“เมื่อก่อนที่นี่ลิ้นจี่ ทุเรียนเต็มไปหมด แทบทุกบ้านเลยปลูกหมด เราไม่ต้องไปซื้อเค้ากินเลย มีกินมีใช้มีขายตลอดทั้งปี อยู่กันได้ สบายๆ…แล้วการเปลี่ยนแปลงก็เริ่มคืบคลานเข้าสู่เมืองเล็กๆ แห่งนี้ ในนามของการพัฒนา ทำให้ลุ่มน้ำแม่กลองเริ่มเป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่ง คุณภาพน้ำแม่กลองเสื่อมโทรมลง…
|
||||||||||||
เมืองแม่กลอง หรือ จังหวัดสมุทรสงคราม ถือเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์เมืองหนึ่ง โดยเฉพาะวิถีชีวิตเมืองที่มีความหลากหลายอยู่บนฐานทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีความพอดีและพอเพียง มีสภาพเป็นบ้านสวนกึ่งทะเลที่เต็มไปด้วยผู้คน ชาวสวน ชาวประมง ชาวนา ประกอบอาชีพทำมาหากินอยู่อาศัยผูกพันกับสายน้ำ ทั้งในระดับแม่น้ำแม่กลอง ลำคลองสายต่างๆ ลำราง แพรก และลำประโดง ผสมผสานจนก่อเกิดเป็นภูมิปัญญาในระบบนิเวศน์ 3 น้ำ |
||||||||||||
นอกจากนี้แม่กลองยังได้ชื่อว่าเป็นถิ่นสร้างคนด้วยระบบการศึกษาสมัยใหม่ก่อนจังหวัดอื่นๆ อาทิ การมีโรงเรียนฝึกหัดครูแห่งแรกของภาคตะวันตก หรือเป็นหนึ่งในสามจังหวัดแรกที่ขยายการศึกษาภาคบังคับจนถึงเป็นป. 7 รวมทั้งเป็นถิ่นรากเหง้าศิลปวัฒนธรรม อย่างถิ่นฐานดนตรีไทยของหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ดนตรีสากลตามแบบฉบับของครูเอื้อ สุนทรสนาน หรือภาพงานศิลปะของศิลปินช่วง มูลพินิจ ซึ่งล้วนเป็นความภาคภูมิใจที่ผ่านการถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึ่งสู่คนรุ่นหนึ่งเสมอมา “เมื่อก่อนที่นี่ลิ้นจี่ ทุเรียนเต็มไปหมด แทบทุกบ้านเลยปลูกหมด เราไม่ต้องไปซื้อเค้ากินเลย มีกินมีใช้มีขายตลอดทั้งปี อยู่กันได้ สบายๆ อาหารการกินของเราในแม่น้ำลำคลองเนี่ยปลา กุ้ง หาง่าย สมัยนี้แทบไม่เหลือแล้ว ไม่ใช่แต่น้ำตาลอย่างเดียว หมากพลู พริก เรียกว่าของสวนชั้นดีมันต้องไปจากที่นี่ ไม่งั้นมันจะเสียภาษีอันดับหนึ่งของประเทศได้ไง” |
||||||||||||
ระบบนิเวศในแม่น้ำเสียหายอย่างหนัก เท่านั้นยังไม่พอ เพื่อผลิตพลังงานพัฒนาประเทศ สายน้ำแม่กลองถูกรบกวนอย่างหนักซ้ำแล้วซ้ำอีก เมื่อมีการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ที่ต้นน้ำโดยเฉพาะเขื่อนเจ้าเหน่ ทำให้การหมุดเวียนแบบลัดจืดลัดเค็ม ของน้ำจืดและน้ำเค็มเปลี่ยนไปน้ำเค็มล้ำเข้ามาแช่ในเรือกสวนอยู่นาน มะพร้าวลีบ ทุเรียน มังคุดตายจากเสียหายกันไปหมด |
||||||||||||
ความเปลี่ยนแปลงที่ถาโถมมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แม่กลองที่เคยเป็นเมืองปิดได้สัมผัสโลกภายนอกอย่างเต็มที่ เมื่อมีถนนสายพระรามสอง ตัดผ่านนอกจากจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แล้ว ยังเป็นกำแพงแบ่งเขตระหว่างน้ำจืดและน้ำเค็มอย่างถาวร ส่งผลให้สวนผลไม้ที่อยู่ในเขตน้ำเค็มเสียหาย และส่วนมะพร้าว ที่ต้องพึ่งทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม ก็ต้องโค่นล้มไปเพราะไม่ให้ผลผลิตอย่างเคย แล้วคลื่นของการโหมเพาะสัตว์เลี้ยงเศรษฐกิจพัดเข้ามา เมื่อการทำนากุ้งบูมถึงขีดสุด สมุทรสงครามกลายเป็นจังหวัดของคนที่อยากจะเป็นเศรษฐีนากุ้งชั่วข้ามคืน พื้นที่1ใน 5 ของจังหวัดก็กลายเป็นนากุ้งอย่างรวดเร็ว ด้วยการเลี้ยงที่ขาดการจัดการและการวางแผน ผลที่ตามมาคือป่าชายเลนวอดวาย นากุ้งเสียหาย กลายเป็นที่รกร้างเป็นบาดแผลของแผ่นดินที่ยังปรากฏให้เห็น เศษเครื่องไม้เครื่องมือทำนากุ้งที่วางขายทิ้งระเกะระกะริมถนนพระรามสอง เมื่อ 6-7 ปีก่อน เมื่อหันไปมองทางฝ่ายน้ำจืดสวนผสมไม่อาจสร้างผลผลิตให้เต็มที่ได้ดังในอดีต ชาวสวนหลายคนจึงหวังสร้างรายได้ให้เป็นกอบเป็นกำด้วยการทำเกษตรเชิงพาณิชย์ ลิ้นจี่และส้มโอจึงเป็นพืชเศรษฐกิจที่หลายคนฝากหวัง ทว่ากลับไม่มีการจัดการที่ชัดเจน กระบวนการทางการตลาดที่ไม่คุ้นเคย ทำให้ไม่สามารถเอาแน่นอนจากราคาลิ้นจี่และส้มโอได้เช่นกัน ความเปลี่ยนแปลงไม่ได้หยุดไว้แค่นั้น เมื่อนโยบายในการพัฒนาประเทศที่เน้นอุตสาหกรรม สมุทรสงครามที่มีทำเลใกล้เมืองหลวง มีความอุดมของทรัพยากร และความสะดวกในการสัญจร จึงกลายเป็นเมืองอุตสาหกรรม เป็นที่ตั้งของโรงงานอย่างหลีกไม่พ้น ทุกเช้าของทุกวัน คนหนุ่มสาวที่เคยเดินเข้าสวน กลับขึ้นรถไปโรงงาน ด้วยโอกาสที่มีมากขึ้นจากการศึกษาด้วยทัศนะใหม่ๆจากสังคมบริโภค จึงบ่ายหน้าไปเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้มั่นคงกว่า เลิกรอความไม่แน่นอนและเหนื่อยหนักจากชีวิตชาวสวน ที่ต้องพึ่งน้ำ พึ่งดินที่เสื่อมลงทุกวัน โรงงานจึงเป็นคำตอบที่แน่นอนของชีวิตยุคใหม่แม้รายได้อาจไม่เหนือกับการทำสวนแต่อย่างน้อยการไปโรงงานทำให้ได้พบพานวิถีชีวิตสมัยใหม่ที่สดใสและน่าลิ้มลองกว่าร่องสวนและโรงตาล |
||||||||||||
เคยเป็นได้อย่างไร คำตอบที่ชัดเจนอยู่ที่ไหน คงเป็นภาระที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และนักวิชาการ ตลอดจนสาธารณะทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับประเทศ ต้องมาพิจารณาใคร่ครวญ เพื่อหาทางออกร่วมกัน |
||||||||||||
เวทีพลเมืองไท “บ้านเมือง…เรื่องของเรา” เวทีสาธารณะที่ต้องการเปิดพื้นที่ให้ผู้คนภาคส่วนต่างๆ เข้ามาร่วมกันแบ่งปันความคิด ต่อปัญหาต่างๆ ของสังคม ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง โครงการวิจัยและพัฒนาชีวิตสาธารณะ-ท้องถิ่นน่าอยู่ สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา กับ บริษัท เนชั่นบรอดแคสติง คอร์เปอเรชั่น (Nation Channel) จึงได้จัดเวทีสาธารณะในประเด็น “ตัวตนคนแม่กลอง” เพื่อให้ผู้รู้ ผู้เกี่ยวข้องได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาสาธารณะและพัฒนาท้องถิ่นให้น่าอยู่ โดยบันทึกเทปในวันเสาร์ที่ 22 มกราคม 2548 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ ลานแพร่งภูธร (หลังสถานีกาชาดที่ 2) ถนนแพร่งภูธร แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กรุงเทพฯ โดยจะออกอากาศทางไททีวี 1 (TTV 1) ในวันจันทร์ที่ 24 มกราคม 2548 เวลา 22.10–23.30 น. ออกอากาศซ้ำวันอังคารที่ 25 มกราคม 2548 เวลา 14.10–15.30 น. |
||||||||||||
|
||||||||||||
รุ่งโรจน์ เพชระบูรณิน : เรียบเรียง กองบรรณาธิการ : ทีมสื่อสารสาธารณะ
|
Be the first to comment on "แม่กลอง…ชุมชนท้องถิ่นไทย…ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง"