รายงานประชาชน โดย ส.ว.พลเดช (ฉบับที่ 116) “ ผลงานปฏิรูปการจัดการปัญหาคนอยู่กับป่า ”

ปัญหาความเดือดร้อนเรื่องที่ดินทำกินของคนยากจนในชนบทและความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านผู้อยู่อาศัยในเขตป่าเขากับเจ้าหน้าที่รัฐผู้บังคับใช้กฎหมายมีมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน

รายงานประชาชน โดย ส.ว.พลเดช (ฉบับที่ 116) “ ผลงานปฏิรูปการจัดการปัญหาคนอยู่กับป่า ”

จุดเริ่มนับหนึ่งของการปฏิรูปการจัดการปัญหานี้ อาจนับได้ตั้งแต่ภายหลังการเข้ามาบริหารประเทศของรัฐบาล คสช. โดยมีการปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวข้องแบบยกชุด รวม 13 ฉบับ รวมทั้งระเบียบข้อบังคับที่เป็นอนุบัญญัติอีกจำนวนมาก 

มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่  14 ตุลาคม พ.ศ. 2557 ให้มีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2557 หรือ คทช. ซึ่งต่อมามีการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) เป็นส่วนราชการที่อยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรีไทย  นี่นับว่าเป็นกลไกการปฏิรูปหน่วยงานหนึ่ง ที่สังคมสามารถติดตามประเมินผลการดำเนินงานของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้ง (1) และ (2) ต่อเนื่องกัน

ท่ามกลางกระแสโจมตีรัฐบาลที่ดังผ่านเครือข่ายสื่อโซเชียลของฝ่ายต่อต้านตลอดเวลา ล่าสุดสำนักข่าวอิศราซึ่งเป็นสำนักข่าวเชิงสอบสวนสืบสวนชื่อดัง กลับรายงานว่ามีผลงานทะลุเป้า หมายถึง 286 % ช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐเป็นกลุ่มหรือชุมชน ส่งผลให้ประชาชนมีที่ดินอยู่อาศัยทำกินอย่างถูกต้อง มีความมั่นคงในการดำรงชีวิต ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และส่งเสริมพัฒนาอาชีพตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งปลูกจิตสำนึกในการรักและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ ช่วยลดการรุกล้ำพื้นที่ป่าไม้ ทำให้มนุษย์และป่าอยู่ด้วยกันอย่างสมดุล 

1. ผลการดำเนินงานจัดหาที่ดิน 

สามารถดำเนินการได้ จำนวน 1,442 พื้นที่ 70 จังหวัด เนื้อที่ 5.7 ล้านไร่  คิดเป็น 286.89% ประกอบด้วย

  • ป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 375 พื้นที่ เนื้อที่ 1.88 ล้านไร่
  • ป่าสงวนแห่งชาติ (เชิงรุก) จำนวน 279 พื้นที่ เนื้อที่ 2.06 ล้านไร่
  • ป่าตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ 2484 จำนวน 1 พื้นที่ เนื้อที่ 1.45 ล้านไร่  ป่าไม้ถาวร จำนวน 2 พื้นที่ เนื้อที่ 1.14 แสนไร่
  • ป่าชายเลน จำนวน 566 พื้นที่ เนื้อที่ 24,537 ไร่ 
  • ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน จำนวน 75 พื้นที่ เนื้อที่ 74,261 ไร่ 
  • ที่ดินสาธารณประโยชน์ จำนวน 91 พื้นที่ เนื้อที่ 37,492 ไร่ 
  • ที่ดินราชพัสดุ จำนวน 7 พื้นที่ เนื้อที่ 6,822 ไร่ 
  • นิคมสหกรณ์ (13 นิคม 14 ป่า) จำนวน 15 พื้นที่ เนื้อที่ 1.51 ล้านไร่ 
  • ที่ดินสงวนเพื่อกิจการนิคม จำนวน 31 พื้นที่ ในนิคมสร้างตนเอง จำนวน 8,466 ไร่ 

2.ผลการดำเนินงานอนุญาตให้ใช้ที่ดิน 

พื้นที่ที่ผ่านการอนุญาตให้ดำเนินการแล้ว โดยคณะอนุกรรมการจัดหาที่ดินได้ให้ความเห็นชอบพื้นที่เป้าหมายที่ผ่านการพิจารณาจาก คทช. จังหวัด และหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่ได้อนุญาตให้ให้นำพื้นที่ไปดำเนินการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน จำนวน 1,117 พื้นที่ เนื้อที่ 3.47 ล้านไร่ ประกอบด้วย

  • ป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 363 พื้นที่ เนื้อที่ 1.83 ล้านไร่ 
  • ป่าสงวนแห่งชาติ (เชิงรุก) จำนวน 219 พื้นที่ 1.56 ล้านไร่ 
  • ป่าตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ 2484 จำนวน 1 พื้นที่ เนื้อที่ 1,456 ไร่ 
  • ป่าชายเลน จำนวน 386 พื้นที่ เนื้อที่ 19,191 ไร่ 
  • ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน จำนวน 50 พื้นที่ เนื้อที่ 39,539 ไร่ 
  • ที่ดินสาธารณประโยชน์ จำนวน 62 พื้นที่ เนื้อที่ 23,067 ไร่ 
  • ที่ดินราชพัสดุ จำนวน 7 พื้นที่ เนื้อที่ 6,822 ไร่ 
  • ที่ดินสงวนเพื่อกิจการนิคมในนิคมสร้างตนเอง จำนวน 29 พื้นที่ 6,211 ไร่ 

ผลการดำเนินการสูงกว่าเป้าที่กำหนด เนื่องจากการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ กรมป่าไม้จึงได้จัดหาที่ดินว่างเปล่าเพื่อส่งมอบเป็นพื้นที่เป้าหมายให้กับ คทช. และคณะอนุกรรมการจัดหาที่ดินได้แจ้งพื้นที่เป้าหมายให้ คทช. จังหวัดทราบและพิจารณาตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายและจัดทำแผนปฏิบัติการต่อไป

3.ผลงานการจัดที่ดินให้ชุมชน 

ดำเนินการจัดคนเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดิน จำนวน 68,453 ราย 83,931 แปลง 302 พื้นที่ ออกหนังสืออนุญาตแล้ว จำนวน 68,453 ราย 83,931 แปลง ที่เหลืออยู่ระหว่างการดำเนินการของคณะอนุกรรมการนโยบายจังหวัด (คทช.จังหวัด) ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลแปลงจำนวน 302 พื้นที่ 

คณะอนุกรรมการจัดที่ดินได้ออกหนังสืออนุญาตแล้ว จำนวน 292 พื้นที่ เนื้อที่ 818,003 ไร่  ดำเนินการจัดที่ดินให้ประชาชนเข้าใช้ประโยชน์แล้ว จำนวน 302 พื้นที่ 68,453 ราย 83,931 แปลง ประกอบด้วย

  • ป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 60,267 ราย 74,255 แปลง
  • ป่าชายเลน จำนวน 3,041 ราย 3,122 แปลง
  • ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน จำนวน 1,513 ราย 2,149 แปลง
  • ที่ดินสาธารณประโยชน์ จำนวน 2,376 ราย 2,948 แปลง
  • ที่ดินราชพัสดุ จำนวน 75 ราย 116 แปลง
  • ที่ดินสงวนเพื่อกิจการนิคมในนิคมสร้างตนเอง จำนวน 1,181 ราย 1,341 แปลง

นายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป สมาชิกวุฒิสภา / 31 มกราคม 2565