เมื่อได้เห็น LDI และเครือข่ายประชาคมจังหวัดทั่วประเทศมีขีดความสามารถในการขับเคลื่อนเวทีสาธารณะระดับพื้นที่พร้อม ๆ กันทุกภูมิภาค ดร.โคทม อารียา กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านการมีส่วนร่วม(ในขณะนั้น) จึงเข้ามาทาบทามให้ช่วยเตรียมการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง
กกต.ชุดนั้นเป็นชุดแรกซึ่งมีคนกล่าวถึงในระยะหลังมานี้ว่าเป็นชุดที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา
การเลือกตั้งทั่วไป 6 มกราคม 2544 ถือเป็นการเลือกตั้งภายใต้เงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ 2540 อย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก
อาจารย์โคทมอยากให้ LDI และเครือข่ายเข้าไปช่วยจัดเวทีความเคลื่อนไหวไปในทุกจังหวัดแบบเดียวกันที่เคยจัดเวทีวิสัยทัศน์จังหวัด และเวทีปฏิรูปสุขภาพเท่านั้นแหละ แต่ผมเรียนท่านว่าหัวใจของความเคลื่อนไหวครั้งนี้อยู่ที่การสร้างความรู้สึกมีส่วนร่วมและตื่นตัวของประชาชนให้มากที่สุดในการเลือกตั้งประวัติศาสตร์ ซึ่ง LDI, Civic Net และเครือข่ายของพวกเรามีเทคนิคกระบวนการที่จะช่วยให้เกิดสิ่งที่ว่านี้ได้ เช่นถ้า กกต.ต้องการให้เป็นเวทีขนาดเล็กไม่เกิน 100 คน เราจะใช้เทคนิค AIC(Appreciation Influence Control) หรือ FSC (Future Search Conference) ถ้าเป็นเวทีขนาดใหญ่ขึ้น 500 คน เราเลือกใช้เทคนิค AI (Appreciative Inquiry) แต่ถ้า กกต. อยากจัดให้มีเวทีใหญ่มากขนาด 1,000 คน เราจะใช้เทคนิค Open Space
เรื่องเหล่านี้อาจเป็นเรื่องใหม่สำหรับอาจารย์โคทมในช่วงนั้น ท่านจึงมอบความไว้วางใจให้พวกเราเป็นผู้ออกแบบกระบวนการเอง ผมให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า ในช่วงจัดทำเวทีวิสัยทัศน์จังหวัดให้กับสภาพัฒน์นั้นเราดำเนินการรวม 105 เวที แต่หากถามว่าเราสามารถบริหารจัดการได้เต็มที่เท่าไร ผมขอให้ความมั่นใจว่าพวกราสามารถขับเคลื่อนได้ทั้ง 800 อำเภอพร้อม ๆ กัน ซึ่งแล้วแต่ว่า กกต.จะตัดสินใจให้ทำมากน้อยแค่ไหน อาจารย์โคทมมีท่าทีตกใจแล้วรีบบอกว่าเกรงว่าจะไม่มีงบประมาณสนับสนุนได้พอ
ในที่สุดพวกเรากลับมาระดมความคิดกัน อาจารย์ขวัญสรวง อติโพธิ และอาจารย์ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ช่วยกันออกแบบการเคลื่อนไหวโดยเรียกชื่อว่า “เวทีพลเมืองไท” ซึ่งประกอบไปด้วยกิจกรรมการเคลื่อนไหว 3 รูปแบบ
1. รายการเวทีสาธารณะทางโทรทัศน์ “เวทีพลเมืองไท” ระดับภูมิภาค 5 ครั้งและเวทีสภาชาวบ้าน 20 ครั้ง
2. เวทีวิทยุพลเมืองไท จาก สวท. ส่วนกลาง 2 ชุดรายการ และพลเมืองไท – ท้องถิ่น 9 ชุดรายการ ลิงค์สัญญาณเครือข่ายสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยทั่วประเทศ
3. เวทีสาธารณะระดับจังหวัด 56 ครั้ง
ผลการดำเนินงานในครั้งนั้น เป็นที่พออกพอใจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาก เพราะกระบวนการที่เครือข่ายเข้ามาร่วมหนุนเสริม ได้ช่วยสร้างสีสัน และกระตุ้นบรรยากาศการเลือกตั้งที่ กกต.เป็นหน่วยงานรับผิดชอบเป็นอย่างมาก สื่อมวลชนส่วนกลางและภูมิภาค-ท้องถิ่นมีโอกาสได้ชิมลองวิธีการทำงานแบบใหม่ของภาคประชาสังคมด้วยความติดอกติดใจ ทีวีช่อง 3 ถึงกับออกปากว่า “เวทีชาวบ้าน” ตอนข่าวเช้าของคุณยุทธิยงค์ เลิศลิ้มวาทีดึงเรทติ้งขึ้นอย่างทันตาเห็น ส่วนพวกเครือข่ายภาคประชาชนนั้นยิ่งคึกคักกว่าเดิมเมื่อได้ร่วมสร้างสรรค์รูปแบบการเคลื่อนไหวสังคมแบบใหม่ๆ และมีความหลากหลาย
ผลการเลือกตั้งในคราวนั้น มีปรากฎการณ์มิติใหม่เกิดขึ้น คือพรรคไทยรักไทยของ พตท. ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งแนวนโยบายที่ก้าวหน้าและแปลกใหม่ (progressive) เป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้งพรรคการเมืองเดิม ๆ และพรรคเก่าแก่ทุกพรรค (Conservative) อย่างถล่มทลาย จนเกือบสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้โดยลำพังเพียงพรรคเดียว ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมิได้เกิดจากการเคลื่อนไหวเวทีพลเมืองไท แต่ปัจจัยหลักน่าจะมาจากพรรคไทยรักไทยเอง ที่เตรียมตัวมาดี นำเสนอนโยบายที่ประชาชนไม่เคยสัมผัสมาก่อน จนสาธารณชนพากันโหวตให้โดยมิได้นัดหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายกองทุนหมู่บ้าน 30 บาทรักษาทุกโรค และพักหนี้เกษตรกร
เครือข่ายภาคประชาสังคม ที่ร่วมขับเคลื่อนเวทีสาธารณะรับมือเลือกตั้งได้ทำการประชุมสรุปบทเรียนระหว่าง 12-13 กุมภาพันธ์ 2544 ท่านที่สนใจสามารถค้นคว้าได้จากห้องสมุดสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา เอกสารชื่อ “การประชุมสรุปบทเรียน เวทีพลเมืองไท : สร้างสรรค์การเมืองภาคประชาชน รณรงค์การเลือกตั้ง”
1. ทักษะฝีมือภาคประชาสังคม
แม้ความเคลื่อนไหวเวทีพลเมืองไทยจะใช้ระยะเวลาตั้งแต่ต้นจนจบเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้น งานนี้มีความหมายต่อพัฒนาการของเครือข่ายประชาสังคมไม่น้อยเลย เพราะเป็นการยกระดับรูปแบบ วิธีการและเนื้อหาสาระการขับเคลื่อนของเครือข่ายขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง อาจกล่าวได้ว่าบทเรียนจากเวทีวิสัยทัศน์จังหวัดในแผน 9 และจากการบริหารจัดการรายการโทรทัศน์ทิศบ้าน- – ทางเมืองได้ถูกนำมาหลอมรวมเชิงประยุกต์เพื่อใช้ในการเคลื่อนไหวชุดนี้ ซึ่งทำให้ผู้ประสานงานส่วนกลาง และเครือข่ายภูมิภาคต่างได้ซึมซับบทเรียนและประสบการณ์จากการขับเคลื่อนภาคสนามไปแบบเต็ม ๆ ทั้งในด้านเนื้อหาสาระที่เป็นเรื่องนโยบายพรรคการเมืองกับประโยชน์ที่ประชาชนสามารถเอื้อมถึง ด้านเทคนิคกระบวนการซึ่งเป็นการผสมผสานทั้งเวทีคลื่นโทรทัศน์ วิทยุ กับเวทีประชุมสาธารณะ และด้านการบริหารจัดการที่ต้องสนับสนุนขับเคลื่อนสังคมขนาดใหญ่มาก สิ่งนี้เป็นทุนภูมิปัญญาที่ติดอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge) ทั้งระดับปัจเจก กลุ่มองค์กรและเครือข่าย
สำหรับ LDI เองในฐานะที่เป็นองค์กรประสานงานกลางในขณะนั้นมีภารกิจการผลิตรายการโทรทัศน์ทิศบ้าน- – ทางเมืองในทุกสุดสัปดาห์อยู่ด้วย การพาตัวออกไปขับเคลื่อนงานใหญ่พร้อม ๆ กัน 2 แนวรบเช่นนี้ นับเป็นประสบการณ์การจัดการที่คุ้มค่าจริงๆ
2. สาระจากเวทีหนุนประชาชนเลือกนโยบาย
เป็นความตั้งใจของทีมประสานงานกลางที่ร่วมกันออกแบบกระบวนการขับเคลื่อนทั้งแพ็คเกจที่จะพยายามกระตุ้นให้ประชาชนเปลี่ยนวิธีเลือกจากคนคุ้นเคยไปสู่การเลือกตามนโยบายของพรรคการเมือง อาจารย์ขวัญสรวง จึงกำหนดประเด็นขับเคลื่อนเวทีทุกระดับไปในทิศทางเดียวกัน อาทิ : ปัญหาของผู้คนในวิชาชีพ – กลุ่มอาชีพหลากหลายและปัญหาของท้องถิ่นและภูมิภาคต่าง ๆ จะคาดหวังนโยบายแบบใดจากพรรคการเมือง
อาจารย์เสกสรรค์ ประเสริฐกุล อธิบายให้ที่ประชุมฟังว่าในสังคมตะวันตกซึ่งผ่านพัฒนาการทางการเมืองมาจนอยู่ตัวแล้วนั้น มีพรรคตัวแทนแนวคิดและกลุ่มผลประโยชน์ทางสังคมเพียง 4 แบบหลัก ๆ คือ เสรีนิยม อนุรักษ์นิยม แรงงานหรือสังคมนิยม และคอมมิวนิสต์ แต่ในอดีตที่ผ่านมา พรรคการเมืองในประเทศเรามีแต่ประเภทเดียวกันแข่งขันกัน คือ อนุรักษ์นิยม
คราวนี้พรรคไทยรักไทยเป็นตัวแทนเสรีนิยมที่เด่นชัดและเสนอนโยบายประชานิยมที่แปลกใหม่ ในจังหวะของการเปลี่ยนแปลงพอดี ผลจึงอาจพูดได้ว่า ประชาชนไปเลือกนโยบาย เลือกพรรคมากกว่าตัวบุคคล เมื่อเทียบกับสัดส่วนของการเลือกตั้งที่ผ่านๆ มา
3. การถักทอเครือข่ายสื่อมวลชนท้องถิ่น
การให้ความสำคัญกับเวทีพลเมืองไททางคลื่นวิทยุและโทรทัศน์ ตลอดจนการจัดเวทีสาธารณะในระดับภูมิภาค ล้วนเป็นการดึงสื่อมวลชนท้องถิ่นกับภาคประชาสังคมมาร่วมกัน ผลทำให้เกิดเครือข่ายความสัมพันธ์ใหม่ที่พร้อมจะรองรับการเคลื่อนไหวสร้างสรรค์สังคมต่อไป
ประเด็นปัญหาของท้องถิ่น ภูมิภาค และชีวิตผู้คน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม ก้าวข้ามกรอบภารกิจและวัฒนธรรมองค์กรของตน ไม่มีความจำเป็นต้องถามว่าคุณเป็นเอ็นจีโอหรือราชการ ทุกคนสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ
เพราะต่างมาร่วมภารกิจสาธารณะคือการเตรียมการเลือกตั้งทั่วไปของประเทศ
และต่างมาพูดคุยในประเด็นประโยชน์สาธารณะที่ทุกคน ทุกฝ่ายมีความมุ่งหมายร่วมกัน
นพ.พลเดช ปิ่นประทีป
15 กันยายน 2552
Be the first to comment on "ประสบการณ์ประชาสังคม (16) : รับมือเลือกตั้ง 2544"