เกษตรกรจำนวน ๑๖๐ คน ซึ่งเกือบทั้งหมดอยู่ในอำเภอเขมราฐ วันนี้ขอเรียกตัวเองว่าเป็น ‘นักเรียน’ แทนอาชีพ ‘ชาวนา’ เหตุเพราะการสมัครใจเข้าร่วมอบรมในหลักสูตรเกษตรกรรมพึ่งตนเอง..
ทำไม ‘ชาวนา’ ต้องเข้า ‘โรงเรียนชาวนา’ ? |
|||||||||
|
|||||||||
|
|||||||||
หลังสงกรานต์มาแล้วหลายวัน แต่ทว่าไอร้อนที่ยังระอุอยู่เหนือผืนดินยังคงทำหน้าที่อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นฤดูร้อนของปี ไกลออกไปทางทิศเหนือจากตัวเมืองอุบลเกือบร้อยกิโล ที่บ้านเหมือดแอ่ อำเภอเขมราฐ แม้ลมที่พัดแรงจะพอทุเลาไอร้อนลงไปได้บ้าง แต่สิ่งที่พบเห็นและได้ฟังตลอดสองวันที่อยู่ที่นั่นกลับทำให้รู้สึกร้อนในใจขึ้นยิ่งกว่า | |||||||||
ลองเปลี่ยนคำตอบที่ถามให้เป็นสิ่งดี ๆ ที่นักเรียนชาวนาทั้งห้องเคยมีความประทับใจกับภาพในอดีตที่ตนเองเคยมีประสบการณ์มาก่อน เราจะได้ฟังคำตอบมากมายชนิดที่จดตามไม่ทันกันเลย เป็นต้นว่า …ในอดีตมีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรอย่างล้นเหลือ …ผู้คนมีอะไรก็แบ่งปันกันกิน เอื้ออาทรต่อกัน …อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ ไม่ต้องซื้อ ไม่ต้องกลัวสารพิษเจือปน …มีความร่ำรวยทางวัฒนธรรม งานบุญประเพณีไม่มีเว้นไปตลอดปี ย้อนรอยจากอดีตมาถึงความจริงในปัจจุบัน ชาวนาแห่งยุคสมัยมีคำตอบสำหรับสิ่งดี ๆ จากการทำนาในทุกวันนี้ไม่น้อยไปกว่าคำถามข้อแรกที่เจอ …มีควายเหล็กก็ดี ทำนาได้เสร็จเร็วขึ้น …มีปุ๋ยเคมีไว้ใช้ หว่านแล้วก็ให้ผลดี ยิ่งยาฆ่าหญ้า…ตายเร็ว เห็นผลทันตา …การคมนาคมขนส่งสะดวกรวดเร็ว ไม่ลำบากเหมือนแต่ก่อน |
|||||||||
…ข้าวของแต่ละอย่างแพงเหลือเกิน เสียเงินเยอะไปหมด …สารพิษเต็มไปหมด จะกินอะไรทีก็ต้องระวังไปหมดทุกอย่าง มองให้ลึกลงไปถึงผลกระทบที่แต่ละคนเจอเข้ากับตัว ก็เป็นอีกโจทย์ที่พวกเขาช่วยกันระดมออกมาได้อย่างพรั่งพรูเต็มไปหมด …สินค้าเกษตรราคาถูก แต่เครื่องอุปโภคราคาแพง…สุดท้ายก็เป็นหนี้กันเต็มไปหมด …ต้องดิ้นรนเยอะ…เหนื่อย….สุขภาพจิตแย่ …คนเห็นแก่ตัวกันมากขึ้น แตกความสามัคคี ทำใครทำมัน |
|||||||||
อาจจะเป็นไปด้วยเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้ชาวนาแห่งลุ่มน้ำโขงยอมหยุดงานวางจอบเสียมหรือคันไถลงชั่วขณะ แล้วเปลี่ยนมาจับด้ามปากกา นั่งหลังแข็งบนเก้าอี้ ปรับบทบาทตัวเองมาเป็นนักเรียนตัวน้อยในวัยอันใกล้แก่ชรา อาศัยบทเรียน ประสบการณ์ และตัวอย่างดี ๆ จากเพื่อนชาวนาบางคนที่กล้าตัดสินใจและเลือกที่จะทำในสิ่งที่สวนทางกับความคิดและระบบทุนในกระแสหลัก ลำพังเท่านี้ก็คงเพียงพอสำหรับการยึดเป็นขุมทรัพย์ทางปัญญา บวกกับการผสมผสานเข้ากับความกล้าที่จะก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงของอาชีพชาวนาในอนาคตซึ่ง ‘นักเรียนชาวนา’ เท่านั้นคือผู้ที่จะกำหนดขึ้นด้วยตนเอง |
|||||||||
ที่มา : จดหมายข่าว “ฮักแพง แปงอุบล” ปีที่ 2 ฉบับที่ 15 เดือนพฤษภาคม 2548 คอลัมน์ หอมกลิ่นอุบล |
Be the first to comment on "ทำไม ชาวนา ต้องเข้า โรงเรียนชาวนา ?"