้นที่ของตนให้หลุดพ้นจากความยากลำบากให้ได้ภายในระยะเวลา 5 ปี

กระบวนการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ สร้างเครือข่ายการเรียนรู้และสนับสนุนกันและกัน

  • ทำความเข้าใจต่อ  “ภารกิจ เป้าหมายและหลักการร่วม” ที่ต้องยึดถือในการทำงานร่วมกัน
  • ปรับจูนทัศนคติ มุมมองและแนวทางการวางตัวที่เหมาะสม
  • สร้างทีมปฏิบัติการที่เป็นอิสระในระดับหน่วย กำหนดพื้นที่รับผิดชอบที่ชัดเจนในระดับตำบล  ร่วมกันวางแผนปฏิบัติการในภาคสนาม  
  • ฝึกฝนทักษะในการใช้เครื่องมือและแบบฟอร์มในการเก็บบันทึกข้อมูล ทั้งในรูปแบบดิจิทัลและแบบแมนวล (Digital/Manual) เรียนรู้วิธีใช้แอพลิเคชั่นและโปรแกรม GPS พื้นฐานสำหรับการปฏิบัติงาน.

ค้นหากลุ่มเป้าหมาย “ที่ใช่”

“ทีมจิตอาสาชุมชน” ลงพื้นที่จริง เดินเท้าสำรวจครัวเรือนยากจนที่ถูกทอดทิ้งในพื้นที่รับผิดชอบแบบ“ทุกตารางเมตร”  นำข้อมูลชุมชน ข้อมูลของท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐในพื้นที่ประกอบการทำงาน

ช่วยกันเก็บข้อมูลจากการสอบถาม การสังเกตและการค้นหาอื่นๆ เพื่อนำมาใช้ในการวิเคราะห์ในภายหลัง พึงหลีกเลี่ยงการอภิปรายแลกเปลี่ยนหรือแสดงความคิดเห็นโต้แย้งกันต่อหน้ากลุ่มเป้าหมาย

เมื่อผ่านการสัมผัสสถานการณ์จริงและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันโดยใช้“ตัวชี้วัดขาเข้า”เป็นแนวทางแล้ว ลงความเห็นร่วมกันว่า มีรายไหนบ้างที่ “เข้าข่าย”เป็นกลุ่มครัวเรือนยากจน  รายไหนไม่ใช่ และ”ปักหมุด”ไว้ใช้สำหรับการปฏิบัติงานต่อไป

วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย

จากข้อมูลงานวิจัยของ TDRI ชี้ว่า ในกลุ่มประชากรยากจนนั้น พบว่า  1 ใน 3 ไม่ได้เป็นผู้ปฏิบัติการทางเศรษฐกิจ  นั่นหมายความว่าประชากรกลุ่มนี้กำลังอยู่ในสถานภาพที่“พึ่งพิง” หรือไม่ก็ “ถูกทอดทิ้ง”

  • จัดทำบัญชีครัวเรือนเป็นรายบุคคลเอาไว้เป็นข้อมูลพื้นฐานเบื้องต้น
  • ประเมินศักยภาพของกลุ่มเป้าหมายเป็นรายบุคคล  1)ด้านสุขภาพกาย สังขาร และสุขภาพจิต  2) ด้านศักยภาพในการประกอบอาชีพ หารายได้ 3) ด้านทัศนคติต่อชีวิตและพฤติกรรม
  • ในกลุ่มที่ “สุขภายกาย-สุขภาพจิตไม่อำนวย”  กับ กลุ่มที่ “สุขภาพกาย-สุขภาพจิตอำนวย แต่ทัศนคติและพฤติกรรมไม่เอื้อ”  แนวทางการช่วยเหลือ คือ สำรวจสิทธิ์และสถานการณ์เข้าถึงระบบสวัสดิการแห่งรัฐและสวัสดิการชุมชนท้องถิ่น ทุกประเภททุกอย่างเท่าที่มีอยู่ 
  • ช่วยเป็นพี้เลี้ยง ประสานหน่วยงานและองค์กรวิสาหกิจชุมชนที่เกี่ยวข้อง นำพาพวกเขาให้เข้าถึงบริการสาธารณะและบริการสังคมเหล่านั้นให้ได้มากที่สุด และหมั่นติดตามดูแลมิให้หลุดออกจากระบบอีก
  • ส่วนกลุ่มที่ “สุขภาพกาย-สุขภาพจิตอำนวย ทัศนคติและพฤติกรรมก็เอื้อ”  ให้นำเข้าสู่แนวทางและโครงการพัฒนาศักยภาพและการประกอบอาชีพเพื่อการเอาชนะความยากจนแบบพุ่งเป้าต่อไป

พี่เลี้ยงจิตอาสา

เมื่อได้ข้อมูลกลุ่มเป้าหมายครัวเรือนที่จะนำเข้าสู่โครงการแล้ว กระบวนการต่อไปคือการค้นหาและเชิญชวน “พี่เลี้ยงที่ใช่” สำหรับทำหน้าที่เป็น “กัลยาณมิตร”ประกบคู่ กับครัวเรือนยากจนแบบ 1 ต่อ 1  

พี่เลี้ยงที่จะจับคู่เป็นกัลยาณมิตร ควรเป็นผู้มีจิตอาสา สมัครใจ ขันอาสา มีเวลาให้ มีความมั่นคงแข็งแรงในทางเศรษฐกิจ มีประสบการณ์ความรู้ในการประกอบสัมมาชีพและความสำเร็จในหน้าที่การงาน หรือเป็นผู้มีเกียรติประวัติเป็นที่รู้จักและยอมรับ

  • ให้พี่เลี้ยงเป็นฝ่ายเลือกคู่ประกบ โดยคำนึงถึงถิ่นที่อยู่อาศัยและความสะดวกในการเดินทางไปมาหาสู่  
  • จัดให้มีพิธีกรรม ให้เกิดคำมั่นสัญญาทางจิตใจ และประกาศจุดเริ่มสำหรับการออกเดินทาง ทีมจิตอาสาชุมชนและทีมพี่เลี้ยงกัลยาณมิตร ต้องทำงานร่วมกันไปจนตลอด จนกระทั่งไปถึงจุดหมายปลายทาง 
  • เริ่มจากการช่วยกันจัดทำบัญชีครัวเรือนที่มีรายละเอียด ทั้งในด้านรายได้ รายจ่าย หนี้สิน เงินออม ที่ดินทำกิน ที่พักอาศัย ปัจจัยสี่ สาธารณูปโภค ความรู้ ความชำนาญ ประสบการณ์ชีวิต สุขภาพ เครือญาติ เพื่อนบ้าน ฯลฯ
  • จัดทำโครงการ “ขนาดจิ๋ว” เพื่อพัฒนาศักยภาพในการทำมาหากินและประกอบอาชีพเป็นรายครัวเรือน ที่มีความเป็นไปได้และใช้งบประมาณจำนวนน้อย
  • ขอรับการสนับสนุนจากรัฐ ท้องถิ่น หรือระดมทุนรับบริจาคได้ทันที.

นพ.พลเดช ปิ่นประทีป / 5 พ.ค. 2564